ไลฟ์สไตล์

เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (9)

เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (9)

31 ก.ค. 2552

อนึ่ง แต่ละช่วงของการเดินทางโดยเกวียน ระหว่างอำเภอหนึ่งถึงอีกอำเภอหนึ่ง ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 หรือ 3 วัน มีการหยุดพักเพียงช่วงรับประทานอาหารกลางวันและช่วงค่ำซึ่งจะต้องนอนกลางป่า เพียงวันแรกเราก็พบกับสภาพที่หลากหลายเป็นช่วงๆ

  ตอนแรกผมนั่งในประทุนเกวียนก่อน โดยมีคนขับเกวียนนั่งข้างหน้า และมีสุนัขประจำเกวียนเดินอยู่ใต้ท้อง พอถึงช่วงที่ผ่านป่าหนาทึบก็มีฝนตกโปรยปรายลงมา ทำให้พื้นดินแฉะ ยิ่งกว่านั้นในรอยล้อเกวียนเมื่อเปียกและดินอยู่ในสภาพที่อ่อนตัว กงล้อซึ่งกำลังวิ่งก็จะจมลงถึงรากไม้นานาชนิดที่ฝังตัวอยู่ภายใต้ ทำให้เกวียนวิ่งไปด้วยแรงกระเทือนค่อนข้างจะรุนแรง

 ทางเลือกในสภาพเช่นนี้คือ ให้คนขับเกวียนลงเดินและเราออกไปนั่งประจำที่คนขับเสียเอง เนื่องจากเป็นจุดที่อยู่ใกล้แอกและคอวัว จึงทำให้เปลี่ยนแรงกระเทือนมามีลักษณะโยนตัวมากกว่า แต่แล้วก็กลับพบปัญหาใหม่อย่างน้อยสองประการคือ

 ประการแรก ขณะที่วัวสองตัวลากเกวียนเดินลุยโคลนนานเข้า หางของมันก็จะชุ่มโคลนจนพอกตัวเป็นก้อนใหญ่ขึ้นๆ จนในที่สุดมันก็จะเหวี่ยงปลายหางขึ้นมา เผลอๆ หน้าเราก็จะโดนโคลนปะเข้าไปเต็มที่

 ประการที่สอง ในสภาพตามที่กล่าวแล้วจะมีเหลือบตัวใหญ่ๆ เกาะอยู่ใกล้ๆ ส่วนก้นและหางของวัวเพื่อดูดกินเลือด บางตัวก็บินมาเกาะและดูดเลือดเราด้วย ดังนั้นผู้ซึ่งนั่งในที่คนขับเกวียนจึงมักเลือกใช้วิธีเอาผ้าขาวม้าพันศีรษะและหน้า คงเหลือเพียงช่องซึ่งตาทั้งคู่พอจะมองเห็นทางได้เท่านั้น

 หลายครั้งผมสมัครใจลงเดิน และสายตาก็มักมุ่งมองไปตามกิ่งของต้นไม้ใหญ่เพื่อสอดส่ายหากล้วยไม้ป่าซึ่งในช่วงแรกๆ ก็มองอย่างใจจรดใจจ่อ เพลินไปกระทั่งลืมดูพื้นดินทำให้เท้าไปเตะเอารากไม้เข้าจนตัวเองล้มกลิ้ง กว่าจะได้ประสบการณ์ ในที่สุดก็ไม่ได้เห็นกล้วยไม้เลยสักต้น

 ระหว่างการเดินทางตั้งแต่ต้นจนจบ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งน่าจะนำมากล่าวไว้ด้วย เนื่องจากอาหารการกินเป็นสิ่งจำเป็นอย่างลืมเสียมิได้ ดังนั้นระหว่างการเดินทางจึงมีการใช้ปืนยิงนกเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่มักเป็นนกเขา เพราะมีชุกชุมมากตลอดระยะการเดินทางโดยไม่เลือกสภาพพื้นที่ แม้ในช่วงหยุดพักระหว่างการหุงหาอาหารรับประทานตอนกลางวัน โดยปล่อยวัวให้มีโอกาสกินหญ้ากินน้ำในบริเวณใกล้เคียงอย่างอิสระ

 บางครั้งก็ใช้เวลาส่วนหนึ่งออกไปเดินรอบๆ เพื่อยิงนกมาไว้เป็นอาหารด้วย หากเหลือจากการบริโภคมื้อหนึ่ง เราจะเก็บไว้ในเกวียนเพื่อใช้ในมื้อต่อไป

"ระพี สาคริก"