ไลฟ์สไตล์

ชวนเที่ยว : ตรงนั้นตรงนี้ที่ 'ญี่ปุ่น'

ชวนเที่ยว : ตรงนั้นตรงนี้ที่ 'ญี่ปุ่น'

06 มี.ค. 2559

ชวนเที่ยว : ตรงนั้นตรงนี้ที่ 'ญี่ปุ่น' : เรื่อง / ภาพ ... วิทวัต ตันสุหัช

 
                      ช่วงได้ลาหยุดประจำปี ได้มีโอกาสไปเที่ยว ญี่ปุ่น อีกครั้ง สำหรับหลายท่านอาจคิดว่ามีแต่ที่ซ้ำๆ เดิมๆ ไปครั้งสองครั้งก็พอแล้ว แต่ญี่ปุ่นมีสถานที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นใหม่ๆ มาตลอดครับ เช่นเดียวกับเที่ยวนี้ที่ได้ไปหลายแห่ง จึงขอบันทึกไว้หน่อย
 
                      แห่งแรกสุดที่ไปแล้วชอบมากๆ คือ สะพานแขวน Mishima Skywalk เป็นจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิแห่งล่าสุดใหม่เอี่ยม ที่เพิ่งเปิดให้เข้าครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2015 นี่เอง ยังไม่ถึงสี่เดือนเลย อีกหน่อยต้องเป็นแลนด์มาร์กแน่ๆ สะพานอยู่ห่างจากตัวเมืองโตเกียวไม่มากครับ นั่งรถไฟมาเมืองมิชิม่าลงสถานีเสร็จก็มีรถบัสมารอตลอดนั่งชมวิวไปเรื่อยๆ ครึ่งชั่วโมงก็ถึง
 
                      สะพานแขวนนี้ยาว 400 เมตร อยู่เหนือพื้นดินที่ระดับ 70 เมตร กลายเป็นสะพานแขวนคนเดินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นไปเลย วันที่ไปโชคดีมากเพราะสภาพอากาศสุดยอด (บางวันเขาปิดสะพานนะครับ เช่นวันที่ฝนหรือหิมะจะตกหนัก) ภูเขาไฟฟูจิเธอเต็มใจออกมาโชว์ให้เห็นเต็มตาเต็มใจ อากาศก็ดีมากๆ นักท่องเที่ยวทั้งคนญี่ปุ่นเองและคนต่างชาติไปเดินข้ามสะพานกันสนุก ผมเองจริงๆ กลัวความสูงนะ แต่เห็นทั้งคนสูงอายุหรือพวกเด็กๆ และสาวๆ ตั้งหลายคนยังกล้าเดินก็เลยแข็งใจเดินไป คือใช้วิธีเดินเงยหน้ามองไปยังเป้าหมาย ถ้าก้มหน้าเห็นทีต้องเป็นลมแน่ แต่ตรงกลางสะพานมองและถ่ายรูปได้วิวฟูจิสวยจริงๆ ไปถึงอีกฝั่งก็มีจุดชมด้านบนด้วย
 
                      ค่าเข้าเดินสะพาน 1,000 เยน แต่คุ้มมากจริงๆ ใครที่ไปขอให้ลองไปเดินวัดใจสักครั้ง
 
                      อีกแห่งที่ไปเยือนคือ สวนอุเอโนะ จากสถานที่ใหม่ล่าสุด ไปยังสถานที่เก่าที่สุดบ้าง ที่นี่เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของญี่ปุ่น เปิดสวนครั้งแรกปี ค.ศ.1873 ร้อยกว่าปีมาแล้ว บรรยากาศในวันที่ไปปลายกุมภาพันธ์คงไม่สวยเท่ากับฤดูใบไม้ผลิ แต่ก็ยังทันเห็นดอกซากุระบานหลายต้นนะครับ ปีนี้เขาว่าบานเร็ว
 
