
ข่าวสาร'พระธรรมทูต'สายอินเดีย-เนปาล
ข่าวสาร'พระธรรมทูต'สายอินเดีย-เนปาล
“สวดธัมมจักร เปิดมิตร ปิดศัตรู” 0 พระเดชพระคุณ พระเทพโพธิวิเทศ (วีระยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล นำพระนวกะโพธิและผู้ปฏิบัติธรรม ที่บรรพชาภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในโครงการบรรพชา อุปสมบทและปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา ณ แดนพุทธภูมิ จัดโดย พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ผศ.ดร.อุมา แสงคร้าม ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถวายสักการะ เจริญพระพุทธมนต์ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร เจริญจิตภาวนา มอบใบฉายาบัตร ใบประกาศนียบัตร และได้เมตตาให้โอวาทธรรมคำสอนแก่คณะพระนวกโพธิ จำนวน ๒๐ รูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งมีใจความว่า
การบรรพชาอุปสมบทตามรอยบาทพระศาสดาสู่แดนพุทธองค์ ก็เพื่อเป็นการยกระดับ ปรับตนเอง อันเป็นการแสดงถึงการรองรับบาทฐานของความเจริญสูงขึ้นต่อไปในวันข้างหน้า สูงขึ้นทางกาย วาจา และใจ สูงขึ้นทางลาภสักการะ สรรเสริญ และยศศักดิ์ สูงขึ้นในความเป็นมนุษย์ และเทวดา เราก็จะมีฐานที่ดี ฐานที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ จิตหากเราไม่บ่มเพาะ ในฐานของจริยธรรมคุณธรรมแล้ว ก็เสมือนหนึ่งตึกใหญ่ที่เสาเข็มไม่ดี ยิ่งสูงยิ่งอันตราย เพราะต้องต้านแรงลมสูง แล้วต้องรับภาระของสิ่งที่ก่อตัวขึ้นสูงเหมือนตึก หากเสาเข็มไม่ดีแล้ว ก็จะเป็นการบอกได้เต็มร้อยว่า ทรุดหรือล้ม หรือเกิดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย
ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงของโครงการ มองเห็นความเจริญงอกงามของท่านทั้งหลาย จึงมอบหมายให้ท่านทั้งหลายมาสร้างเสาเข็มแห่งชีวิต มาตอกเสาเข็ม และมากำหนดเสาเข็มว่า ตึกกี่ชั้นจะต้องใช้เสากี่ต้น
บัดนี้ท่านทั้งหลายได้รับเสาเข็มแห่งชีวิต คือ ศีล ๒๒๗ ข้อ ได้เจริญมาตั้งแต่วันอุปสมบท ณ พระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา ภายใต้ร่มเงาของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ท่านจึงเปรียบเสมือนหน่อหนึ่งของต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่จะไปเจริญในที่ต่างๆ ต่อไป
ผู้ริเริ่มจัดโครงการอุปสมบทมหากุศลในครั้งนี้ คือ ผศ.ดร.อุมา แสงคร้าม ภริยาของท่าน พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงโครงการครั้งว่า…ตนซาบซึ้งในพระพุทธศาสนา จากการมาอินเดียหลายครั้ง มีความรู้สึกรักพระพุทธเจ้ามาก และอยากมีส่วนในการแสดงพุทธบูชา โครงการนี้เริ่มจากผู้มีศรัทธาอยากอุปสมบท ตนจึงเป็นสะพานบุญนำพาคณะมาอุปสมบทครั้งแรก จำนวน ๗ ท่าน เป็นรุ่นแรก ผลคือ เมื่อลาสิกขาแล้ว เขามีศรัทธามากขึ้น มีสติมากขึ้นในการทำงาน มีคุณธรรมที่ใช้ในการทำงานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยการสัมผัสและประเมินผลจากการปฏิบัติงาน
ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ ๒ มีผู้ศรัทธาร่วมโครงการอุปสมบทจำนวน ๒๐ ท่าน คณะผู้จัดโครงการนั้น อยากให้ผู้อุปสมบทได้รู้ว่า ศาสนาพุทธดีอย่างไร อยากให้รักในพระพุทธศาสนา ซาบซึ้งและนำหลักธรรมไปใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยเกื้อกูลต่อการทำงาน และตั้งใจให้ผู้อุปสมบทได้เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไปในอนาคต
สุดท้ายขอกล่าวขอบคุณพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล โดยเฉพาะพระเดชพระคุณพระเทพโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ที่เมตตาให้ธรรมะที่ซาบซึ้งและเป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อการนำไปใช้ปฏิบัติงานสู่ความเจริญงอกงามของชีวิต และด้วยความเมตตาอย่างสูงของท่านเจ้าคุณ จึงทำให้โครงการนี้ลุล่วงอย่างงดงงาม (๖ มี.ค.๒๕๕๙)



