ไลฟ์สไตล์

กรุ่นกลิ่นฝรั่งเศสกลางกรุง@โฟชอง

กรุ่นกลิ่นฝรั่งเศสกลางกรุง@โฟชอง

28 ก.พ. 2559

ชวนชิม : กรุ่นกลิ่นฝรั่งเศสกลางกรุง@โฟชอง

 
                      การจะรับประทานอาหารให้มีความสุขในแต่ละมื้อ นอกจากรสชาติที่ถูกปากแล้ว ความละเมียดละไมในการปรุงและจัดแต่งภาชนะให้สวยงามน่ารับประทาน ก็เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้อาหารจานนั้นๆ น่ารับประทานยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งคุณสมบัติครบครันตามที่กล่าวมาสามารถหาได้ที่ร้าน “โฟชอง” ที่จริงแล้วคนไทยคุ้นเคยกับร้านนี้ตั้งแต่ราว 2 ปีก่อนในช่วงที่เข้ามาเปิดตัวที่เมืองไทย ในนามร้านขนมหวานชื่อดัง แต่สำหรับสาขาล่าสุดบริเวณชั้นจี อาคารเดอะ เฮลิกซ์ ควอเทียร์ ซึ่งเป็นร้านใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากบริการขนมอร่อยๆ แล้ว ที่นี่ยังเป็นสาขาเดียวในประเทศไทยที่นำเสนออาหารตามแบบฉบับฝรั่งเศสดั้งเดิม แต่ปรับแต่งจนได้รสที่คนไทยคุ้นเคยเพื่อให้ถูกใจคออาหารฝรั่งเศสในบ้านเราโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงเมืองเจ้าถิ่น
 
                      โฟชองสาขานี้นำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ 4 เอฟ คือ ฟู้ด ฟัน แฟชั่น เฟรนช์ ภายในร้านตกแต่งแบบร่วมสมัย โดยเลือกใช้โต๊ะ เก้าอี้ เรียบหรูสไตล์ปารีเซียง เน้นโทนสีดำ ชมพูมาเจนต้า และสีขาวเป็นหลัก ส่วนโซนนั่งรับประทานอาหารมี 2 ส่วนให้เลือกตามชอบ ด้านในร้านจะดูโปร่งโล่งสบาย แต่ยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง มีให้เลือกนั่งได้ถึง 22 โต๊ะ หรือจะเลือกนั่งรับลมเย็นๆ ด้านนอกร้านก็ชิลไปอีกแบบ 
 
                      หลังจากเลือกที่นั่งจนถูกใจแล้วก็ได้เวลาสั่งอาหาร ประเดิมเมนูแรกด้วยอาหารกินเล่นเบาๆ อย่าง ราวิโอลี่เห็ด เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปโรสแมรี่ ตัวแผ่นพาสต้าราวิโอลี่เป็นแฮนด์เมดจากเนื้อแป้งนุ่ม ส่วนไส้ใช้เห็ดแชมปิญอง นำมาผสมกับหอมแดง แครอท เห็ดกระดุมสับ เคี่ยวสักพักแล้วปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ความพิเศษของเมนูนี้จะเสิร์ฟพร้อมกับน้ำซุปรสโรสแมรี่ที่เคี่ยวเป็นน้ำสต็อกและนำไปตุ๋น อีกจานแนะนำซึ่งเหมาะมากสำหรับคนรักสุขภาพ ต้องลองชิมเมนูซิกเนเจอร์ที่มีเรื่องราวน่าสนใจอย่าง สลัดออกุสต์ ชื่อของสลัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ออกุสต์โฟชอง ผู้ก่อตั้งแบรนด์ สลัดจานพิเศษนี้จึงเลือกใช้วัตถุดิบที่เขาชื่นชอบ อาทิ เนื้ออกไก่งวงแล่บาง เบคอน ปารีสแฮม คอมเต้ชีส ไข่ต้มสุก ส่วนน้ำสลัดเป็นแบบโฮลเกรน มัสตาร์ด ออกรสเปรี้ยวนำเล็กน้อย เพิ่มกลิ่นความหอมด้วยไวน์องุ่นขาว แล้วโรยหน้าด้วยขนมปังครูตองส์ธัญพืช สำหรับไฮไลท์ที่ไม่น่าพลาดคือปารีสแฮม ทำจากขาหมูที่เลี้ยงในฝรั่งเศสเท่านั้น ซึ่งคนที่โน่นถือว่าเป็นเจ้าชายแห่งปารีส เพราะเป็นแฮมจากผู้ผลิตรายเดียวซึ่งยังคงใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิมที่เหลืออยู่ในปารีส 
 