                      เดินในสวนอุเอโนะก็เหมือนเดินในโบราณสถานครับ มีของเก่าแก่มากมาย เช่น พระพักตร์พระพุทธรูป เจดีย์ห้าชั้น โรงระฆังแขวน ที่น่าสนใจคือในนั้นมีสิ่งเก่าแก่อยู่ตามจุดต่างๆ หลายจุดครับ เพราะแต่เดิมสวนอุเอโนะเป็นวัดของโชกุนตระกูลโทกุกาวะในยุคเอโดะ แต่ละวัดมีอายุนับหลายร้อยปี อย่างเช่น ศาลเจ้าอุเอโนะโตโชกุ (อายุ 400 กว่าปี) สร้างโดยโชกุนโทกุกาวะ อิเอยาสุ ในนั้นจะเห็นตะเกียงหินยักษ์กว่า 200 โคมสูงเกินตัวผมไปมาก น่าจะราวๆ สองเมตร ตั้งเรียงรายกันไปตลอดทาง เป็นของโชกุนทุกคนในตระกูลนี้มาสร้างไว้ ส่วนตะเกียงหินยักษ์ที่สูงที่สุดมีความสูง 6.8 เมตร เป็นตะเกียงหินที่สูงสุดหนึ่งในสามของญี่ปุ่นครับ อีกสองตะเกียงนั้นอยู่ที่นาโงย่าและเกียวโต
 
                      เดินถัดลงมาอีกแห่งในสวนอุเอโนะจะเจอ ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1616 ที่มีไม้แดงเรียงรายลงไปเหมือนกับที่เกียวโต ถึงจะเป็นระยะทางสั้นๆ แต่ก็สวยงามมาก โล่งคนแล้วยังถ่ายรูปออกมาได้สวย
 
                      ถึงจะเป็นสวนเก่าแก่แต่ก็มีคนไปเดินเที่ยวมากมายตลอดวัน มีทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กๆ ไปเดินเล่นคนสูงอายุไปออกกำลัง คนหนุ่มสาวไปนั่งพักผ่อน สวนอยู่กลางกรุงโตเกียว เดินจากวัดอาซาสุกะแค่ 20 นาทีก็มาถึงแล้ว
 
 
ชวนเที่ยว : ตรงนั้นตรงนี้ที่ 'ญี่ปุ่น'
 
 
                      อีกจุดใกล้ๆ กัน คือเมือออกจากสวนแห่งนี้แล้ว ถ้าออกมาทาง รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro ฝั่งตรงกันข้ามจะเป็น ตลาดอะเมยาโยโกะชู บรรยากาศประมาณตลาดโบ้เบ๊หรือสำเพ็งบ้านเรานี่แหละ มีพวกเสื้อยืนสกรีนลายต่างๆ รองเท้า กางเกง ขนมนมเนยสารพัด เกาลัด เนื้อย่าง ไก่ย่าง ผลไม้ เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านอาหารเยอะไปหมด ตลอดจนพวกร้านมือถือ กล้องถ่ายรูป แวะไปเดินเล่นก็สนุกดีครับ ราคาของไม่แพงด้วย พวกเสื้ออาดิดาสบางรุ่นหาไม่ได้ที่ไทยแถมถูกกว่าด้วย
 
                      แต่เป้าหมายสูงสุดของการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ อยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ (Fujiko F. Fujio Museum) หรือที่ได้ยินบ้านเราเรียกไปว่า พิพิธภัณฑ์โดราเอม่อน ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ถูกนัก เพราะคนที่อายุ 35 ปีขึ้นไปจะทราบว่าผลงานของ อ.ฟูจิโอะไม่ใช่แค่โดราเอม่อนเท่านั้น ยังมีการ์ตูนอีกมากมายในความทรงจำที่เป็นผลงานของนักวาดการ์ตูนท่านนี้ เช่น ผีน้อยคิวทาโร่, ปาร์แมน, 21 เอมอน, เออิชินักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว, ตำรวจกาลเวลา, โมจาโมจาตะลุยจักรวาล, นินจาฮาโตริ แค่นี้ก็เหลือจะบรรยายแล้วครับ
 
                      พิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิดได้แค่สองปี ตั้งอยู่ในแถบชานเมืองของ จังหวัดคาวาซากิ (Kawasaki) จังหวัดบ้านเกิดของ อ.ฟูจิโอะ นั่งรถไฟจากชินจูกุมาราวๆ ชั่วโมงเศษก็ถึง ลงสถานีนารุโบโตะ จะมีรถบัสของพิพิธภัณฑ์มารอเลย แค่เห็นรถบัสก็ยิ้มออกแล้ว ที่นี่จะเปิดให้เข้าเป็นรอบคือ รอบ 10 โมง 12 โมง บ่าย 2 และ บ่าย 4 ใครไปถึงก่อนก็ต้องรอ หรือจะเดินเล่นแถวสถานีรถไฟก่อนก็ได้ หรือนั่งรถไปที่หน้าพิพิธภัณฑ์แล้วเดินชมรอบๆ ก็ได้ เป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงามมาก ผมไปถึงก่อนเกือบชั่วโมงไม่มีใครซักคน ไปเดินชมเมืองรอบหนึ่งกลับมาคนยืนเต็มทางเดินไปหมด ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นพาลูกหลานมาเที่ยวชมกัน
 
