ไลฟ์สไตล์

ปรับสมดุลร่างกายสู้ภาวะหน้าร้อน

ปรับสมดุลร่างกายสู้ภาวะหน้าร้อน

11 มี.ค. 2559

How to สุขภาพน่ารู้ : ปรับสมดุลร่างกาย สู้ภาวะหน้าร้อน

 
       อากาศร้อนๆ หนาวๆ กันมาตั้งแต่ต้นปี ตอนนี้ถึงคราวเข้าช่วงหน้าร้อนเต็มตัวกันแล้ว อาการอ่อนเพลียไม่สบายตัวจากแสงแดดนับเป็นปราการแรกที่ต้องพบเจอ ไปจนถึงอาการป่วยจากเชื้อโรคต่างๆ ทั้ง โรคท้องร่วง อาหารเป็นพิษ บิด ไทฟอยด์ อหิวาตกโรค โรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจก็เกิดขึ้นได้บ่อยในช่วงหน้าร้อนระอุนี้ แต่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคนเพราะคนที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงเพียงพอจะสามารถเอาชนะภัยจากการเปลี่ยนแปลงอากาศนี้ได้อย่างสบายใจ  
 
       โดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกผู้คิดค้นวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการสร้างภูมิสมดุล (Balancing Immunity) อธิบายว่ากุญแจสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ “ความแตกต่างของระดับภูมิคุ้มกันร่างกาย” ที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน ร่างกายคนเรานั้นเกิดมาพร้อมกระบวนการธรรมชาติในการรักษาตัวเอง โดยมีกองทัพเซลล์เม็ดเลือดขาวประมาณ 22,000–55,000 ล้านเม็ด เป็นพระเอกหลักในการสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา รวมถึงสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ เช่น เซลล์ที่กำลังเจริญเติบโตไปเป็นมะเร็ง เมื่อร่างกายถูกโจมตีจะทำให้ระดับภูมิคุ้มกันเสียสมดุล จนแสดงออกเป็นอาการความผิดปกติต่างๆ แต่หากสามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นจนกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้ ร่างกายของเราก็จะแข็งแรงเพียงพอที่จะรับมือกับโรคได้เอง
 
       "ตามปกติแล้วเม็ดเลือดขาวแบ่งได้ตามหน้าที่เป็น 3 ชนิด คือ 1) เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มเพชฌฆาตทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมโดยตรง 2) เม็ดเลือดขาวกลุ่มบีเซลล์ทำหน้าที่สร้างแอนติบอดี้หรือสารภูมิคุ้มกันต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย 3) เม็ดเลือดขาวกลุ่ม T helper cell โดยเฉพาะTh1 และ Th17 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อสู้กับโรคได้ดียิ่งขึ้นโดยเม็ดเลือดขาวกลุ่มนี้ทำหน้าที่เสมือนเป็นกองทหารสื่อสาร ทันทีที่พบเชื้อโรคก็จะส่งสัญญาณเตือนกระตุ้นให้เหล่าเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตตรงเข้าจัดการกับผู้บุกรุกทันทีทั้งนี้ ภูมิต้านทานโรคของแต่ละคนจะมีมากหรือน้อยขึ้นกับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต แต่หลักๆ แล้วสามารถเพิ่มภูมิให้ตัวเองได้ง่ายๆ ในหลายวิธี เช่น ลดความเครียด ร้อยละ 1.2 ของคนอายุระหว่าง 16-51 ปี ในอเมริกาที่ใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตมากเกินไป มีแนวโน้มเครียดได้ง่ายตั้งแต่ระดับปานกลางจนถึงรุนแรงส่งผลกระทบในร่างกายลดการหลั่งสารโพรสตาแกลนดินซึ่งช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน คนที่มีความเครียมรุมเร้าจึงมักเป็นหวัดง่ายและจะไม่สบายอยู่บ่อยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนมีผลโดยตรงต่อการสร้างเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน เช่น แอนติบอดี้ งานวิจัยของ ม.ชิคาโก พบว่าผู้ที่นอนหลับคืนละ 7 ชั่วโมงเป็นเวลา 4 วัน เมื่อฉีดวัคซีนไข้หวัด คนกลุ่มนี้จะสามารถสร้างแอนติบอดีต่อเชื้อหวัดได้มากกว่าผู้ที่นอนหลับคืนละ 4 ชั่วโมงถึงร้อยละ 50 หรือหากอดนอน 1 คืน เซลล์ที่เป็นป้อมปราการต้านเนื้องอกจะอ่อนแอลงถึงร้อยละ 30 ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งมากขึ้นนอกจากนี้การทำงานของสมองยังแย่ลงอีกด้วย ทางที่ดีควรนอนให้ได้สัก 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เวลาเข้านอนไม่ควรจะเกิน 4 ทุ่ม" ศ.ดร.พิเชษฐ์ แนะนำ
 
       นอกจากนี้การ เปลี่ยนนิสัยการทาน อาหารหลายอย่างมีผลทำให้ระบบภูมิต้านเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ เช่น มีการศึกษาพบว่าการรับประทานน้ำตาล 100 กรัม (เทียบเท่าน้ำอัดลม 3 กระป๋อง) มีผลทำให้การทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับเชื้อโรคหยุดชะงักไปถึง 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เพื่อความชุ่มชื้นและชำระล้างสารพิษตกค้างในร่างกายนอกจากนี้ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักสดและผลไม้ตระกูลส้มที่มีวิตามินซีสูง