ไลฟ์สไตล์

วิจัยพบใชัพุทธจิตวิทยาลดวัยรุ่นฆ่าตัวตายได้

วิจัยพบใชัพุทธจิตวิทยาลดวัยรุ่นฆ่าตัวตายได้

07 มี.ค. 2559

ผลวิจัย'มจร.'พบใช้หลักพุทธจิตวิทยาลดอัตราการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมไทยได้

          7มี.ค.2559 ผศ.ดร.สิริวัฒน์  ศรีเครือดง และคณะ หัวหน้าภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ทำการวิจัยเรื่อง พุทธจิตวิทยาบูรณาการ : แนวคิดและการสร้างตัวแบบเพื่อลดอัตราการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมสังคมไทย ทุนอุดหนุนการวิจัย : สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รายงานการประมาณการฆ่าตัวตายของคนทั่วโลก ในแต่ละปีมีจำนวนคนที่ฆ่าตัวตายเกือบ 1 ล้านคน ทุก 40 วินาที มีคนฆ่าตัวตาย 1 คน  คาดว่าประมาณการในปี 2020 ในเวลา 20 วินาทีจะมีคนฆ่าตัวตาย 1 คน  การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการตายเป็นลำดับที่ 3 ของสาเหตุการตาย จากรายงานการฆ่าตัวตายทั่วโลก พบว่า เพศชายมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงกว่าเพศหญิง  การฆ่าตัวตายในทุกราย เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ มีความสัมพันธ์กับการเจ็บป่วยทางจิต โดยเฉพาะการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า และการติดสารเสพติด

          สาเหตุของการฆ่าตัวตายในวัยรุ่นมีหลายสาเหตุ เช่น ประวัติครอบครัว การเลียนแบบ ข่าวหรือเรื่องราวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายอาจชักชวนให้เด็กหรือวัยรุ่นเลียนแบบพฤติกรรมฆ่าตัวตาย ความผิดปกติทางชีวะภาพ ปัญหาหรือความผิดปกติขณะคลอด ความผิดปกติทางจิตเวช สภาพครอบครัว (กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข)  ซิกมัน ฟอยด์ (Sigmund  Freud)   ได้กล่าวถึงการทำงานของจิตใต้สำนึกอยู่เบื้องหลัง พฤติกรรมของคน สาเหตุเริ่มต้นของการฆ่าตัวตายเพราะจิตใต้สำนึก  มีธรรมชาติความโน้มเอียงที่จะทำลายตนเอง หรือมีสัญชาตญานแห่งความตาย (Death Instinct) เพราะมีความคับข้องใจในสัญชาตญาณการมีชีวิตรอด ฟรอยด์ เชื่อว่า การฆ่าตัวตายก็เหมือนกับการฆาตกรรม  

          จากผลสำรวจโพลล์ ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์  เกี่ยวกับปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยพฤติกรรมของวัยรุ่นไทย พบว่า วัยรุ่นร้อยละ 87.5 ได้ประสบกับปัญหาที่ทำให้รู้สึกเครียด เป็นทุกข์ และวิตกกังวลอันส่งผลต่อสภาพจิตใจและการดำเนินชีวิตโดยวัยรุ่นที่อยู่กับพ่อหรือแม่ที่แยกกันอยู่มีปัญหาความเครียดและเป็นทุกข์มากที่สุด และพบว่า วัยรุ่นที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษา มีปัญหาความเครียดและเป็นทุกข์มากที่สุด น่าจะเป็นเพราะเพิ่งย่างเข้าสู่วัยรุ่นจึงต้องปรับตัวในหลาย ๆ  เรื่อง จึงมีปัญหาความเครียดและเป็นทุกข์กังวลมากกว่ากลุ่มอื่น  วัยรุ่นไทยในปัจจุบันห่างไกลพระพุทธศาสนา  เนื่องจากขาดการชี้แนะและปลูกฝังจากผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้วัยรุ่นบางส่วนยังเห็นว่าหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่เผยแพร่อยู่ทุกวันนี้ไม่ตรงกับปัญหาของพวกเขา เข้าใจยาก และเน้นแต่เรื่องชาตินี้ชาติหน้าซึ่งไกลตัวเกินไป จากข้อเท็จจริงและปรากฏการณ์ดังกล่าวข้างต้นเป็นมูลเหตุจูงใจให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะทำการศึกษาวิจัย เพื่อสร้างตัวแบบพุทธจิตวิทยาบูรณาการในการลดอัตราการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมไทย และใช้เป็นแนวทางในการป้องกันแก้ไขและลดอัตราการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมไทยต่อไป

