ไลฟ์สไตล์

เปิดโลกการศึกษามุสลิม-อาหารตามสั่งสไตล์"สุธี กฤษสุวรรณ"

เปิดโลกการศึกษามุสลิม-อาหารตามสั่งสไตล์"สุธี กฤษสุวรรณ"

30 ก.ค. 2552

ไม่น่าเชื่อว่าประสบการณ์ตรงที่ได้จากการดู "แม่สังเวียน แพทย์ประเสริฐ" ทำอาหาร หรือทุกครั้งที่ "พ่อ จ.ส.อ.ถาวร แพทย์ประเสริฐ" พาไปรับประทานอาหารนอกบ้านในวาระพิเศษ ซึ่งมีไม่บ่อยหนัก เพราะอาชีพขายต้นไม้ รับจัดสวน ออกแบบ ทำให้แม่ไม่ได้เป็นเจ้านายของเวลา

 เช่นเดียวกับการเป็นทหารในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ของผู้เป็นพ่อ แต่วันนี้ "วิชาการทำอาหาร" ที่เกิดจากครูพักลักจำ ทำให้ "อาร์ต" สุธี กฤษสุวรรณ นักศึกษาปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์อิสลาม ม.อัลอัซฮัร วัย 30 ปี สามารถทำธุรกิจอาหารตามสั่งได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินจากทางบ้านอีกต่างหาก

 ผู้ให้กำเนิด อาร์ต คือ สมบูรณ์ ปั้นประสม และ สุรินทร์ กฤษสุวรรณ แต่ แม่สังเวียน ซึ่งเป็นน้า ได้ขอน้องอาร์ตมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก เพราะไม่มีลูก วันนี้พวกเขาทั้ง 4 คน มีความภาคภูมิใน "เด็กน้อย" ที่พวกเขาฟูมฟักมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย เพราะทุกครั้งที่ลูกค้าชาวฝรั่งเศส เลบานอน อิตาลี อังกฤษ โมร็อกโก สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ มาเลเซีย เยอรมัน อียิปต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้มาประจำการอยู่ในประเทศอียิปต์ ที่ชอบจัดงานสังสรรค์ สั่งอาหารตามสั่ง สไตล์ "น้องอาร์ต" มันคือการเผยแพร่ความเป็นไทยออกไปสู่สายตาชาวโลกทันที

 โดยเฉพาะ ยำบูดูทรงเครื่อง แกงขี้เหล็กเนื้อย่าง เป็นที่ถูกปากและมีความแปลกสำหรับชาวต่างชาติเป็นที่ยิ่ง  จากเดิมเริ่มทำอาหารแค่ 18 อย่าง ตอนนี้มีไม่ต่ำกว่า 80 ชนิด ของอาหารไทย อาทิ ม้าฮ่อ ไก่โสร่ง เงาะแปลง แกงจืดแตงกวายัดไส้ กุ้งห่มสไบ ไก่กรอบเปรี้ยวหวาน ห่อหมกอินพริกหวาน ฉู่ฉี่ปลา รวมทั้งขนมหวานที่เป็นของไทยแท้ๆ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ลูกชุบ เป็นต้น

  อาร์ต เล่าว่า เขาจะทำอาหารส่งให้ลูกค้าเฉพาะช่วงที่ว่างจากการเรียนเท่านั้น ส่วนใหญ่ลูกค้าจะสั่งอาหารที่ละ 20-30 ชุด เลี้ยงแขก 50-70 คนในวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันหยุดของข้าราชการและในช่วงสอบ จึงไม่มีปัญหาเรื่องการเรียน ทำให้เขามีรายได้มากพอที่จะใช้จ่ายโดยไม่ต้องอาศัยเงินทางบ้าน

 "ผมมีหลักในการทำงานคือ ไม่เอาเปรียบกับลูกค้าไม่ว่าจะด้านปริมาณหรือคุณค่า ตรงต่อเวลา สะอาดเรียบร้อย รสชาติดี สิ่งสำคัญต้องสวย ภูมิใจทุกครั้งที่ชาวต่างชาติโทรเข้ามาสั่งอาหาร เพราะความมีชื่อเสียงจากปากต่อปาก จะรักษามาตรฐานคุณภาพเหล่านี้ไว้ให้ตราบนานเท่านาน ในอนาคตจะเปิดร้านอาหารหลากหลายที่ไม่จำเพาะอาหารมุสลิมเท่านั้น" น้องอาร์ต กล่าว

 น้องอาร์ต เล่าว่าที่มีวันนี้ได้ เพราะแม่สังเวียนที่เลี้ยงดูมา ทำอาชีพขายอาหาร และน้องอาร์ตเป็นคนที่ชอบค้าขาย สมัยเรียนประถมและมัธยมต้นที่โรงเรียนบางอ้อศึกษา เขตบางพลัด กทม. เขาเคยไปรับปาท่องโก๋จากร้านแล้วเดินขายทั่วซอยได้เงินค่าขนมวันละร้อยเป็นทุนการศึกษาของตัวเอง เพราะสงสารแม่ที่ต้องตื่นแต่เช้าทำอาหารขายทุกวัน จึงหารายได้ช่วยอีกทาง และทำต่อเนื่องจนกระทั่งไปเรียนศาสนาที่โรงเรียนท่าอิฐศึกษา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ควบคู่ไปกับการเรียนมัธยมปลายจาก กศน.ไปด้วย จากนั้นไปเรียนศาสนาที่โรงเรียนมัจลิซซุดดีน  เขตสวนหลวง กทม. ก็ยังขออาจารย์เปิดร้านขายของเพื่อหารายได้ช่วยเหลือทางบ้าน จนกระทั่งได้รับทุนมาเรียน ต่อที่อียิปต์

 ช่วงที่มาเรียนที่ประเทศอียิปต์ เป็นปีที่กระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมด้านต่างๆ "น้องอาร์ต" ก็ได้โชว์ฝีมือทันที งานแรกที่รับทำ คือการจัดเลี้ยงอาหารวันพ่อแห่งชาติ โดยเป็นคนคิดเมนูอาหารเพื่อความเหมาะสมเลี้ยงนักเรียน 600 คน รวมถึง จัดซุ้มแกะสลัก เป็นอาจารย์สอนทำอาหารให้แก่นักเรียนไทย และแม่บ้าน ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำธุรกิจร้านอาหารของตนเอง รวมทั้งเป็นเชฟในอนาคต ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้นักเรียนมุสลิมในไคโร อาจจะมีร้านอาหาร "สไตล์น้องอาร์ต" เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเจริญอาหารก็เป็นได้

 การเรียนศาสนาไม่ใช่แค่การจบไปเป็นครูอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถนำไปประกอบอาชีพอย่างอื่นได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหากมีศาสนาอยู่ในหัวใจ ทุกอย่างแทบไม่ต้องมีกฎหมายมาบ่งชี้ เพราะศาสนาไปคู่กับคุณธรรมเสมอ ขอเพียงทุกคนทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างเต็มความสามารถก็เพียงพอ แล้วสักวัน อัลลอฮ์จะประทานสิ่งที่เราหวัง...อิงฉาอัลลอฮ์ (หากเป็นที่ประสงค์ของพระองค์)

[email protected]