ไลฟ์สไตล์

เฝ้าระวังร.ร.พระปริยัติหลังเณรติดหวัด09

เฝ้าระวังร.ร.พระปริยัติหลังเณรติดหวัด09

29 ก.ค. 2552

อดีตรมช.สธ.หงุดหงิดลูกชายติดหวัด09 รองปลัดฯสธ. ระบุ ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตแล้ว 65 ราย 41 ราย เป็นผู้อยู่กลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง อีก 24 ราย เป็นผู้ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษารพ.ล่าช้า

(29ก.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา โรงพยาบาลศิริราช พญ.สยมพร ศิรินาวิน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ศาสตราจารย์ นพ.ยง ภู่วรวรรณ ศูนย์ไวรัสวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และรศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ แพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 

 โดยนพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า สำนักระบาดวิทยารายงานข้อมูลรอบสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 22-28 กรกฎาคม 2552 มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 65 ราย ใน 27 จังหวัด แยกเป็นภาคกลาง 13 จังหวัด ภาคอีสาน 6 จังหวัด ภาคเหนือ 4 จังหวัด และภาคใต้ 4 จังหวัด หญิง 30 ราย ชาย 35 ราย พบทุกกลุ่มอายุ โดย 41 ราย เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง มากที่สุดคือ โรคหัวใจและหลอดเลือด 14ราย เบาหวาน 9 ราย อ้วนน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม 9 ราย โรคปอดหรือสูบบุหรี่จัด 7 ราย ไตวายเรื้อรัง 6 ราย กินยากดภูมิต้านทาน 4 ราย โรคระบบเลือดและตั้งครรภ์ อย่างละ 3 ราย โรคตับและพิการแต่กำเนินอย่างละ 2 ราย


 ในส่วนของผู้เสียชีวิตที่เหลืออีก 24 ราย ที่เป็นผู้ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลล่าช้า หลังป่วยแล้วถึง 6 วัน ทำให้การให้ยาต้านไวรัสไม่ได้ผลดี สำหรับข่าวที่ว่ามีผู้เสียชีวิต 66 รายนั้น ผู้ป่วยไม่ได้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ แต่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ต่อมาโรงพยาบาลรามาธิบดีได้มีการประชุมและแจ้งให้ทราบ กระทรวงสาธารณสุขจึงขึ้นทะเบียนผู้เสียชีวิตยืนยันเพียง 65 รายเท่านั้น


 ทั้งนี้ มาตรการลดผู้ป่วยหนักและลดการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ กระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการตามคำแนะนำของ คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับชาติ ซึ่งมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นประธาน เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ โดย 1.เร่งให้ความรู้กับแพทย์ทุกคนในการดูแลรักษาตามแนวทางการรักษาพยาบาลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และ 2.กระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ให้คลินิกทั่วประเทศ ตามมาตรฐานการดำเนินงาน 8 ข้อ ดังนี้

 1.คลินิกทั่วประเทศจะต้องมีแพทย์เป็นผู้ดูแลและเป็นผู้สั่งจ่ายยาได้เท่านั้น 2.คลินิกจะต้องจัดส่งรายงานหลักฐานการจ่ายยาและอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือกระทรวงสาธารณสุขทุกวัน 3.คลินิกจะต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อในคลินิกทุกแห่ง 4.คลินิกที่ต้องการมียาต้านไวรัสไว้ในคลินิก จะต้องสมัครเข้าร่วมโครงการและแพทย์ในคลินิกทุกคนจะต้องได้รับการอบรม และประเมินความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ 5.ให้คลินิกมีการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล 6.คลินิกควรมีกลไกในการติดตามผู้ป่วยทุกรายหลังการรักษา 7.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจัดระบบการตรวจสอบคลินิกที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งในเรื่องมาตรฐานการดูแลรักษา การสั่งจ่ายยา การป้องกันการติดเชื้อในคลินิกทุกเดือน

 
 8.คลินิกที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในบ่ายวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะจัดส่งมาตรการดังกล่าว ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ นำไปให้คลินิกทุกแห่งในพื้นที่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด


