
เปิดโลกการศึกษามุสลิม-อาหารตามสั่งสไตล์"สุธี กฤษสุวรรณ"
ไม่น่าเชื่อว่าประสบการณ์ตรงที่ได้จากการดู "แม่สังเวียน แพทย์ประเสริฐ" ทำอาหาร หรือทุกครั้งที่ "พ่อ จ.ส.อ.ถาวร แพทย์ประเสริฐ" พาไปรับประทานอาหารนอกบ้านในวาระพิเศษ ซึ่งมีไม่บ่อยหนัก เพราะอาชีพขายต้นไม้ รับจัดสวน ออกแบบ ทำให้แม่ไม่ได้เป็นเจ้านายของเวลา
เช่นเดียวกับการเป็นทหารในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ของผู้เป็นพ่อ แต่วันนี้ "วิชาการทำอาหาร" ที่เกิดจากครูพักลักจำ ทำให้ "อาร์ต" สุธี กฤษสุวรรณ นักศึกษาปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์อิสลาม ม.อัลอัซฮัร วัย 30 ปี สามารถทำธุรกิจอาหารตามสั่งได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินจากทางบ้านอีกต่างหาก
ผู้ให้กำเนิด อาร์ต คือ สมบูรณ์ ปั้นประสม และ สุรินทร์ กฤษสุวรรณ แต่ แม่สังเวียน ซึ่งเป็นน้า ได้ขอน้องอาร์ตมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก เพราะไม่มีลูก วันนี้พวกเขาทั้ง 4 คน มีความภาคภูมิใน "เด็กน้อย" ที่พวกเขาฟูมฟักมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย เพราะทุกครั้งที่ลูกค้าชาวฝรั่งเศส เลบานอน อิตาลี อังกฤษ โมร็อกโก สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ มาเลเซีย เยอรมัน อียิปต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้มาประจำการอยู่ในประเทศอียิปต์ ที่ชอบจัดงานสังสรรค์ สั่งอาหารตามสั่ง สไตล์ "น้องอาร์ต" มันคือการเผยแพร่ความเป็นไทยออกไปสู่สายตาชาวโลกทันที
โดยเฉพาะ ยำบูดูทรงเครื่อง แกงขี้เหล็กเนื้อย่าง เป็นที่ถูกปากและมีความแปลกสำหรับชาวต่างชาติเป็นที่ยิ่ง จากเดิมเริ่มทำอาหารแค่ 18 อย่าง ตอนนี้มีไม่ต่ำกว่า 80 ชนิด ของอาหารไทย อาทิ ม้าฮ่อ ไก่โสร่ง เงาะแปลง แกงจืดแตงกวายัดไส้ กุ้งห่มสไบ ไก่กรอบเปรี้ยวหวาน ห่อหมกอินพริกหวาน ฉู่ฉี่ปลา รวมทั้งขนมหวานที่เป็นของไทยแท้ๆ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ลูกชุบ เป็นต้น
อาร์ต เล่าว่า เขาจะทำอาหารส่งให้ลูกค้าเฉพาะช่วงที่ว่างจากการเรียนเท่านั้น ส่วนใหญ่ลูกค้าจะสั่งอาหารที่ละ 20-30 ชุด เลี้ยงแขก 50-70 คนในวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันหยุดของข้าราชการและในช่วงสอบ จึงไม่มีปัญหาเรื่องการเรียน ทำให้เขามีรายได้มากพอที่จะใช้จ่ายโดยไม่ต้องอาศัยเงินทางบ้าน
"ผมมีหลักในการทำงานคือ ไม่เอาเปรียบกับลูกค้าไม่ว่าจะด้านปริมาณหรือคุณค่า ตรงต่อเวลา สะอาดเรียบร้อย รสชาติดี สิ่งสำคัญต้องสวย ภูมิใจทุกครั้งที่ชาวต่างชาติโทรเข้ามาสั่งอาหาร เพราะความมีชื่อเสียงจากปากต่อปาก จะรักษามาตรฐานคุณภาพเหล่านี้ไว้ให้ตราบนานเท่านาน ในอนาคตจะเปิดร้านอาหารหลากหลายที่ไม่จำเพาะอาหารมุสลิมเท่านั้น" น้องอาร์ต กล่าว
น้องอาร์ต เล่าว่าที่มีวันนี้ได้ เพราะแม่สังเวียนที่เลี้ยงดูมา ทำอาชีพขายอาหาร และน้องอาร์ตเป็นคนที่ชอบค้าขาย สมัยเรียนประถมและมัธยมต้นที่โรงเรียนบางอ้อศึกษา เขตบางพลัด กทม. เขาเคยไปรับปาท่องโก๋จากร้านแล้วเดินขายทั่วซอยได้เงินค่าขนมวันละร้อยเป็นทุนการศึกษาของตัวเอง เพราะสงสารแม่ที่ต้องตื่นแต่เช้าทำอาหารขายทุกวัน จึงหารายได้ช่วยอีกทาง และทำต่อเนื่องจนกระทั่งไปเรียนศาสนาที่โรงเรียนท่าอิฐศึกษา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ควบคู่ไปกับการเรียนมัธยมปลายจาก กศน.ไปด้วย จากนั้นไปเรียนศาสนาที่โรงเรียนมัจลิซซุดดีน เขตสวนหลวง กทม. ก็ยังขออาจารย์เปิดร้านขายของเพื่อหารายได้ช่วยเหลือทางบ้าน จนกระทั่งได้รับทุนมาเรียน ต่อที่อียิปต์
ช่วงที่มาเรียนที่ประเทศอียิปต์ เป็นปีที่กระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมด้านต่างๆ "น้องอาร์ต" ก็ได้โชว์ฝีมือทันที งานแรกที่รับทำ คือการจัดเลี้ยงอาหารวันพ่อแห่งชาติ โดยเป็นคนคิดเมนูอาหารเพื่อความเหมาะสมเลี้ยงนักเรียน 600 คน รวมถึง จัดซุ้มแกะสลัก เป็นอาจารย์สอนทำอาหารให้แก่นักเรียนไทย และแม่บ้าน ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำธุรกิจร้านอาหารของตนเอง รวมทั้งเป็นเชฟในอนาคต ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้นักเรียนมุสลิมในไคโร อาจจะมีร้านอาหาร "สไตล์น้องอาร์ต" เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเจริญอาหารก็เป็นได้
การเรียนศาสนาไม่ใช่แค่การจบไปเป็นครูอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถนำไปประกอบอาชีพอย่างอื่นได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหากมีศาสนาอยู่ในหัวใจ ทุกอย่างแทบไม่ต้องมีกฎหมายมาบ่งชี้ เพราะศาสนาไปคู่กับคุณธรรมเสมอ ขอเพียงทุกคนทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างเต็มความสามารถก็เพียงพอ แล้วสักวัน อัลลอฮ์จะประทานสิ่งที่เราหวัง...อิงฉาอัลลอฮ์ (หากเป็นที่ประสงค์ของพระองค์)



