
'แล้งนี้ เที่ยวอุทยานอันตราย ช้าง หมี หิว'
14 มี.ค. 2559
แล้งนี้ เที่ยวอุทยานอันตราย ช้าง หมี หิว : คอลัมน์ ลุงแจ่มเตือนภัย
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนที่เข้าไปเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในช่วงหน้าแล้งช่วงนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่มีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นต้น
“จึงมีความคิดว่า ต่อไป ห้ามใครเข้าไปกางเต็นท์นอนในเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตที่ไม่ใช่เขตพื้นที่กำหนดให้เป็นลานกางเต็นท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้ามมีการกางเต็นท์เด็ดขาด รวมทั้งห้ามมีการเข้าค่ายด้วย ถ้าจะเข้าค่ายพักแรม จะต้องอยู่ในอาคารที่มีความปลอดภัยเพียงพอ ยอมรับว่า ไม่ค่อยไว้วางใจ ขนาดคนบางทียังมีการเล็ดลอดเข้ามาได้ นับประสาอะไรกับสัตว์ป่า ไม่น่าไว้ใจมากนัก เราจะอนุญาตให้กางเต็นท์ได้เฉพาะบริเวณที่อนุญาตเท่านั้น ซึ่งบริเวณดังนั้น ก็กำชับให้แต่ละอุทยาน วางเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง”
ข้อห้ามดังกล่าวนี้จะสั่งเฉพาะในช่วงหน้าแล้งที่สัตว์อาจจะออกจากป่ามาหากินนอกป่าใช่หรือไม่ นายธัญญา กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์ไปก่อน เพราะช่วงนี้หลายพื้นที่พบว่าสัตว์ออกมานอกป่ากันมาก อีกทั้งที่ผ่านมา ก็จะมีนักท่องเที่ยวบางคนชอบไปกางเต็นท์นอกพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งหากอยู่นอกสายตาเจ้าหน้าที่อาจจะได้รับอันตรายได้ ต้องให้มีความปลอดภัยเอาไว้ก่อน ส่วนการเข้าค่ายพักแรมนั้นสำหรับในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีความเสี่ยง เวลานี้ห้ามเด็ดขาด
เมื่อถามเรื่องที่มีเสียงคัดค้านการที่กรมอุทยานไปสร้างกระทะสำหรับใส่น้ำให้สัตว์ป่าดื่มในช่วงหน้าแล้ง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี โดยบอกว่าอาจจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและเป็นทัศนะอุจาด กรมอุทยานฯ จะทำต่อหรือไม่ นายธัญญา กล่าวว่า ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้สัตว์ป่าได้มีน้ำกินในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อหมดหน้าแล้งก็ไม่ได้ทำ ทั้งนี้ก่อนที่จะเติมน้ำก็มีการทำความสะอาดกระทะก่อนทุกครั้ง
“เรื่องที่บอกว่าเป็นทัศนะอุจาดนั้นผมมองว่า ว่ากันเกินไป น้อยคนที่จะมองกันแบบนี้ ภาพก็ออกมาทางสื่อมากมาย ใครคิดว่ามันอุจาดตรงไหน ผมว่า นี่เป็นเรื่องของความขัดแย้งกันเฉพาะกลุ่มภายในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ต่อไปในอนาคต กรมอุทยานฯ คงต้องวางแผนเพื่อจัดการแก้ปัญหา เรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เช่น การทำแหล่งน้ำขนาดเล็ก ตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่”
Cr.matichon Online./NGAm.