 สำหรับปัญหาการดื้อยาต้านไวรัสโอเซลทามีเวียร์ ขณะนี้พบ 5 ราย ใน 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น 2 ราย แคนาดา เดนมาร์ค และฮ่องกง แห่งละ 1 ราย แต่ยังไม่พบในไทย การดื้อยาดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกประเทศต้องเฝ้าระวังการใช้ยาอย่างใกล้ชิด และให้ยาอย่างระมัดระวังอย่างที่สุด โดยใช้รักษาผู้ป่วยเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส จะไม่ใช้เพื่อป้องกันเพราะไม่ได้ผล ซึ่งในประเทศไทย ยานี้จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ไม่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป มีเฉพาะในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน และคลินิกที่เข้าโครงการเท่านั้น อย่างไรก็ตามประเทศที่มีการดื้อยาก็ยังคงใช้ยาตัวเดิม ขณะเดียวกันต้องมีการสำรองยาต้านไวรัสคือ ยาซานามิเวียร์ (Zanamivir) สำหรับเชื้อดื้อยา เป็นยาตัวที่ 2 ตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ซึ่งไทยได้สั่งซื้อจำนวน 20,000 ชุดใช้งบประมาณทั้งหมด 9 ล้านบาท


 นอกจากนั้น รัฐบาลได้อนุมัติให้กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มขีดความสามารถของห้องไอซียูในการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤต โดยเพิ่มเครื่องช่วยหายใจชนิดพิเศษ ให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั่วประเทศ รวม 210 เครื่อง เป็นเครื่องสำหรับผู้ใหญ่ 180 เครื่อง และสำหรับเด็ก 30 เครื่อง ใช้งบประมาณ 180 ล้านบาท เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


 สำหรับการดูแลในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีประมาณปีละ 800,000 คน ได้ให้ อสม. ออกแนะนำและคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยทุกหมู่บ้าน/ชุมชน ประมาณ 80,000 แห่ง สำหรับสถานพยาบาล ให้ปรับการนัดตรวจครรภ์ให้ห่างขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงรับเชื้อในโรงพยาบาลเมื่อมาฝากครรภ์ และจัดระบบเยี่ยมบ้านหรือติดตามอาการทางโทรศัพท์อย่างทั่วถึง ในส่วนของหอผู้ป่วยทุกแห่ง ขอให้ผู้ที่เป็นไข้หวัดงดเยี่ยมผู้ป่วยเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ไปสู่ผู้ป่วย ซึ่งมีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ เด็กอ่อน ผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงการไปเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล เพราะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย

เฝ้าระวังร.ร.พระปริยัติหลังเณรติดหวัด2009

 พระครูสุนทรพิมลศีล ประธานศูนย์โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการที่มีสามเณรจำนวน 2 รูป ของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร ( วัดกลาง ) ถ.จอมพล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ และทางโรงเรียนได้ปิดทำการเรียนการสอนไปแล้วนั้น ศูนย์โรงเรียน ฯจะประสานไปยังกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เพื่อเร่งทำหนังสือเตือนไปยังโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาทั่วประเทศโดยด่วน

 และอยากให้ผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ คอยสอดส่อง คัดกรองสาเณรมากขึ้น รวมทั้งรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจ และวิธีป้องกันโรคดังกล่าว หากพบว่าสามเณรรูปใดมีอาการหวัดก็ควรให้ใส่หน้ากากอนามัย และรีบนำส่งแพทย์ให้ทำการรักษา ซึ่งยอมรับว่าการที่สามเณรจะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะจำนวนสามเณรของโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ ทั่วประเทศมีกว่า 60,000 รูป จึงย่อมมีโอกาสที่จะติดเชื้อดังกล่าวได้

อดีตรมช.สธ.หงุดหงิดลูกชายติดหวัดพันธุ์ใหม่
 
 นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย อดีตรมช.สาธารณสุข แถลงว่า การแถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ประจำสัปดาห์ที่รัฐบาลดำเนินการอยู่นั้น เชื่อว่ามีการปกปิดผู้ติดเชื้อที่นับว่าจะเพิ่มมากขึ้น จนถึงวันนี้ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 แสนคน ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก ล่าสุดบุตรชายตนที่เรียนอยู่ชั้นป.6 ร.ร. อุดมศึกษาก็ได้ป่วยเป็นไข้และมีผลตรวจออกมาชัดเจนแล้วว่าเป็นไข้หวัด 2009 และยังมีเพื่อนนักเรียนอีกรวม 5 คนที่ติดเชื้อด้วย แต่หลังจากที่บุตรชายของตนมีอาการไข้ก็ได้ให้ทานยาทามิฟูลทันที เพราะมีไข้สูงถึง 39 องศาเซลเซียส ทำให้ขณะนี้ได้หายปกติแล้ว

