ไลฟ์สไตล์

อ.จุฬาฯจวกกฎกวธ.กม.เน็ตไม่ได้คุ้มครองแถมทำร้าย

อ.จุฬาฯจวกกฎกวธ.กม.เน็ตไม่ได้คุ้มครองแถมทำร้าย

29 ก.ค. 2552

“สมพงษ์” จวกกฎกระทรวงวธ. อนุญาตเด็กใช้บริการร้านเน็ต ไม่ได้คุ้มครองแต่ทำร้ายเด็ก แนะคณะวิศวกรรมฯจุฬาฯ มีโปรแกรมป้องกันเด็กเล่นเกมเกิน 3 ชั่วโมงได้

 ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของประเภทภาพยนตร์ พ.ศ.... และร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตและประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ พ.ศ. ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ ซึ่งให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ในวันหยุดราชการ หรือระหว่างปิดภาคเรียน และ ให้เด็กอายุ 15-18 ปี เข้าใช้บริการได้ ตั้งแต่เวลา 14.00-22.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ในวันหยุดราชการ หรือปิดภาคการศึกษา นั้น ซึ่งที่ผ่านมาได้ตัดการควบคุมการเล่นเกมในเด็กไม่เกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน โดยอ้างว่าไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ ทั้งที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และมูลนิธิอินเตอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย สามารถคิดค้นโปรแกรมควบคุมเวลาการเล่นเกมของเด็กไม่เกิน 3 ชั่วโมงได้สำเร็จ

 รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งลงพื้นที่ทำงานด้านปัญหาเด็ก กล่าวว่า กฎกระทรวงของวธ.ดังกล่าว ไม่ได้คุ้มครองเด็กและเยาวชน กลับทำร้ายเยาวชนมากขึ้น ซึ่งไม่มีกฎกระทรวงน่าจะดีกว่า เนื่องจากเขียนกฎกระทรวงที่ชี้ช่องให้ร้านเกมเปิดรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าไปใช้บริการวันละ 6 ชั่วโมง เสาร์อาทิตย์ วันหยุดราชการ ปิดเทอมวันละ 10 ชั่วโมง ส่วนเด็กอายุ 15-18 ปี เข้าไปใช้บริการได้วันละ 8 ชั่วโมง วันหยุด 12ชั่วโมง ในขณะที่มีงานวิจัยยืนยันชัดเจนว่า เด็กที่เล่นเกมเกินวันละ 3 ชั่วโมง ก่อให้เกิดอันตรายทั้งกับตัวเด็กและจะเป็นปัญหาสังคมได้ในอนาคต

 “คณะวิศวกรรมฯจุฬาฯ มีโปรแกรมป้องกันเด็กเล่นเกมเกิน 3 ชั่วโมงได้ แต่นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม กลับไม่สนใจ ส่วนข้าราชการ วธ. ก็ไม่ทราบทำอะไรอยู่ ถึงไม่รู้ว่ามีโปรแกรมป้องกันลักษณะนี้อยู่ ซึ่งใครๆ ในสังคมก็ทราบว่าโปรแกรมนี้สามารถควบคุมเด็กให้เล่นเกมไม่เกินวันละ 3 ชั่วโมงได้ ที่ผ่านมานายธีระ ทำงานโดยไม่สนใจรับฟังภาคสังคมที่แก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน จึงทำให้วธ.วิ่งไล่ตามปัญหามาตลอด การออกกฎกระทรวงแบบนี้ สู้ไม่มีเสียยังจะดีกว่า และควรยกการแก้ปัญหาควบคุมร้านเกมให้กระทรวงอื่นทำแทนวธ.” รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

 ทั้งนี้ กฎกระทรวงฉบับนี้สวนทางกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ว่า จะดูแลแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนด้วยตนเอง และเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเด็กและเยาวชน แต่ขณะนี้ร้านเกมกำลังเป็นพื้นที่อันตรายกับเด็กและเยาวชนมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาสังคมที่ตามมาคือ เด็กผู้ชายจะเข้าร้านเกมมากขึ้น ทำให้หลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้น การเรียนตกต่ำ คุณภาพชีวิตตกต่ำ เพราะเด็กจะก้าวร้าว โกหกพ่อแม่ หนีออกจากบ้านรวมกลุ่มเป็นแกงค์ในกลุ่มเด็กที่เล่นเกมและเสี่ยงที่จะก่ออาชญากรรมในที่สุด