ไลฟ์สไตล์

Huawei GR5 รุ่นประหยัดแต่สเปกแพง

Huawei GR5 รุ่นประหยัดแต่สเปกแพง

06 มี.ค. 2559

ไอทีรีวิว : Huawei GR5 รุ่นประหยัดแต่สเปกแพง

 
                      เมื่อเร็วๆ นี้หัวเหว่ยจัดงานเปิดตัว Huawei Mate 8 สมาร์ทโฟนระดับแฟล็กชิพอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย พร้อมเชิญสื่อมวลชนจากต่างประเทศเข้ามาร่วมงานกันอย่างหนาตา ในงานนั้นนอกจากจะเปิดตัวอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม นักแสดงหน้าตาดีมีสไตล์เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Mate 8 แล้ว ยังมีการพ่วงเปิดตัว Huawei GR 5 สมาร์ทโฟนระดับราคาต่ำหมื่นที่หัวเหว่ยจะใช้บุกตลาดหลักด้วยเช่นกัน
 
                      จะว่าไปแล้วเจ้า GR 5 นี่ก็เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Oppo F1 และ Lenovo K4 Note ในระดับราคาใกล้เคียงกัน ดังนั้นเมื่อมีคู่แข่งในกลุ่มตลาด ทางผู้ผลิตจึงต้องสร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่นให้ผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นจุดขายให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเลือกกันได้ไม่ยาก
 
                      สำหรับเจ้า GR 5 นั้นจุดเด่นจริงๆ คือ การเป็นสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่น รุ่นแรกที่มีฟังก์ชัน Fingerprint Scan ที่ทำงานได้มากกว่าการปลดล็อกตัวเครื่องจากโหมด Sleep
 
                      เพราะเจ้า Fingerprint Scan ที่นับเป็นรุ่น 2.0 หรือที่มีชื่อเต็มๆ ว่า Fingerprint ID 2.0 ใน GR 5 มาพร้อมกับการเลือกว่าจะใช้นิ้วใดสั่งให้เปิดแอพพลิเคชั่น หรือให้เครื่องเข้าสู่โหมดการทำงานอะไร เช่น ใช้นิ้วชี้ขวากำหนดให้เครื่องเปิดแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก นิ้วกลางขวากำหนดให้กล้องทำงาน นิ้วโป้งซ้ายกำหนดให้เครื่องตื่นขึ้นมาจากโหมดพักหน้าจอ เป็นต้น
 
                      ซึ่งจากการทดลองใช้งานแล้วพบว่าฟังก์ชันนี้ของ GR 5 ทำงานได้ดี รวดเร็ว แม่นยำ แถมยังทำงานได้แม้มือจะเปียก นอกจากนั้นหัวเหว่ยยังออกแบบระบบความปลอดภัยในส่วนของการเก็บรอยนิ้วมือไว้ในฐานข้อมูลภายในชิพเซต ไม่ได้อยู่ในหน่วยความจำ ROM เหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นก่อนๆหน้า ทำให้การเจาะเข้าถึงเพื่อล้วงข้อมูลลายนิ้วมือเป็นไปได้ยากขึ้นมาก
 
                      ส่วนการออกแบบนั้นผู้เขียนให้ “ผ่าน” สำหรับรูปลักษณ์ที่ดูหรูหรา (แต่ราคาต่ำหมื่น) กับวัสดุอะลูมิเนียมทั้งตัว ซึ่งหน้าตาจะแตกต่างจากเจ้า Huawei P8 รุ่นพี่ค่อนข้างมาก แต่จะดูคล้ายกับ Mate 8 ย่อส่วนลงมาก็คงจะว่าไม่ผิดนัก 
 
                      เจ้าตัวนี้ใส่ซิมได้ 2 ซิม และไม่ได้เป็นแบบไฮบริด คือถาดใส่ซิมทั้ง 2 ซิมจะแยกต่างหากจากถาดใส่ไมโครเอสดีการ์ด ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานซิมทั้ง 2 ตัวได้พร้อมๆ กัับการเพิ่มความจุแหล่งเก็บข้อมูล
 