          จากผลการวิจัยพบว่า   1. แนวคิดและบูรณาการหลักพุทธจิตวิทยาในการลดอัตราการฆ่าตัวตายตามแนวพระพุทธศาสนา มีปัญหาเชิงสาเหตุการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมไทย พบว่าสภาพปัญหาเชิงสาเหตุการฆ่าตัวตาย ประกอบด้วย  6 ประเด็น ดังนี้ 1. ด้านค่านิยมสมัยใหม่ 2) ความเครียดจากการเรียน 3) สภาพทางเศรษฐกิจ 4) สภาวะสุขภาพ  กาย-จิต  5) อุปนิสัยส่วนตัว และความรัก และ 6) การเข้าสังคม และการคบเพื่อน โดยปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นทุกคน กลายเป็นปัญหาสะสม ที่อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย ซึ่งสามารถแบ่งระดับความรุ่นแรง ได้ 3 ระดับ คือ 1) วัยรุ่นที่มีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย   2) วัยรุ่นที่มีความพยายามในการฆ่าตัวตาย และ 3) วัยรุ่นที่มีการกระทำในการฆ่าตัวตาย  

          2. บูรณาการและพัฒนาตัวแบบหลักพุทธจิตวิทยาในการลดอัตราการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมไทยโดยการบูรณาการ การใช้หลักพุทธจิตวิทยาเชิงบูรณาการกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การใช้หลักพุทธจิตวิทยาเชิงบูรณาการ ประกอบด้วย 1) การให้คำปรึกษาแนะนำ  2) กระบวนการจิตบำบัด และ 3) ระบบการมีส่วนร่วม บูรณาการร่วมกับการนำหลักอริยสัจ 4  คือ การรู้ปัญหาตนเอง การรู้สาเหตุปัญหา   การรู้เป้าหมายการแก้ไข  และการรู้วิธีการแก้ไข และนำหลักปฏิบัติโดยการทำให้มากที่สุดให้บรรลุเป้าหมาย และการนำหลักอริยมรรคมีองค์ 8 มาเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง ประกอบด้วย 1) สัมมาทิฏฐิ 2) สัมมาสังกัปปะ 3) สัมมาวาจา 4) สัมมากัมมันตะ 5) สัมมาอาชีวะ 6) สัมมาวายามะ 7) สัมมาสติ 8) สัมมาสมาธิ
     
          3. สร้างตัวแบบพุทธจิตวิทยาบูรณาการในการลดอัตราการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมไทย ตัวแบบพุทธจิตวิทยาบูรณาการในการลดอัตราการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมไทย มีองค์ประกอบที่สำคัญ 5 องค์ประกอบ มีรายละเอียด ดังนี้

          องค์ประกอบที่ 1 ปัจจัยสาเหตุการฆ่าตัวตายของเยาวชนหรือวัยรุ่นไทย ประกอบด้วย 6 ปัจจัยสำคัญ  คือ 1. ด้านค่านิยมสมัยใหม่ 2. ด้านสภาพเศรษฐกิจในครอบครัว 3. ด้านสุขภาพ กาย-จิต 4.
อุปนิสัยส่วนตัว 5. ความสัมพันธ์ในครอบครัว  และ 6. การคบเพื่อน/ความรัก

          องค์ประกอบที่ 2 หลักพุทธธรรมที่สามารถโน้มนำมาป้องกันและแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตาย คือ หลักธรรม อริยสัจ 4 และ มรรคมีองค์ 8 

          องค์ประกอบที่ 3 หลักจิตวิทยาเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตาย คือ หลักการให้คำปรึกษาแนะนำ และหลักกระบวนการจิตบำบัด

          องค์ประกอบที่ 4 แนวคิดเพื่อการจัดการปัญหาการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นไทย ประกอบด้วย แนวคิดเชิงป้องกันและแก้ไขที่สาเหตุ  แนวคิดการปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต  แนวคิดการป้องกันผ่านครอบครัว +ชุมชน+วัด + โรงเรียน (คชวร) แนวคิด การสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต ผ่านกลุ่มเพื่อน และ

          องค์ประกอบที่ 5 กลุ่มพลัง “ การมีส่วนร่วม ” ประกอบด้วย 1. ครู/ผู้บริหารสถานศึกษา  2. กลุ่มเพื่อน 3. กลุ่มผู้ปกครอง  4. กลุ่มสหวิชาชีพด้านสุขภาพ และ 5. วัด/สถานปฏิบัติธรรม