ตำทองหล่อรวมพลคนแซบถึงรสถิ่นอีสาน
ตำทองหล่อรวมพลคนแซบถึงรสถิ่นอีสาน : ชวนชิม
ตำไทย ตำโคราช ตำอีสาน... ก็มีมาให้รู้จักจนชินปากคนรักความแซบนัวกันแล้ว พอจะมาหาส้มตำรับประทานบนแหล่งไฮเอนด์ สตรีทฟู้ดใจกลางกรุงทั้งที “ตำทองหล่อ” จึงเป็นจุดหมายให้ต้องมาร่วมโต๊ะสังสรรค์ เพราะไม่ใช่แค่ชื่อร้านจะบ่งบอกว่าอยู่ถิ่นฐานใด แต่ยังมีเมนูซิกเนอร์เจอร์ชุดใหญ่ที่ทางร้านสร้างสรรค์มาให้ทราบว่ามาถึงทองหล่อไม่ได้มีแต่อาหารญี่ปุ่นรสเลิศ แต่ยังมีส้มตำประจำถิ่น ที่คัดสรรวัตถุดิบอาหารอีสานชั้นดีให้ร่วมโต๊ะสังสรรค์เช่นกัน ตัวร้านหาง่ายไม่ซับซ้อนเพียงขับรถเข้ามาถึงทองหล่อยซอย 11 ก็จะเจอบรรยากาศร้านกำแพงไม้ไผ่สานแบบอีสานบ้านเฮา เพ้นท์ด้วยคำพูดวลีเด็ดสีสดใส ให้นั่งอ่านและถ่ายรูปกันสนุกสนาน ภาพเพ้นท์ผีตาโขนและโคมไฟสานรูปกระติ๊บดึงอารมณ์ให้อยู่ในมนต์เสน่ห์แห่งภาคอีสานทันที่ที่เข้ามาเยือน
เท้าความว่าร้านนี้เกิดจากความตั้งใจของแม่บ้านสาว “ตาล” พิมพ์ชนก พลางกูร สภัทรพันธุ์ ที่ชื่นชอบและคลุกคลีอยู่กับงานก้นครัวมานาน จนมีสูตรเด็ดประจำบ้านอยู่หลายเมนูที่แขกไปใครมาได้ทานต้องติดใจ เรียกร้องให้ทำขายกันบ้าง พอได้จังหวะเหมาะเจ้าตัวจึงเนรมิตทำเลใจกลางเมืองตั้งใจทำร้านอาหารคอนเซ็ปต์สบายๆ กันเองไม่มีพิธีรีตรอง แม้เป็นย่านธุรกิจค่าครองชีพสูงแต่ก็เข้ามาทานกันได้ราคาไม่ชวนหนักใจที่สำคัญจะแต่งตัวอย่างไรเข้าร้านก็ได้ ลำลองหรือทางการก็เข้ามาทานได้กลมกลืนไม่เคอะเขิน ซึ่งสาเหตุที่เลือกทำอาหารอีสานรสดั้งเดิมนั้น เพราะเชื่อว่าร้านส้มตำเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับการพบปะสังสรรค์ของหลายๆ คน และยังเป็นอาหารที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลายใครๆ ก็ทานได้อร่อย
สูตรส้มตำที่นี่ได้มาจากการลองชิม ลองทำ ได้นั่งล้อมวงทานตำต่างๆ หลังครัว กับแม่บ้านในวัยเยาว์เป็นประจำ ก่อนทำเป็นสูตรตายตัวมีแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กับปริมาณที่ใช้ชัดเจน เพื่อให้ได้รสชาติอร่อยเหมือนดิมทุกครั้งที่ทำ เมื่อเปิดร้านก็ใช้หลักเดียวกันนี้ไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ได้รสและคุณภาพ ความรู้สึกเหมือนที่ทำทานกับครอบครัวมากที่สุด มีการปรับรูปแบบของวัตถุดิบและการจัดเสิร์ฟเล็กน้อยเพื่อความสนุกในการรับประทานมากขึ้น เช่น เมนูซิกเนเจอร์อย่าง
