ไลฟ์สไตล์

2560ดวงเมืองไร้ดาวเลือกตั้ง

2560ดวงเมืองไร้ดาวเลือกตั้ง

10 มี.ค. 2559

2560ดวงเมืองไร้ดาวเลือกตั้งจับตา‘พระเสาร์ทับอาทิตย์’บ้านเมืองสูญเสียบุคคลสำคัญวงการสงฆ์ : ไตรเทพ ไกรงูรายงาน

           ทำเอาคนไทยหวั่นวิตกกันทั้งประเทศหลังบรรดานักโหราศาสตร์ระดับแถวหน้าของเมืองไทยออกมาทำนายทายทักเกี่ยวกับเรื่อง “ดวงเมือง”  ในทำนองเดียวกันว่า ช่วง 7 ปีต่อไปจากนี้จะเกิดเรื่องวุ่นวายกันไม่รู้จบโดยสาเหตุเกิดจาก “ดาวมฤตยู” ได้เคลื่อนจากราศีมีนเข้ามาทับ “ราศีเมษ” ซึ่งเป็นราศีของดวงเมืองไทยในเวลา 05.23 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา และจะอยู่จนถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 เวลา 14.26 น. หรืออยู่นานถึง 7 ปี นับจากปี 2559 เป็นต้นไป
          
           นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ยังเกิดปรากฏการณ์สุริยคราสเต็มดวงเรียกว่า “พระราหูอมเมือง” ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และบุคคลหลากหลายอาชีพทำให้เกิดปัญหา อุบัติเหตุ อุบัติภัยเศรษฐกิจ การค้า การขายฝืดเคือง เนื่องจากดาวราหูปีนี้แรงมาก

           จากปรากฏการณ์ทั้งสอง ตามหลักโหราศาสตร์แล้วถือว่า ดวงเมืองอยู่ในภาวะที่น่าห่วง โดยเฉพาะการเคลื่อนตัวของดาวมฤตยูถือว่าไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยรอบวันที่ 6 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ถือเป็นการเคลื่อนตัวครั้งแรกในรอบ 84 ปี นับจากการเคลื่อนตัวของดาวมฤตยูครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2475 ซึ่งเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และถือเป็นครั้งที่ 3 ของการตั้ง “กรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี” ในรอบ 234 ปี ที่ผ่านมา

           การเคลื่อนตัวของดาวมฤตยู มีหลากหลายคำทำนายที่น่าสนใจ

           อ.ทศพร ศรีตุลา หรือ หมอช้าง หมอดูชื่อดังของประเทศ ทำนายไว้ว่า ดาวมฤตยูเคลื่อนเข้าราศีเมษเป็นเหตุการณ์สำคัญ เพราะราศีเมษเป็นธาตุไฟที่แรงที่สุดของดวงเมือง ทำให้พลัง ของธาตุไฟแรงขึ้น และการมาเยือนของดาวมฤตยูในอดีตล้วนแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่นำพาประเทศพัฒนาต่อไป

           "ด้วยเหตุที่ดาวมฤตยู เป็นดวงดาวแห่งนวัตกรรม หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ซึ่งจะคงอยู่กับดวงเมืองไปอีก 7 ปี นับจากปี 2559 เป็นนิมิตหมายอันดีของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แต่มีข้อแม้ว่า ไม่ได้ดีขึ้นทันทีภายในปีแรก"

           ขณะที่ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ บอกว่า “มฤตยูทับอาทิตย์ในดวงเมือง หมายถึง ผู้นำการเมืองการปกครองเกิดการเปลี่ยนแปลง มันไม่ได้มีแต่พระมฤตยูองค์เดียว ดาวที่น่าจับตามองยังมี ดาวพฤหัสบดี ราหู และดาวเสาร์ ซึ่งผลกระทบทั้งด้านดีและไม่ดี”

           อ.ภิญโญ ยังทำนายไว้ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ น่าจะเป็นปี 2560 ตอนที่ดาวเสาร์ย้ายเข้าราศีธนู ในปี 2560 เพราะดาวพระเสาร์ตอนนี้จรอยู่ในราศีพิจิกเป็น “ภพมรณะของดวงเมือง” เป็นเจ้าเรือนที่ 10 ซึ่งหมายถึง ผู้ปกครอง อาจหมายถึง ครม. คสช. ผู้มีอำนาจในการปกครองประเทศ

