ไลฟ์สไตล์

'สุวพันธุ์'ไม่คิดเปลี่ยนมติมส.

'สุวพันธุ์'ไม่คิดเปลี่ยนมติมส.

02 มี.ค. 2559

'สุวพันธุ์' ยัน ไม่คิดเปลี่ยนแปลงมติ มส. 'พระสงฆ์' ขึ้นป้ายไม่ถือเป็นการกดดัน เผย 'บิ๊กตู่' สั่งประสาน สปท.จัดลำดับความสำคัญวาระปฏิรูปประเทศ

 
                      2 มี.ค. 59  เมื่อเวลา 10.50 น.  นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กว่า 1 ชั่วโมง ว่า ในการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีวันนี้ ไม่ได้พูดคุยเรื่องพระสงฆ์ที่มีการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการขึ้นป้ายสนับสนุนให้ดำเนินการตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวตนเคารพในความคิดเห็นของคณะสงฆ์ที่กำลังเคลื่อนไหวในขณะนี้ แต่ในฐานะที่ตนรับผิดชอบเรื่องดังกล่าว ก็ยังไม่มีความคิดที่จะไม่เคารพหรือไปเปลี่ยนแปลงมติของ มส. ยืนยันว่า ไม่มีความคิดและไม่คิดที่จะทำเลย เพราะฉะนั้นป้ายจะขึ้นหรือไม่ขึ้น ตนก็ไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืน เพียงแต่อยากให้ทุกเรื่องมีความกระจ่างและชัดเจนแค่นั้น และไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลง จึงอยากเรียนให้คณะสงฆ์ได้สบายใจ
 
                      เมื่อถามว่า จะมีการเข้าพบกับ มส.เพื่อพูดคุยเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ได้พูดคุยมาแล้ว อย่างที่เรียนไว้ว่ารัฐบาลไม่มีความคิดอย่างอื่น เราเคารพในมติ มส. เคารพการทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ ส่วนการเดินสายพบปะพูดคุยกับพระสงฆ์ทุกฝ่ายนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว ไม่ว่าฝ่ายที่เห็นด้วยหรือเห็นต่าง และเชื่อว่าทุกฝ่ายมีความเข้าใจ แต่ต้องถามดูว่าเข้าใจกันหรือเปล่า ซึ่งได้ถือโอกาสชี้แจงว่ารัฐบาลไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น
 
                      "รัฐบาลยืนยันในจุดยืน ซึ่งมีความชัดเจนมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆ ในตอนนี้ไม่ใช่แรงกดดัน แต่ยอมรับว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมันมีหลายเรื่องอยู่แล้ว แต่ละคนก็ควรคิดให้รอบด้าน"
 
                      นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามติ มส. เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเรื่องสำคัญ คือ มส.มีมติแต่งตั้งกรรมการ 7 ด้าน โดย 6 เรื่องเป็นงานของคณะสงฆ์ทั้งสิ้น ทั้งเรื่องการปกครองศาสนสงเคราะห์ การศึกษาสงเคราะห์สาธารณูปโภคต่างๆ และมีเรื่องการพัฒนาพุทธมณฑลขึ้นมาดูแลเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา สิ่งเหล่านี้ถือเป็นข่าวดีและเป็นเรื่องดีที่ทาง มส.มีมติแต่งตั้งกรรมการขึ้น และส่วนตัวที่เห็นว่าเป็นเรื่องดีเพราะมีการปฏิรูปกิจการภายในของคณะสงฆ์ โดยตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งประธานกรรมการจะแต่งตั้งในระดับชั้นสมเด็จพระราชาคณะ หรือรองสมเด็จพระราชาคณะ และถือเป็นเรื่องที่ดีในการปฏิรูปที่ทันสมัย มีความชัดเจน มีความรับผิดชอบ ช่วยทำให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปมีความก้าวหน้า นอกจากนี้ส่วนตัวยังมองว่าการตั้งกรรมการดังกล่าวขึ้น ยังเป็นการกระจายอำนาจของ มส. เพราะประธานกรรมการของแต่ละชุดจะต้องไปแต่งตั้งกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยพระภิกษุสงฆ์ในระดับต่างๆ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีพลังและกำลังวังชาในการทำงานให้กับการปฏิรูปและกระจายอำนาจลงไปสู่คณะสงฆ์ในส่วนกลางและภูมิภาค และจะทำให้การจัดการการปฏิรูปในส่วนของพระพุทธศาสนามีประสิทธิภาพมากขึ้น และเมื่อมีกรรมการทั้ง 7 ด้านแล้ว การดำเนินการขับเคลื่อนการประสานงานไม่ว่ากับทางรัฐบาลหรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็จะมีจุดติดต่อประสานงานทำให้การขับเคลื่อนเดินหน้าได้ดี
 
 
 
'บิ๊กตู่' สั่งประสาน สปท.จัดลำดับความสำคัญวาระปฏิรูปประเทศ
 
 
                      เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุวพันธุ์ เปิดเผยหลังการเข้าพบนายกฯ ว่า เป็นการพูดคุยกันถึงการจัดทำแผนปฏิรูปในระยะ 5 ปี โดยหลังจาก สปท.จัดทำวาระการปฏิรูปด้านต่างๆ 32 วาระไว้แล้ว ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปรารภในที่ประชุมว่า อยากเห็นวาระการปฏิรูป 32 วาระ 76 เรื่อง ได้รับการจัดลำดับความสำคัญให้ชัดเจนว่าเรื่องใดที่ควรทำให้เสร็จก่อน - หลัง หรือเรื่องใดที่สามารถทำให้เสร็จภายใน 1 ปี 2 ปี หรือ 5 ปี นายกรัฐมนตรีจึงอยากให้มีการจัดกลุ่มลักษณะนี้ ขณะเดียวกันได้หารือกันถึงสิ่งที่รัฐบาลอยากเร่งรัดในเรื่องที่ สปท.กำลังทำ สำหรับสิ่งที่ตนจะต้องทำให้ได้ คือ ตนและ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธาน สปท. จะหารือกันถึงการจัดลำดับความเร่งด่วนหรือความสำคัญของวาระการปฏิรูปต่างๆ ให้เสร็จ โดยเรื่องที่รัฐบาลจัดไว้ อาทิ การปฏิรูปการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น การปฏิรูปการศึกษา กระบวนการยุติธรรม การเมือง เป็นต้น ซึ่งวาระการปฏิรูปในแต่ละเรื่องมีรายละเอียด เราจึงต้องไปพิจารณาตรงนั้นอีกครั้ง
 
                      เมื่อถามว่า สปท.ได้ส่งแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมายังรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาแผนยุทธศาสตร์ชาติฉบับเก่าที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เคยจัดทำไว้ แต่ขณะนี้ สปท.โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านบริหารราชการแผ่นดิน ที่มี พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ เป็นประธาน ได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติฉบับใหม่ ซึ่งถูกส่งมาให้รัฐบาลแล้ว โดยร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการกำหนดกรอบกว้างๆ และการขับเคลื่อน แต่ไม่ได้ลงรายละเอียด ตนกำลังจะนำมาพิจารณากับแผนฉบับของ สปช. และกำลังดูเรื่องการนำบรรจุลงในวาระการประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่ายที่ประกอบด้วย ครม. สนช.และ สปท. (วิป 3 ฝ่าย) ต่อไป