ตำทองหล่อ ส้มตำไทยพร้อมกุ้งแม่น้ำย่างตัวโต อัดแน่นด้วยเครื่องเคียงตำถาดจากหลากหลายเจ้าดังทั่วภูมิภาคเต็มพื้นที่ ทั้งแหนมสด แหนมหมูทอด หมูยอ แคปหมู จากเชียงใหม่ ไข่เค็ม จากนครศรีธรรมราช ความพิเศษอยู่ที่เส้นมะละกอใช้วิธีหั่นเป็นแผ่นบางๆ คล้ายเส้นใหญ่ เพื่อให้น้ำส้มตำเกาะและซึมเข้าตัวเส้นได้มากขึ้น คงความกรอบเอาไว้ได้นาน เมื่อตักกินจะได้สัมผัสเส้นมะละกอชุ่มๆ รสเปรี้ยวหวานเต็มปากเต็มคำ กินคู่กับเนื้อกุ้งเผาหอมหวานราดน้ำจิ้มใสใส่ตะไคร้ ใบมะกรูดหอมๆ สูตรเฉพาะทางร้าน ที่ช่วยดับกลิ่นคาวชูรสหวานกุ้งออกมาเต็มที่ ได้อรรถรสกว่าเพราะไม่กลบด้วยความเปรี้ยวทั้งหมดเหมือนน้ำจิ้มซีฟู้ด ถ้าใครชอบความนัวเหมือนตำโคราชแต่ทานปลาร้าไม่ได้ หรือไม่ชอบกลิ่นฉุนจัดจนเกินไปลองสั่ง ตำแม่พิมพ์ หรือตำกุ้งจ่อมหมูยอแทนได้ ตัวกุ้งถูกดองจนได้รสเปรี้ยวคลายมะขามเปียก มีกลิ่นหอม รสมันกว่าปลาร้า เมื่อคลุกเคล้าพร้อมน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และเส้นมะละกอแผ่นบางจะให้รสกลมกล่อมนัวลิ้นรสตำปลาร้าแต่ไม่มีกลิ่นกวนใจ ส่วนใครกินปูปลาร้าได้สั่งมาก็ไม่ผิดหวังเพราะเขาใช่เนื้อปูแน่นบวกปลาร้าสะอาดหมักในเวลาพอดีไม่ฉุนไป ได้รสแซบแบบสบายตัวสบายท้อง
มาถึงของย่างคู่ครัวอีกสาย ขึ้นชื่อต้องสั่ง ไก่ย่างต้นตำรับ ที่ใช้ไก่บ้านเนื้อแน่นด้วยกล้ามเนื้อ หมักในน้ำกะทิสดให้ได้ความนุ่ม คลุกเคล้าสมุนไพรนานาชนิดก่อนนำมาย่างจนได้เนื้อชุ่มฉ่ำ จับตัวกันเป็นชิ้นนุ่มไม่แตกเป็นฝอย หนังไก่ให้สีน้ำตาลเข้มสวยไม่ไหม้เกรียมห่อข้าวเหนียวทานได้สนุกๆ แถมยังอร่อยกลมกล่อม เสริมความแซบอีกด้วย น้ำตกคอหมู คอหมูย่างเนื้อเด้งนุ่ม คลุกข้าวคั่วและซอสเปรี้ยวเค็มหวาน ทั้งนุ่มลิ้นและหอมหวน ตัวมันหมูยังชุ่มฉ่ำเสริมความหวานของเนื้อหมูชั้นดีไม่เผ็ดมาก จิ้มทานได้เรื่อยๆ สลับกับซดน้ำ ต้มแซบกระดูกอ่อน ล้างรสมันในปากออกขอบอกว่าเเซบถึงเครื่องข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และข้าวคั่ว พาสะใจในรสจี้ดจ้าด ส่วนกระดูกหมูก็ถูกเคี้ยวหลายชัั่วโมงจนเปื่อยดูดซึมรสน้ำซุปเข้าไปถึงชั้นในเคี้ยวได้อร่อยเพลิน จะทานเปล่าๆ หรือกับข้าวหอมก็เข้ากันดี
จบโหมดความแซบนัวก็เข้าสู่เรื่องของหวาน นำด้วยเมนูกะทิตัดความเผ็ดอย่าง พุดดิ้งมะพร้าว หอมละมุน หรือของหวานคลาสสิกขวัญใจคนไทยอย่าง เฉาก๊วย สับปะรดลอยแก้ว สละลอยแก้ว ไฮไลท์อยู่ที่ ไอศกรีมกะทิโบราณ เมนูตบท้ายที่สร้างสีสันให้การพบปะไม่น้อยเพราะเขาเสิร์ฟมาพร้อมถ้วยท็อปปิ้ง 11 อย่าง ให้เลือกใส่เองได้ไม่อั้น ทั้ง เฉาก๊วย ถั่วลิสง ฟักทอง ลูกชิด ลอดช่อง ลูกเดือย สลิ่ม ลูกบัว ข้าวโพด ข้าวเหนียวมูล และทับทิมกรอบ เรียกได้ว่าจัดเต็มถูกปากถูกใจกันทุกคน แถมตัวไอศกรีมก็ยังได้รสกะทิเข้มข้นจะทานคู่อะไรก็เข้ากันอร่อยชื่นใจ ก่อนกลับแอบเห็นมาว่าที่นี่มีเมนูอาหารเช้าเก๋ๆ อย่าง ไข่กะทะ เสิร์ฟพร้อมชา กาแฟ ขนมปังปิ้ง ให้บรรยากาศตลาดเช้าในต่างจังหวัด ซึ่งคงดีถ้ามีให้ลิ้มลองใจกลางเมืองกรุงบ้าง ใครอยากลองสัมผัสความแปลกใหม่นี้รวมถึงอาหารอีสานรสแซบถึงใจ สามารถเข้ามาลิ้มลองได้ตั้งแต่เวลา 10.00- 22.00 น. ชั้น 2 โครงการ เดอะเทสท์ วอยทองหล่อ 11 โทรสอบถามข้อมูลได้ที่ 09-1874-4999



