
เรียนรู้รักษ์ในค่ายสรรพสิทธิประสงค์
28 ก.พ. 2559
ถิ่นไทยงาม : เรียนรู้รักษ์ในค่ายสรรพสิทธิประสงค์
“คนเราจะอยู่สุขสบายคนเดียวไม่ได้ ถ้าคนที่อยู่ล้อมรอบมีความทุกข์ยาก ควรต้องแบ่งเบาความทุกข์ยากของเขาบ้าง ตามกำลังและความสามารถเท่าที่จะสามารถทำได้” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นับเป็นพระราชดำรัส ที่สะท้อนออกมาในพระราชกรณียกิจของในหลวง ที่เสด็จพระราชดำเนินไปยังทั่วประเทศแม้ถิ่นทุรกันดาร เรื่องราวเหล่านี้ ปรากฏอยู่ในอาคารแสดงนิทรรศการถาวร 4 มิติ ของศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งอยู่ภายในมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ริมถนนวาริน-พิบูล ภายในแบ่งเป็นตัวอาคารนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์กรมพระยาสรรพสิทธิประสงค์ และแปลงสาธิต
ถ้าจะย้อนไป ก็ต้องว่ากันถึงปี 2498 ที่ในหลวงเสด็จฯ เยือนพื้นที่ภาคอีสาน โดยมาเยือนอุบลราชธานีก่อนต่อไปที่ศรีสะเกษ และจังหวัดอื่นๆ จนทั่วภูมิภาค จากการเสด็จฯ เยือนครั้งนั้น ทำให้อุบลราชธานีมีการปรับเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่าง ที่สำคัญคือความเจริญที่ตามมา และมีการจัดการบริหารน้ำอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะโครงการระบายน้ำ และอ่างเก็บน้ำชายแดน ที่นอกจากจะช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำใช้แล้ว ยังกลายเป็นพรมแดนธรรมชาติ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามจะรุกคืบเข้ามาได้ยากกว่าพรมแดนที่เป็นแผ่นดิน ซึ่งยังมีอีกหลายพื้นที่ที่เป็นปัญหาถกเถียงเรื่องเขตแดนอยู่บ่อยๆ
ในส่วนของอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ จัดทำเป็นนิทรรศการถาวร 4 มิติ และใช้สื่อมัลติมีเดีย เล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวง แบ่งเป็น 10 โซนที่เดินเชื่อมต่อถึงกัน ตั้งแต่โซนเย็นศิระเพราะพระบริบาล, น้ำพระราชหฤทัยจากพ่อหลวงสู่ปวงชนชาวไทย, เส้นทางยุวกษัตริย์, พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงครองใจคนทั้งแผ่นดิน, พระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, ไม่มีที่ใดในประเทศไทยที่พระองค์ท่านยังมิได้เสด็จพระราชดำเนินไปถึง, พระบารมีปกเกล้าฯ ชาวอีสาน และโซน ธ สถิตในดวงใจไทยทั่วหล้า, เพลงพระราชนิพนธ์
ห้องนิทรรศการจัดทำได้ดีทีเดียว ทั้งพระฉายาลักษณ์ที่นำมาจัดแสดง การให้ข้อมูลต่างๆ บางช่วงเหมือนเราผ่านเข้าไปในเหตุการณ์นั้นด้วย เช่น โซนไม่มีที่ใดในประเทศไทยที่พระองค์ท่านยังมิได้เสด็จพระราชดำเนินไปถึง เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในป่า เพราะมีการทำวอลเปเปอร์ทั้งผนังเป็นรูปป่า มีการจัดทำแท่นที่ยิงแสงเลเซอร์เป็นพระฉายาลักษณ์ในหลวงไปปรากฏ ก็ดูแปลกตา
นอกจากนี้ภายนอกอาคารนิทรรศการยังมีแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่และวิถีชีวิตชาวอีสาน ให้ได้ศึกษาเรียนรู้ หลายเรื่องเราเคยได้ทราบมาจากหนังสือ หรือสารคดีทางโทรทัศน์ แต่หลายเรื่องก็มาเข้าใจที่นี่เอง
และที่นี่เปิดให้บุคคลทั่วไปที่มาเป็นหมู่คณะ, นักเรียน นักศึกษา เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
-------------------------
ติดต่อเยี่ยมชมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทรสาร/โทร.0-4532-3746 หรือเลขที่ 999 หมู่ 2 ถ.วาริน-พิบูล (กม.2-3) ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 34190
-------------------------