 
กรุ่นกลิ่นฝรั่งเศสกลางกรุง@โฟชอง
 
 
                      ชิมอาหารเบาๆ เรียกน้ำย่อยไปแล้ว ลองสั่งเมนูหนักท้องมาชิมกันบ้าง มาที่นี่ทั้งทีไม่ควรพลาดจานเด็ดอย่าง เป็ดราดซอสส้มสูตรโบราณ โดยการนำเป็ดไปตุ๋นในถุงสุญญากาศควบคุมอุณหภูมิจนได้เป็ดเนื้อนุ่ม แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ เพื่อให้หนังเป็ดกรอบ ส่วนเนื้อเป็ดนุ่มละมุมลิ้นกำลังดีไม่สุกจนเกินไป แล้วเพิ่มความอร่อยด้วยซอสส้มทำจากส้มแท้คั้นสด รสชาติออกเปรี้ยวนิดหวานหน่อย เสิร์ฟคู่กับมันฝรั่งกราแตงโดฟีนัวส์หอมกรุ่น กินตอนยังร้อนๆ อร่อยนุ่มลิ้นจนวางช้อนไม่ลงทีเดียว สำหรับคนที่ไม่ชอบกินเป็ดแนะนำให้ลองสั่งเมนูขึ้นชื่ออย่าง ปลากะพงขาวกับซอสเฟนเนล (ยี่หร่าฝรั่ง) ทางร้านเลือกใช้ปลากะพงขาวสดๆ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความหวานของเนื้อปลา ที่มาพร้อมความกรอบของหนังปลาเนื้อนุ่มฉ่ำไปกับซอสเฟนเนลรสเข้มข้น เพิ่มรสชาติให้จัดขึ้นอีกนิดด้วยพริกหยวกหลากสีสันตุ๋นกับซอสหัวกุ้งล็อบสเตอร์ ตักกินคู่กับปลากะพงลงตัวมากๆ เป็นอีกหนึ่งเมนูสุขภาพสำหรับคนรักปลาไม่ควรพลาด
 
                      อร่อยกับของคาวไปหลายรายการจนเริ่มอิ่ม แต่คงไม่ครบสูตรหากยังไม่ได้ลองชิมขนมหวานขึ้นชื่อของโฟชองที่มีให้เลือกมากมาย ที่ขึ้นจนต้องบอกต่อก็อย่าง มิลเฟย วานิลลา ร้านนี้เขาใช้แป้งพัฟเบากรอบหอมกลิ่นน้ำตาลคาราเมลที่เคลือบอยู่ด้านบน สอดไส้ด้วยครีมเนื้อละมุนจากคัสตาร์ดวานิลลา สูตรเฉพาะของทางร้านมาผสมกับครีมสดจากฝรั่งเศส บรรดาแฟนพันธุ์แท้ต่างหลงใหลตั้งแต่คำแรกที่สัมผัส แต่การจะตัดมิลเฟยไม่ให้แตกและเสียรสชาตินั้นต้องอาศัยเคล็ดลับเล็กๆ ที่คนชอบมิลเฟยอย่างเราก็เพิ่งรู้ตอนที่พนักงานสาธิตนี่เอง อีกหนึ่งชนิดยอดนิยมต้องยกให้ เอแคลร์สอดไส้ครีมสตรอเบอร์รี่และสตรอเบอร์รี่สด ด้านบนเคลือบด้วยช็อกโกแลตสีแดง และตกแต่งด้วยลายเส้นช็อกโกแลตเขียว และผงเงิน กินคู่กับ ชาดำโฟชองเบลนด์ เป็นชาดำเต็มใบจากประเทศจีนและศรีลังกาผสมกับชาเขียว ปรุงรสด้วยส่วนผสมจนลงตัวกลายเป็นชาซิกเนเจอร์ที่ขายดีอันดับต้นๆ เหมาะสำหรับคนชอบดื่มชาทุกวัย แต่ถ้าจะให้ได้รสชาติดีที่สุดพนักงานแนะนำให้ชงชาในน้ำร้อนโดยใช้เวลา 4 นาทีจะเพอเฟกท์ที่สุด
 
                      นอกจากที่แนะนำไปแล้วหลายจานทีี่โฟชองยังมีเมนูอาหารอร่อยๆ ขนมหวาน และเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นให้เลือกอีกมากมาย ทั้งยังสามารถเลือกรับประทานได้ตลอดวันตั้งแต่เวลาเปิดร้าน 10 โมงเช้าไปจนถึง 4 ทุ่มเปิดให้บริการทุกวันที่่ชั้นจี จะยกหูไปจองโต๊ะหรือสอบถามรายละเอียดก่อนก็ได้ที่ 0-2003-6033-4