                      ขณะที่สเปกโดยรวมนั้น มีดังต่อไปนี้ ซีพียู ใช้ Qualcomm Snapdragon 616 Octa-core รุ่นใหม่ ชิพแสดงผล Adreno 405 RAM:2 กิกะไบต์  หน่วยความจำภายใน 16 กิกะไบต์ รองรับ ไมโครเอสดีการ์ด สูงสุด 128 กิกะไบต์ กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล F2.0 และ LED flash ส่วน กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
 
                      ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.1.1 แสดงผลบนหน้าจอสัมผัส แบบIPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ FullHD 
 
                      รองรับเครือข่าย 4 จี คลื่น 700 / 850 / 900 / 1800 / 2100 / 2600 และ TDD 2300  ระบบ 3 จี คลื่น 850 / 900 / 2100  Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4GHz Bluetooth 4.1 แบตเตอรี่:3,000 mAh ถอดเปลี่ยนไม่ได้ น้ำหนักชั่งจากโรงงานที่ 158 กรัม 
 
                      ในส่วนของการใช้งานนั้นหัวเหว่ยจะมี User Interface ของตนเอง ที่เรียกว่า EMUI ในเจ้า GR 5 นี้ใช้เวอร์ชั่น 3.1 ซึ่งทำให้หัวเหว่ยค่อนข้างจะแตกต่างไปจากยี่ห้ออื่น และปุ่ม 3 กษัตริย์ของระบบแอนดรอยด์ (ปุ่ม Back Home และ Task) เป็นแบบกราฟฟิกแสดงบนหน้าจอ ใช้วิธีสัมผัสไม่ต้องกดปุ่มให้เมื่อย
 
                      ขณะที่การใช้งานทั่วไปรับเข้าโทรออกนั้นราบรื่นดี ได้ยินเสียงสนทนาชัดเจน ส่วนลำโพงสปีกเกอร์ด้านล่างให้เสียงดังพอดีๆ แบบผู้ดี เข้ากับหน้าตาของตัวเครื่อง การใช้งานเครือข่าย 4 จี ของค่ายสีฟ้า ทำได้ดี GR 5 จับสัญญาณได้ไม่ติดขัด ดูหนังผ่านเว็บยูทูบได้ราบรื่นดี จนทางค่ายต้องส่งข้อความมาเตือนว่าโควตาปริมาณข้อมูลใกล้หมดแล้ว (เพลินไปหน่อย) มีบ้างที่สัญญาณดร็อปลงไปเมื่ออยู่ในลิฟต์และชั้นจอดรถใต้ดิน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ระบบนำทางโดยอาศัยแอพพลิเคชั่น Google Map 
 
                      ส่วนการเล่นเกมต้องบอกว่าผิดหวังนิดๆ เพราะมีอาการกระตุกของภาพบ่อยๆ ในเกมที่มีการแสดงผลค่อนข้างโหด อย่าง Real Racing 3 แต่ก็ทำใจยอมรับได้เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับความโหดในระดับนั้น ขณะที่เกมยิงไข่  หรือ Angry Bird 2 นั้นทำได้ฉลุยสบายๆ แบตเตอรี่ก็ไม่ลดลงฮวบฮาบให้ตกใจด้วย
 
                      จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ กล้องครับ กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลของเจ้า GR 5 ทำงานได้แจ่มมาก ทำให้รุ่นพี่อย่าง P8 มีหนาวๆ ร้อนๆ เพราะด้วยระดับราคาที่ต่างกัน เจ้า GR5 ให้ภาพที่ออกมาดีใกล้เคียงกันเลย พร้อมมีฟังก์ชันถ่ายภาพอาหาร ถ่ายภาพวาดด้วยแสงถ่ายภาพกลางคืน ภาพหน้าสวย ที่ทำงานได้ดีทีเดียว อันนี้ให้ “ผ่าน” อีกรอบหนึ่งเลยครับ
 
                      สำหรับราคาเปิดตัวที่ 8,990 บาท คุ้มครับ น่าลองทีเดียว