ไลฟ์สไตล์

ไฟแรงเฟร่อ

ไฟแรงเฟร่อ

20 มี.ค. 2559

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ไฟแรงเฟร่อ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
       เมื่อวันก่อนดูข่าวโทรทัศน์ ข่าวอุบัติเหตุไฟไหม้รถจักรยานยนต์ ขณะเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการแห่งหนึ่ง สาเหตุเกิดจากการกดรับโทรศัพท์ ทำให้เกิดประกายไฟจุดติดพรึ่บ ไฟท่วมรถจักรยานยนต์ ดีที่มีถังดับเพลิงอยู่ใกล้ๆ จึงดับไฟได้ทันก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรม
 
       ผมเอง ถือปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งคัดเสมอ ผมจะดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง และปิดเครื่องมือสื่อสาร ไม่เฉพาะตอนเติมน้ำมันหรอกครับ แม้ระหว่างการขับขี่ยานยนต์ ผมจะปิดโทรศัพท์ ไม่รับไม่โทร
 
       ในยุคการสื่อสารไร้พรมแดน ผมเองกลับต้องถอยหลังกลับ อาจถึงต้องยอมตกยุค ยอมล้าหลัง เพราะผมเกิดอาการ “แพ้คลื่น” อย่างแรง ยิ่งระยะหลังอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ รู้ตัวว่าขืนดันทุรังต่อไปผมต้องแย่ขั้นวิกฤติ
 
       ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือยุคแรกๆ ต่อให้ใช้เครื่องช่วยฟังเสียบหู ผมก็มีอาการปวดหัวมาก ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน มาสองสามปีหลังนี้ผมใช้ เฟซบุ๊ก เป็นประจำ อาการปัจจุบันของผมคือพอเปิดหน้าจอปั๊บก็หูอื้อทันที เพียงนาทีเดียวก็ปวดหัว แสบตา และรู้สึกคันยุบยิบตามใบหน้าและนิ้วมือ จนต้องงดใช้เป็นระยะๆ และเมื่อเปิดจอใช้อีก อาการหูอื้อก็จะมาเยือนในทันทีทันใด ทุกวันนี้ผมมีอาการหูซ้ายดับเกือบสนิท หูขวาอื้อแต่ยังพอได้ยิน จึงไม่กล้าแตะต้องโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตอีก เมื่อเล่าอาการให้ใครๆ ฟัง ทุกคนจะหัวร่อหึๆ เป็นอันว่ามีผมคนเดียวในโลกที่เกิดอาการดังกล่าว
 
       ผมยังมีอาการแพ้อีกหลายอย่างเช่นแพ้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มบางยี่ห้อ กลิ่นสบู่ กลิ่นน้ำหอม บางชนิด กลิ่นยากันยุงแบบขด และแบบสเปรย์... วิเคราะห์ถึงสาเหตุไปๆ มาๆ อาจลงความเห็นได้ว่าเป็นอาการทางจิตละซี เอาเป็นว่าผมไม่ชอบกลิ่นพวกนี้ละกัน แล้วผมยังไมกล้าจับกีตาร์ไฟฟ้า เล่นได้แต่อะคลูสติก “อันปลั๊ก” เพราะถ้ามีการเสียบปลั๊กแล้วผมจะโดนไฟดูด ซึ่งคนอื่นไม่เป็นอะไร
 
       สรุปว่าผมเป็นพวกเดียวกับ “เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ” ละกัน(รู้สึกเสียดายที่หนังเรื่องนี้ไม่ได้รางวัลสุพรรณหงส์สักรางวัลเลย)
 
       ก็เล่าให้ฟังเฉยๆ น่ะ ไม่ได้ไปโทษเครื่องมือสื่อสารอะไรเขาหรอก แฟนๆ เพื่อนๆ ทางเฟซบุ๊กของผมก็จะได้ทราบสาเหตุที่ผมห่างหายไป
 
       ขอเล่าอีกเรื่องซึ่งอาจดูเหมือนคนละเรื่อง ก็เมื่อวานผมขับรถเข้าสถานีบริการแห่งหนึ่ง ขณะพนักงานเปิดฝาถังพร้อมสอดใส่หัวจ่ายลงไป เจ้าประคุณก็ลูบไล้หน้าจอไปด้วย ผมก็เลยเปิดกระจกถามเขาตอนที่ส่งเงินให้ ว่าน้องครับป้ายนั่นเขาเขียนกฎไว้ว่า ให้ใช้เครื่องมือสื่อสารไม่ใช่หรือ ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะว่าไงล่ะ
 
       เด็กปั๊มวัยรุ่นก็เลยตะคอกใส่ผมว่า “ทำไม..กลัวเหรอ” ผมก็เลยตอบว่า “ก็กลัวน่ะซิ ต่อไปไม่กล้าเข้าปั๊มนี้แล้วหละ” เขาก็สวนกลับมาว่า “ไม่ใช่ปั๊มผมนี่” แล้วเขาก็เดินไปให้บริการรถคันอื่นต่อไปโดยที่มือยังถือโทรศัพท์สายตาจับจ้องนิ้วเขี่ยไล้หน้าจอ.. โยงสายต่อเสียบรูหู สงสัยกำลังโหลดเพลงฟังอยู่นั่นแล
 
       ผมกำลังคิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับผู้จัดการสถานีบริการนี้ ถ้าหากเขาไม่เลิกพฤติกรรมนี้ ซึ่งก็ต้องละเอียดหน่อย เพราะบอกตรงๆ ว่ารู้สึกกริ่งเกรงแบบว่า กล้าๆ กลัวๆ ทั้งกลัวเจ้าประคุณนั่นจะโกรธแค้นเอา และที่กลัวอีกอย่างคือกลัวท่านผู้จัดการเขาจะหัวเราะหึๆ อย่างไม่เห็นว่ามันเป็นเรื่องน่ากลัวน่ะ แล้วก็กลัวว่าผมจะกลัวไปคนเดียว