                      ข้างในพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นส่วนที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ เป็นจุดแสดงภาพของ อ.ฟูจิโกะ ตั้งแต่ยังหนุ่ม พวกของใช้ส่วนตัว อ.ฟูจิโอะ ชอบวาดตัวเองลงในหนังสือการ์ตูนของแก แฟนๆ เลยฟินกันใหญ่ เมื่อเห็นของอย่างกล้องยาสูบ หมวก ห้องและโต๊ะทำงานที่วาดการ์ตูนต่างๆ รวมถึงร่างแรกๆ ของตัวการ์ตูนที่กล่าวไปแล้วข้างบน (โดราเอม่อนอ้วนมาก) หนังสือฉบับแรกๆ ตั้งแต่ยุค 70 ไทม์ไลท์ของหนังสือการ์ตูนแต่ละเรื่องของท่านจะพูดถึงแต่ละยุค ซึ่งมีตั้งแต่ปี 1933 จนถึงปี 2099 แฟนการ์ตูนอย่างผมพอได้เห็นก็เข้าใจละเอียดเลย
 
                      อีกโซนที่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ เป็นจุดรอบนอกและบริเวณดาดฟ้าที่มีตัวการ์ตูนสำคัญต่างๆ ให้เลือกถ่ายรูป จัดให้ในตอนที่ได้รับความนิยมสูง ใครที่อ่านแล้วจำได้จะยิ่งปลื้ม นอกจากนี้ยังมีจุดเล่นเกม มุมอ่านการ์ตูน ห้องฉายหนังการ์ตูนตอนสั้นๆ เห็นแล้วต้องยอมรับวัฒนธรรมมังงะของที่โน่นเลยครับว่าแข็งแรงมาก มีที่ไหนอีกที่พ่อแม่ลูกนั่งอ่านการ์ตูนพร้อมๆ กันอย่างจริงจังแบบนี้ มันเป็นเสริมสร้างจินตนาการที่ดีมาก ไม่แปลกที่พวกเขาคิดค้นอะไรก้าวหน้าไปเรื่อยไม่มีหยุด ส่วนหนึ่งก็มาจากไอเดียของการ์ตูนนี่แหละครับ เช่น รถไฟความเร็วสูง อันนี้บอกได้เลย
 
                      ที่น่ารักมากๆ อีกอย่างในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือทั้งร้านอาหาร ส่วนขายของที่ระลึก และห้องโชว์ต่างๆ ก็ออกแบบตามตัวการ์ตูนทั้งหมดเลย แม้แต่ป้ายบอกทางไปห้องน้ำก็ยังใช้ตัวการ์ตูนบอกทาง ผมออกจากเมืองคาวาซากิราวๆ บ่ายสี่โมงเศษๆ นั่งรถไฟถึงสถานีชินจูกุห้าโมงกว่า ถ้าใครอยู่แถวนั้นช่วงเย็นๆใกล้ค่ำ แล้วไม่ได้อยากเดินซื้อของ ผมแนะนำให้ลองไปที่นี่ครับ ที่ว่าการมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Building) ถ้าออกจากสถานีชุนจูกุดูป้ายและเดินตามป้ายไปซัก 10 นาทีก็ถึงถนนใหญ่ เดินไปตามทางก็เจอเป็นตึกแฝดสูงตระหง่าน ที่นี่เขาเพิ่งอนุญาตให้ขึ้นไปถ่ายรูปที่ชั้น 45 ได้ฟรีครับ ความสูงน่าจะสูงกว่าหอคอยโตเกียว เปิดยาวให้ขึ้นชมถึง 5 ทุ่มครึ่งเลย ผมไปทันดูพระอาทิตย์ตกกับถ่ายรูปโตเกียวยามค่ำคืนได้พอดี สวยงามมากๆ ใครหิวมื้อเย็นจุดนั่งชมทานอาหารก็มี หรือจะแค่ไปเดินเล่นถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกเฉยๆ ก็ได้
 
                      นับเป็นสถานที่ปิดทริปในความทรงจำ อำลาประเทศญี่ปุ่นได้งดงามจริงๆ ครับ
 
 
 
---------------------------
 
(ชวนเที่ยว : ตรงนั้นตรงนี้ที่ 'ญี่ปุ่น' : เรื่อง / ภาพ ... วิทวัต ตันสุหัช)