
กระบวนการถอดรหัสแบรนด์
05 มี.ค. 2559
กระบวนการถอดรหัสแบรนด์ สินค้าสู่การออกแบบร้านค้าอย่างมีอัตลักษณ์ : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง
การออกแบบที่มีคุณภาพ สิ่งที่เป็นตัวแปรวัดคุณภาพของผลงานออกแบบ คือ ความสำเร็จของโครงการที่เกิดขึ้นจากแนวคิดของการออกแบบสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับจุดประสงค์ของโครงการตลอดจนไปถึงขั้นสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ทำให้เกิดแรงดึงดูดของโครงการ ในขณะที่การออกแบบขั้นสูงจะต้องมีอิทธิพลต่อทุกส่วนของโครงการ แม้กระทั่งการบริหารจัดการ การสร้างจุดเด่นทางการตลาด
การก่อเกิดผลงานที่มีคุณภาพ เมื่อผ่านกระบวนการออกแบบเชิงละเอียด นั่นหมายถึงความรอบคอบของโครงการ และเมื่อปลูกฝังอยู่ในกระบวนการวิธีทำงานของนักออกแบบด้วยแล้ว ย่อมส่งผลดีต่อ ผู้ใช้งาน ดังตัวอย่างที่จะยกเป็นกรณีศึกษาในการทำงาน ในรายวิชา ออกแบบภายใน 3 Shop Design จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ดังนี้
1.ขั้นตอนการหาข้อมูลเชิงลึก ของแบรนด์ ที่ผู้ออกแบบเลือกมาเพื่อจะออกแบบภายในร้าน อันประกอบด้วย องค์ประกอบต่างๆ รอบตัวที่ต้องศึกษา เช่น ลักษณะเฉพาะตัว เอกลักษณ์ ขั้นตอนเฉพาะจากการผลิต กลุ่มผู้ซื้อ ผู้ใช้งาน แนวคิดทางการตลาด ต้นทุนต่างๆในการผลิต คู่แข่งทางการค้า ประวัติศาสตร์ ที่มา ที่ไป รุ่นสินค้าตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน การนำเสนอ การโฆษณา รุ่นสินค้าผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน ตลอดจนนโยบายปัจจุบันจนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
2.ขั้นตอนการถอดรหัส จากข้อมูลรอบทิศทั้งหมด เป็นการออกแบบคู่มือผังวงกลม 360 องศา ส่วนหนึ่งในขั้นตอนของ 4 DNA เพื่อคั้นกรองแนวคิด โดยสามารถอธิบายเป็นคีย์เวิร์ด คำย่อ สโลแกน จากค่าน้ำหนักที่ต่างกัน ในกราฟวงกลม ออกมาเป็นค่าเฉพาะ ของแต่ละงาน หรืออาจจะสามารถอธิบายในรูปแบบอื่นๆ ได้เช่น อธิบายเป็นรูปแบบของงานศิลปะ สี วัสดุ ศิลปกรรมในแขนงต่างๆ
3.กระบวนการถ่ายทอดแนวความคิด สู่ การปฏิบัติการ 2 ทาง ดังนี้
3.1 การนำรหัส และข้อมูล ที่ได้จากขั้นตอนการทำผังวงกลม มาออกแบบ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ 3 มิติ โดยไม่จำเป็นต้องมีประโยชน์ใช้สอยมาเป็นตัวกำหนด รูปแบบ ให้อิสระในการออกแบบสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องจากการสร้างสรรค์ผลงาน สามารถอธิบายเหตุและผลของโครงการได้ในทุกจุดทุกมุมมองของผลงาน โดยตอบโจทย์ แบรนด์ ผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะ
3.2 การนำรหัสและข้อมูล ที่ได้จากการทำผังวงกลม นำมากำหนด ทางกายภาพ โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้งร้าน การกำหนดพื้นที่ใช้สอย การกำหนดขนาดปริมาณพื้นที่ใช้สอยในแต่ละส่วน การกำหนดความสำพันธ์ในระหว่างพื้นที่ ทางสัญจร โดยขั้นตอนนี้ผ่านการตรวจแบบร่าง เป็นระยะๆ
4.ขั้นตอนการออกแบบ ขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่แบบร่าง ไปจนถึงการพัฒนาแบบ โดยนำสาระและบทสรุปจากขั้นตอนทั้งข้อ 1 ถึงข้อ 3 โดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้นตอนที่ 3 ดังนี้
4.1 นำผลงานการออกแบบสร้างสรรค์งานศิลปะในขั้นตอน 3.1 มาใช้ในการพัฒนา และสามารถคั้นกรอง ออกเป็นประโยชน์ในทางการออกแบบ เช่น การกำหนดรูปทรงที่เกิดขึ้น ในการออกแบบร้าน อาจส่งผลทั้ง สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ การกำหนดและออกแบบภาพลักษณ์ องค์กร การกำหนดสี แสง วัสดุ รูปแบบลักษณะเฉพาะทางของร้าน
4.2 นำเนื้อหาและบทสรุปในขั้นตอน 3.2 มากำหนดการใช้สอย และพื้นที่ใช้สอย โดยผสมคลุกเคล้ากับขั้นตอน 3.1 อย่างกลมกลืน ออกมาทั้งการใช้สอยที่ดีและมีเอกลักษณ์ อีกทั้งเมื่อนำขั้นตอนทั้งสองส่วนมาผสมอาจได้มาซึ่งแนวคิดใหม่ รูปแบบใหม่ ลักษณะใหม่ มุมมองใหม่ จากพื้นฐานความเป็นตัวตนของโครงการ โดยข้อดีของการเข้าสู่กระบวนการนี้ คือ การออกแบบที่ไม่มีการลอกเลียนแบบ ฝึกหัดให้นักออกแบบคิดเอง ทำเอง ค้นคว้าเอง และลงลึกถึงข้อมูล ให้มีความรอบคอบ และเจาะลึก สู่การพัฒนาการออกแบบที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน
5.ขั้นตอนการออกแบบ ทดสอบ ผ่านการสร้างสรรค์ แบบจำลองร้านค้า ไปพร้อมกับการออกแบบผังร้านอย่างเหมาะสมตามขั้นตอนตั้งแต่ตอนต้น โดยศึกษา ทดสอบ ทดลอง ในรูปแบบโมเดลขนาดเล็ก โดยนำส่วนสำคัญของผลงานทั้ง 3 มิติมาใช้ ซึ่งผลสรุปจากการทดลองการสร้างสรรค์ 3 มิติ อาจเลือกรูปทรงและทัศนธาตุ ที่ใช้ สู่การกำหนดรูปแบบ หรืออาจจะเลือกคู่ตรงกันข้ามจากผลสรุปนี้ไปใช้ก็ได้ อีกทั้งทุกขั้นตอนจะต้องนำผลที่ได้จาก ข้อ 3.2 คือ ส่วนของประโยชน์ใช้สอย อันเกี่ยวเนื่องกันจากการถอดรหัส 4 DNA ไปใช้งานอย่างมีเอกภาพ โดยจะต้องปรากฏไปในทุกส่วนของโครงการ ร้อยเรียงกันเสมือน บทกวี บทภาพยนตร์ ดนตรี วรรณกรรมนั่นเอง



