ไลฟ์สไตล์

เยี่ยมโมสาร์ทที่ “ซาลส์บวร์ก”

เยี่ยมโมสาร์ทที่ “ซาลส์บวร์ก”

01 ส.ค. 2552

ถ้าดัชนีความโรแมนซ์วัดกันที่เสียงดนตรี ซาลส์บวร์ก (Salzburg) คงเป็นเมืองที่ติดอยู่ในท็อปเท็นของเมืองโรแมนติกของโลกใบนี้

 คนบริโภคความโรแมนซ์แทนอาหารเสริมอย่างฉัน รับรองว่าไม่ปล่อยให้ซาล์สบวร์กลอยนวล  หน้าที่ของฉันคือดั้นด้นไปตรวจสอบระดับความโรแมนติก  ว่าเข้มข้นหรือเจือจางแค่ไหน

 บางคนมาหาซาล์สบวร์กโดยนั่งรถไฟมาจากเวียนนาใช้เวลา 2.30-3 ชั่วโมง บางคนนั่งรถไฟข้ามประเทศจากมิวนิคแห่งเยอรมนี ก็ใช้เวลาแค่ 1.30-2  ชั่วโมง แต่ฉันเป็นพวกเที่ยวสลับซับซ้อน  ห้อรถไฟมาจากลูเบลียนา เมืองหลวงของประเทศสโลเวเนีย เลยต้องโคลงเคลงอยู่บนรถไฟถึง 4 ชั่วโมงเศษๆ ถึงจะได้เห็นหน้างามๆ ของซาล์สบวร์ก แต่ไม่ว่าใครจะมาจากมุมไหนของยุโรป ก็มาหาซาล์สบวร์กได้อย่างง่ายดาย เพราะรถไฟยุโรปทั้งสะดวกสบายและรวดเร็ว เช็กตารางรถไฟได้ที่ www.raileurope.fr    (หรือจะโทรไปสอบถามที่ดีทแฮล์มฯ 0-2660-7067-9)

 แล้วก็พบว่า ด้วยองค์ประกอบและส่วนผสมหลายอย่างปรุงให้ซาล์สบวร์กโรแมนติกพอตัว  ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำซาลซัคที่พาดผ่านใจกลางเมือง เทือกเขาสูงที่ผึ่งผายโอบเมืองเล็กแห่งนี้เอาไว้ สวนสวยกลางเมืองที่ไม่ได้เป็นปอดธรรมดา แต่เป็นปอดที่ได้รับการผ่าตัดซะจนหน้าแฉล้ม เรียกว่ารับแขกได้อย่างไม่ต้องกลัวเสียหน้า  เมืองเก่าที่มีกลิ่นบาร็อคลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วเมือง  และเสียงดนตรีที่เติมให้ซาล์สบวร์กราวกับมีมนต์ ตรึงให้นักท่องโลกหลั่งไหลไปที่นั่น

 สองเท้าของฉันหยุดอยู่หน้าบ้านสีเหลืองเลขที่ 9  ไม่ได้มีญาติมาลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ แต่เพราะเป็นบ้านเกิดของศิลปินเอกของโลกอย่างโมสาร์ท  จึงไม่มีนักท่องโลกหน้าไหนเดินเชิดหน้าผ่านบ้านเลขที่ 9 ไปได้ 
โมสาร์ทเคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้นานกว่า 20 ปี  แต่ตอนนี้ถูกจับโมดิฟายใหม่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดแสดงทุกเรื่องราวของชายคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ไปจนถึงเครื่องดนตรีของเขา  เห็นตัวเลขจำนวนเพลงที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นแล้วรู้สึกทึ่ง  ยิ่งพอรู้ว่าเขาแต่งเพลงแรก ตั้งแต่ตอน 5 ขวบยิ่งทึ่ง  อย่าไปถึงขั้นแต่งเพลงเลย บางคน 5 ขวบยังแต่งตัวเองไม่ได้เลย

 นั่นแค่บ้าน แต่หลังจากนี้ไป ไม่ว่าจะเดินเหินไปซอกมุมไหนของซาล์สบวร์ก  โมสาร์ทก็สะกดรอยตามฉันไปทุกที่ บนแก้วน้ำ กล่องช็อกโกแลต หมวก เสื้อยืด แม็กเน็ท ไปยันสมุดดินสอ  จะมีใบหน้าของชายชื่อโมสาร์ทจะไปปรากฏอยู่ทุกที่ 