           ในจำนวนคำทำนายของโหรหลากสำนัก ล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่คำทำนายหนึ่งที่คอการเมืองต้องฟัง คือ คำทำนายของ พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมฺงกโร) หรือ เจ้าคุณพรหมฯ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)  เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ผู้มีลูกศิษย์ลูกหาทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักธุรกิจ นักการเมืองทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล แวะเวียนไปหาไม่เคยขาด โดยเจ้าคุณพรหมฯ ทำนายไว้ว่า “ปี พ.ศ.2560 ประเทศไทยไม่มีดาวเลือกตั้ง”

           เจ้าคุณพรหมฯ บอกว่า หากพยายามหรือดื้อดึงจัดเลือกตั้ง ตามคำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ระบุว่า “ไม่ว่าจะอย่างไรในปี 2560 ต้องเลือกตั้ง”​ อาจจะซ้ำรอยในอดีตที่ผ่านมา คือ บ้านเมืองจะไม่สงบ จะมีความวุ่นวายเช่นการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา แต่ถ้าเลื่อนไปดาวเลือกตั้งจะโดดเด่นในช่วงต้น ปี พ.ศ.2561

           ทั้งนี้ เจ้าคุณพรหมฯ ยังทำนายไว้อีกด้วยว่า 7 ปี นับจากนี้ไปจะเกิดวิกฤติการณ์กับประเทศหลายอย่าง โดยเฉพาะช่วง 4 ปี แรก คือ ระหว่าง พ.ศ.2559-พ.ศ.2563 แต่ไม่ต้องวิตก เพราะถ้ารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราสามารถที่จะลดวิกฤติการณ์ทางธรรมชาติให้เบาบางลงได้ หากสูญเสียอะไรก็ตาม ต้องยึดหลักธรรมของพระพุทธเจ้าที่ว่า เกิด แก่ เจ็ บตาย เพราะการสูญเสียเป็นธรรมดาโลก จึงต้องตั้งสติยอมรับให้ได้

             “เราต้องยึดมั่นในศีลธรรมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนต้องนำพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ร้ายๆ ได้ เมื่อเรารู้ว่าในอนาคตอาจจะเกิดอะไรขึ้น เราสามารถป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ สามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ และทุกคำพยากรณ์จะไม่เกิดขึ้น หากเราตั้งตัวอยู่บนความไม่ประมาท เอาหลักของพระพุทธเจ้ามาใช้”

           เกี่ยวกับคำทำนายดังกล่าวผู้ที่ไม่ได้อยู่ในวงการโหราศาสตร์ อาจจะตั้งข้อสงสัยว่า “ดาวเลือกตั้งเกี่ยวข้องอะไรกับการเลือกตั้งจริง และถ้าจัดเลือกตั้งในปีที่ไม่มีดาวเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น"

           เรื่องนี้มีตัวอย่างที่ชัดเจน คือ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งปรากฏว่าในช่วงวันเวลาดังกล่าว "ดวงเมืองไม่มีดาวเลือกตั้ง” แต่รัฐบาลในสมัยนั้นยังดันทุรังจัดเลือกตั้ง สุดท้ายก็ล้มไม่เป็นท่า

           ในครั้งนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ และข้อถกเถียงระหว่างผู้สนับสนุนกับผู้ต่อต้านรัฐบาลว่า “ต้องจัดการเลือกตั้ง หรือควรจะเลื่อนออกไปก่อน”

           ในการจัดวันเลือกตั้งครั้งนี้ มีคำทำนายของ "พระสุทธิธรรม สุทธิญาโณ หรือ พระอาจารย์ต้อม" ศิษย์พระมหาประดิษฐ์ ถิรธัมโม อดีตโหราจารย์ใหญ่ประจำวัดสุทัศนฯ กทม.
          
