ไลฟ์สไตล์

อภิสิทธิ์มอบรางวัล“ชวน”ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย

อภิสิทธิ์มอบรางวัล“ชวน”ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย

29 ก.ค. 2552

“นายกฯ”มอบรางวัล “ชวน หลีกภัย” ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ติงสื่ออินเตอร์เน็ตเหตุทำไทยเพี้ยน ด้าน “ชวน” ห่วงเด็กใต้แหลงกลางวอนดูแลภาษาถิ่น ราชบัณฑิตชี้คนอ่านหนังสือน้อย ขาดสติคิด ฟัง พูด ทำภาษาไทยวิกฤต

 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2552 เวลา 08.30 น. ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 ก.ค.และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น และผู้ใช้ภาษาถิ่นดีเด่น จำนวน 22 คน อาทิ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต), นายชวน หลีกภัย, นายกิตติ สิงหาปัด, นายเจริญ มาลาโรจน์ (มาลา คำจันทร์) นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล “เพชรในเพลง” ให้กับนักร้องที่ใช้ภาษาไทยดีเด่น จำนวน 28 คน อาทิ นายธงไชย แมคอินไตย, นายสุกฤษณ์ วิเศษแก้ว (บี้ เดอะสตาร์), นางสาววิชญาณี เปียกลิ่น (แก้ม เดอะสตาร์) และนางสาวอรทัย ดาบคำ(ต่าย อรทัย) เป็นต้น

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่งว่า ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและมีการติดต่อข้ามโลกได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ภาษาไทย ที่น่าเป็นห่วงคือการสื่อสารในสื่ออินเตอร์เน็ตที่ต้องใช้ความรวดเร็วทำให้มีการใช้คำที่สั้นกระชับแต่อาจผิดบ้างถูกบ้าง โดยเฉพาะการสนทนาบนเว็บบอร์ด และการแชทในโปรแกรมต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นเรื่องท้าทายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลภาษาไทยจะต้องจริงจังในการอนุรักษ์และส่งเสริมภาษาไทยแก่เด็กและเยาวชนให้สามารถใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนได้อย่างถูกต้อง

 “ผมไม่ได้บอกว่าการสืบทอดภาษาไทยจะต้องตายตัว เพราะภาษาที่เราใช้พูดวันนี้ก็เปลี่ยนไปจากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่เราจะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุล ระหว่างการอนุรักษ์ให้คงไว้ กับวิวัฒนาการของภาษาให้คงความเป็นไทย ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือ ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานราชการทีต้องเป็นแบบอย่างให้เยาวชน” นายกฯ กล่าว นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ได้รับรางวัลปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย กล่าวว่า ตนมีความเป็นห่วงการอนุรักษ์ภาษาถิ่นที่ถูกมองข้ามในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคใต้ โดยสังเกตจากเด็กใต้สมัยใหม่จะไม่สามารถพูดภาษาถิ่นดั้งเดิมได้ แต่จะพูดเป็นภาษากลางสำเนียงใต้ รวมทั้งผู้ประกาศข่าวตามสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นก็ไม่ใช้ภาษาท้องถิ่นด้วย

 “ผมมองว่าสื่อมวลชนเป็นส่วนสำคัญในการเป็นแบบอย่างการใช้ภาษาไทยสำหรับสื่อความหมาย ไม่ว่าจะผ่านวิธีการเขียนหรือพูด แม้กระทั่งการตั้งชื่อสถานีโทรทัศน์เช่น โมเดิร์นไนน์ ทีวี หรือชื่อรายการโทรทัศน์ในสื่อของรัฐอย่างช่อง 11 ที่ปัจจุบันนิยมใช้ภาษาไทยปนภาษาอังกฤษ ซึ่งเรื่องนี้ผมได้แนะไปยังนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสื่อของรัฐ ให้เข้มงวดในเรื่องนี้ด้วย” นายชวน กล่าวและว่า ไม่อยากให้การรณรงค์การใช้ภาษาไทยเกิดขึ้นเฉพาะวันที่ 29 กรกฎาคม เท่านั้น แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน จะต้องช่วยกันปูพื้นฐานที่ดีให้กับประชาชน เด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

 ศ.กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ ราชบัณฑิต ผู้ได้รับรางวัลปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย กล่าวว่า การใช้ภาษาไทยของบุคคลในปัจจุบันมีปัญหาตรงที่คนอ่านหนังสือน้อยลง และพูดไม่คิดมากขึ้น ประกอบกับฟังไม่แตกฉาน ทำให้การสื่อสารขาดสติ ภาษาที่ใช้จึงไม่ถูกต้อง ดังนั้นการแก้วิกฤตตรงนี้ต้องปรับปรุงการสอนให้สามารถคิดควบคู่ไปกับการฟังอย่างมีสติ อย่างไรก็ตามที่มีการโทษวัยรุ่น ดารานักร้อง และสื่อว่าเป็นตัวการในการทำให้ภาษาไทยผิดเพี้ยนนั้น ตนมองว่าไม่ได้เป็นสาเหตหลัก แต่เป็นเพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่มีชีวิตสามารถพัฒนาการได้ความนิยมในการใช้จึงเป็นไปตามยุคสมัย