
อยากให้เข้ามาจัดระเบียบ
15 มี.ค. 2559
เปิดซองส่องไทย : อยากให้เข้ามาจัดระเบียบ
ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความสงสัยเป็นอย่างมาก คือเห็นหลายที่โดนกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคลองถม สะพานเหล็ก ล่าสุดก็ปากคลองตลาดก็ได้มีการจัดระเบียบกันหมดแล้ว แต่ทำไมทางสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ถึงยังปล่อยให้ เยาวราช ยังเป็นพื้นที่ขายของบนทางเท้าได้อยู่
โดยหน้าร้านอาหารต่างๆ หรือร้านขายของชำ หรือของสด จะนำของเหล่านี้มาวางบนโต๊ะตรงฟุตบาทซึ่งเป็นทางเท้าเต็มไปหมด จนไม่มีทางฟุตบาทให้ชาวบ้านได้เดินกันเลย ชาวบ้านต้องลงไปเดินบนถนนแห่งนี้ ซึ่งเสี่ยงอันตรายอาจโดนรถเฉี่ยวชนได้ อยากรู้ว่าเยาวราชมีอภิสิทธิ์จากตรงไหนทางสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์จึงไม่ทำอะไรเลย
จริงๆ แล้วก็เป็นที่ทราบกันอยู่ว่าเยาวราชถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ก็จริง แต่ผมอยากให้มีการจัดระเบียบที่ดีกว่านี้ แบ่งพื้นที่ให้คนเดินบ้าง ไม่ใช่ตั้งโต๊ะกันเต็มบนฟุตบาทแบบนี้ อย่างน้อยก็ขอให้เห็นกับประชาชนที่เสียภาษีทำฟุตบาทแห่งนี้ แต่กลับต้องลงไปเดินบนถนนแบบเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงแบบนี้
วอนลุงแจ่มช่วยสอบถามไปยังสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ให้หน่อย ว่าทำไมถึงไม่จัดระเบียบบริเวณเยาวราชแห่งนี้ หรือว่ามีอะไรปิด หู ปิดตา ปิดจมูก เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตหมด จนไม่กล้าเข้าไปจัดการอะไรได้ให้กับชาวบ้านที่ต้องลงไปเดินบนถนนที่รถราวิ่งกันมากมาย
มานพ
ตอบ
นายมนัส ประจวบจินดา ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ ชี้แจงว่า 1.ถนนเยาวราชได้ชื่อว่าเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นแหล่งท่องเที่ยวและจุดเศรษฐกิจที่สำคัญ มีร้านค้าทองคำมากที่สุดในประเทศไทย มีความยาวประมาณ 1,800 เมตร ขนาด 6 ช่องจราจรและมีทางเท้ากว้าง 1-2 เมตร มีผู้ค้าที่อยู่ในจุดผ่อนผันเวลากลางวัน (08.00-19.00 น.) จำนวน 142 ราย และเวลากลางคืน (19.00-20.00 น.) จำนวน 118 ราย
2.สภาพการจราจร จะหนาแน่นในช่วงเวลา ประมาณ 18.00-20.00 น. และช่วงเวลาระหว่าง 19.00-21.00 น. จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ มาเดินจับจ่ายซื้อของโดยเฉพาะ อย่างยิ่งซื้อหาอาหารจากผู้ค้าในจุดผ่อนผันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในบางเวลา มีร้านบางร้านจะมีผู้ค้าเข้าคิวคอยซื้อเป็นจำนวนมาก บางครั้งล้นลงไปในผิวการจราจร ดังเช่นที่ผู้ร้องแจ้ง แต่ก็ด้วยจำนวนประชาชนมากกว่าผิวทางเท้าจะรับได้
3.สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ได้ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ ร่วมกันอำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเร่งด่วนดังกล่าว โดยต่อเนื่องตลอดมา และในปัจจุบันได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง (ทหาร) ร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้ประชาชนที่มาท่องเที่ยวอีกด้วย
4.ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการกวดขันจับกุมผู้ค้าที่ฝ่าฝืนมาโดยตลอด เช่น เดือนมกราคม 59 จับกุมเปรียบเทียบปรับจำนวน 181 ราย เดือน กุมภาพันธ์ 59 จับกุมเปรียบเทียบปรับจำนวน 283 ราย เป็นต้น และจักได้เข้มงวดกวดขันมิให้มีการตั้งวางบนผิวการจราจรโดยเด็ดขาดต่อไป
5.ในอนาคตอันใกล้ จะมีการจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อยและตรวจสอบคัดกรองหรือยกระดับคุณภาพของอาหาร รวมตลอดจนความปลอดภัยในอาหาร การป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งไม่พึงประสงค์ในอาหาร ซึ่งในระหว่างนี้ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการในกรณีดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะได้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในระยะเวลาต่อไป