           “วันอาทิตย์ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ดวงเมืองไม่มีดาวเลือกตั้ง!” เพราะดาวพุธสถิตอยู่ในราศีกุม ภ์มีดาวเนปจูนสถิตร่วมราศีกับดาวจันทร์ในราศีกุมภ์สนิทองศา ซึ่งพยากรณ์ได้ว่า “ดาวพุธ” เป็น “ดาวที่ให้โทษ” หากเลือกตั้งจะเกิดจลาจลย่อมๆ เปรียบเสมือนการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ.2549 ซึ่งมีมุมดาวเดียวกัน

           พระอาจารย์ต้อม อธิบายให้ฟังว่า ดาวพุธเพียงดวงเดียวเท่านั้นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตามโบราณกาล “ดาวพุธ” เป็นดวงที่โคจรไม่เป็นปกติ คนโบราณจึงเรียกว่า “พุธรวนเร พุธแปรปรวน” ในทางโหราศาสตร์ ดาวพุธเป็นดาวแห่งความแปรปรวน ไม่แน่นอน และจะโคจรผิดปกติอยู่เสมอ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวเดินช้า หรือกลับเดินถอยหลัง ด้วยสาเหตุดังกล่าวคนโบราณจึงถือว่าดาวพุธเป็นดาวที่หาความแน่นอนและความมั่นคงไม่ได้ และในวันนี้ตามความเชื่อของคนโบราณจะไม่จัดงานมงคล โดยเฉพาะการแต่งงาน หรือทำสัญญาค้าขายใดๆ อย่างเด็ดขาด

           พระเสาร์ทับพระอาทิตย์

           ไม่เพียงเท่านี้ นอกจากการเปลี่ยนแปลงของดวงเมืองที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของดาวมฤตยูแล้ว ยังมีปรากฏการณ์ทางโหราศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้อีกเช่นกัน คือ “พระเสาร์จรทับลัคนา หรือพระเสาร์ทับพระอาทิตย์” โดยมีคำทำนายว่า “ดวงจะเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในทางชีวิตของชะตาบุคคล เพียงแต่จะแตกต่างด้วยเรื่องอะไรขึ้นอยู่กับดวงชะตาเดิม”

           พระอาจารย์ต้อม ให้ข้อมูลต่อ “คม ชัด ลึก” ว่า วันที่ 11 สิงหาคม 2559 เวลา 23.00 น. “ดาวพระพฤหัสบดี” ที่สถิตราศีสิงห์จะย้ายราศีไปสู่ราศีกันย์ ซึ่งปกติดาวพระพฤหัสบดีจะโคจรปัจจุบันในราศีสิงห์นี้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ถือว่า เป็นจุดเสื่อมของดวงดาว เนื่องจาก โคจรมาจาก “ภพวินาศของดวงเมือง” แม้จะทำมุมดีกับดวงเมือง คือ ตรีโกณ หรือ ทำมุม 120 องศากับดวงเมืองก็ตาม แต่ด้วยความมาจาก ภพ อริ มรณะ วินาศ ถือว่า ให้คุณไม่เต็มที่ หรือให้โทษร้ายกับดวงเมือง

           ในความหมายของนักโหราศาสตร์ ดาวพฤหัสบดี หมายถึง โชคลาภ ความสำเร็จ ความสุข บุญกุศล เงินทอง ความยุติธรรม ความกรุณา ความดี ครู พระ เป็นต้น

           หากเมื่อใดที่ดาวพฤหัสบดีอยู่ในมุมเสื่อม หรืออับแสงแล้วจะเกิดเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับความหมาย เช่น ศาสนาเสื่อม ครูเสื่อม ความยุติธรรมเสื่อม โชคลาภเงินทองความสุขเสื่อมตามไปด้วย เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2559 เวลา 23.00 น. ประชาชนจะพบกับความเสื่อม เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นต้องทำใจเข้าใจและตั้งรับกับปัญหาอย่างถูกวิธี

           ทั้งนี้ ในวันที่ 4 มิถุนายน 2559 ในดวงเมืองนั้นอาจจรเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากในวันนี้มี “ดวงดาว พลังงาน” หลายดวงมารวมตัวส่งพลังถึงดาวบาปเคราะห์ โดยมีพระอาทิตย์ พระจันทร์ สถิตราศีร่วมกัน ส่งกระแสสัมพันธ์ ไปถึงพระราหู พระเสาร์และพระอังคาร ซึ่งเป็นดาวบาปเคราะห์ จะพยากรณ์ได้ดังนี้คือ

           “พระเสาร์ ทับพระอาทิตย์ และเนื่องจากดาวพฤหัสบดียังไม่พ้นจุดเสื่อมจึงหมายความได้อีกว่า จะสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการพุทธศาสนาได้อีกประการหนึ่ง ข้อนี้น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง” พระอาจารย์ต้อม ทำนายทิ้งท้ายไว้เป็นปริศนา