 การท่องเที่ยวซาล์สบวร์กแทบไม่ต้องเทงบทำมาร์เก็ตติ้งอะไรให้มากเรื่อง เพราะแค่มีหน้าของโมสาร์ทประทับอยู่บนข้าวของ  อะไรๆ ก็ขายดีเทน้ำเทท่าไปหมด 

 แต่ถ้าใครอยากเจอตัวโมสาร์ท ก็ไปหาได้ที่จัตุรัสโมสาร์ท (Mozart Square) เขายืนคอยทุกคนอยู่ที่นั่น  รูปปั้นโมสาร์ทฝีมือของลุดวิก ชวานธาเลอร์ มีแต่ผู้คนไปยืนห้อมล้อมแหงนคอมองดูเขา

 คีตกวีเอกระดับโลกคนนี้จึงกลายเป็นเครื่องหมายการค้าประจำซาล์สบวร์ก   ที่แขกเหรื่อทุกคน เป็นต้องมาจับเขาใส่เม็มโมรี่การ์ด สถาปัตยกรรมแบบบาร็อกที่คลุมอยู่ทั่วมหาวิหารประจำเมืองซาล์สบวร์ก ดึงสายตาทุกคู่ให้เพ่งมอง เป็นวิหารที่ถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์และธรรมชาติมาจนสะบักสะบอม แต่ก็ได้รับการบูรณะให้กลับมาโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองเก่าอย่างทุกวันนี้  และเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของชาวเมือง
ถนนแคบๆ ในเมืองเก่าเชื่อมถึงกัน และทอดยาวขึ้นไปหาปราสาทโฮเฮนซาลส์บวร์กที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา  แต่เพราะมีเวลาให้แก่ซาล์สบวร์กอย่างเหลือเฟือ แทนที่จะนั่งรถรางขึ้นไปโดย  เลยเดินไปร่วมครึ่งชั่วโมงเตร็ดเตร่เลาะเนินเขาขึ้นไปหาปราสาทอันสูงสง่า

 บนชัยภูมิห้าดาวของเมือง  ร่างทะมึนของปราสาทโฮเฮนซาลส์บวร์กอายุเกือบพันปีปักหลักอยู่อย่างสงบ  คอยสอดส่องชีวิตความเป็นอยู่ของชาวซาล์สบวร์กอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โบสถ์ วิหาร จัตุรัส ถนนสายช็อปปิ้ง แม่น้ำซาลซัค หรือแม้กระทั่งรูปปั้นโมสาร์ท ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของปราสาทงามแห่งนี้

 บนป้อมปราการแห่งนี้ ไม่เพียงเคยเป็นที่อยู่ของบาทหลวง แต่ยังเคยเป็นทั้งคุกและค่ายทหารมาก่อน ประวัติศาสตร์ของออสเตรียมากมาย จึงถูกกักขังอยู่หลังป้อมปราการ รอผู้คนในยุคนี้ขึ้นมาแกะรอย

 ละจากปราสาทคู่บ้านคู่เมืองของซาล์สบวร์ก  ฉันก็พุ่งไปหาถนนเกอไทร์เดกาซเซ (Getreidegasse) ถนนที่ไม่ได้มีไว้ให้จับจ่ายระบายสภาพคล่องอย่างเดียว  แต่ยังมีไว้ให้บริโภคอาหารตากันได้ตามอัธยาศัย
ฉันมันพวกชอบวินโดว์ ช็อปปิ้งอยู่แล้ว จึงถูกชะตากับถนนเกอไทร์เดกาซเซอย่างหนัก  น่ารักก็ตรงที่ป้ายเหล็กหน้าร้านที่ทำได้เจริญหูเจริญตา ใครขายอะไรก็จะทำป้ายเพื่อบอกแจ้งแถลงไขกันไปเลย บางร้านขายแว่นตาก็ทำเป็นรูปแว่นตา ขายรองเท้าก็เป็นป้ายรองเท้า  ยังไม่ต้องเสียสตางค์ซื้ออะไร แค่เดินดูป้ายพวกนี้ก็เพลินแล้ว

 ผลการชันสูตร พบว่า เรื่องความโรแมนซ์ซาล์สบวร์กอาจจะได้คะแนนแปดเต็มสิบ  แต่เรื่องความน่ารัก เอาไปเลยสิบเต็ม 

"กาญจนา หงษ์ทอง"