 "ร.ร.ที่บุตรชายผมศึกษาอยู่ก็ได้ปิดชั้นเรียนที่ลูกชายตนเรียนทันที ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรคนี้ได้แพร่ระบาดไปในทุกพื้นที่แล้ว แม้รัฐบาลจะมีมาตรการป้องกันออกมาแต่ไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้ เพราะความเลิ่นเล่อแต่แรก นอกจากนี้ผมอยากให้รัฐบาลให้เงินพิเศษกับอสม.เพิ่มจากเงินที่ได้รับประจำเดือนละ 600 บาท เพราะอสม.เหล่านี้ต้องเข้าไปตรวจรักษาอาการของผู้ป่วย มีความเสี่ยงที่จะติดโรคได้" นายวิชาญ ระบุ

 อดีตรมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ตนยังมีความเป็นห่วงกับการแพร่ระบาดของโรคชิกุนคุนยาที่มีพาหะจากยุง ตอนแรกระบาดแค่ในภาคใต้ แต่ขณะนี้ขึ้นมาระบาดในทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะภาคกลางที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภาคเหนือและภาคอีสาน เนื่องจากประชาชนที่เดินทางกลับมาจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่นำเชื้อนี้กลับมาด้วย ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปตรวจสอบจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริง เพื่อหาทางป้องกันโรคระบาดนี้ต่อไป

  นักเรียนร.ร.ลับแล ผลิตเจลล้างมือกันหวัดใช้เอง

 น.ส.จตุพร เขาวิเศษ หัวหน้ากลุ่มโครงงานผลิตเจลล้างมือสู้ไข้หวัดใหญ่ 2009 เปิดเผยว่า โรงเรียนมีการรณรงค์ให้ตระหนักถึงความสะอาด และรู้จักป้องกันตนเองปลอดจากการติดเชื้อดังกล่าว โดยเฉพาะการใช้หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ แต่ด้วยความต้องการที่สูงทำให้เจลล้างมือขาดตลาด และมีราคาแพง สินค้ามาถึงร้านค้าเพียงวันเดียวก็หมดไม่มีเหลือ จึงรวมกลุ่มกับเพื่อนศึกษาการผลิตเจลล้างมือทางอินเตอร์เน็ต และซื้ออุปกรณ์ทดลองทำ โดยมีอาจารย์จุรีรัตน์ พุ่มชุ่ม เป็นที่ปรึกษา จนสามารถผลิตใช้เองในกลุ่มได้

 ล่าสุดได้ผลิตเพื่อมอบโรงเรียนเพื่อให้อาจารย์และนักเรียนภายในโรงเรียนกว่า 600 คนได้ใช้อย่างทั่วถึง โดยนำใส่ขวดพลาสติกที่มีหัวปั้ม นำไปติดตั้งไว้ห้องสุขา โรงอาหาร ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด และห้องปฏิบัติการต่างๆที่นักเรียนนิยมไปใช้บริการ และมีความพิเศษกว่าเจลล้างมือทั่วไป คือ มีส่วนผสมของสมุนไพร เช่นใบเตย มะกูด ที่หาง่ายในท้องถิ่นซึ่งมีคุณสมบัติถนอมผิว ไม่เหนียว และสมุนไพรดังกล่าวยังทำให้เจลมีกลิ่นหอม พร้อมปรับแต่งสีด้วยพืช เช่นดอกอัญชันให้สีม่วง เป็นต้น

 นายสุธี บัวพิมพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนลับแลพิทยาคม กล่าวว่า เจลล้างมือที่นักเรียนผลิตขึ้นได้นำตัวอย่างให้สาธารณสุขอำเภอลับแล เทียบคุณสมบัติกับเจลล้างมือที่ได้มาตรฐานตามท้องตลาด ปรากฏว่าคุณภาพไม่แตกต่างกันและสามารถใช้ล้างทำความสะอาดได้ ขณะนี้ที่โรงเรียนต่างให้ความสนใจที่จะเรียนรู้การผลิตเจลล้างมือ ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนแนะนำขั้นตอนการทำเจล ภายใต้ชื่อ LP เจล 2009

 นอกจากผลิตขึ้นใช้เองในโรงเรียนเตรียมขยายผลนำไปแนะนำผู้ปกครองได้ใช้ เพราะมีต้นทุนเพียงหลอดละ 14 บาท โดยทางโรงเรียนประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่สนับสนุนงบประมาณในการผลิต โดยโรงเรียนลับแลพิทยาคมเป็นต้นแบบการผลิตและจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ตระหนักถึงการป้องกันตนเองให้ปลอดจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั้งนิทรรศการ ประกวดแต่งคำขวัญ ส่งเสริมการออกกำลังกาย เป็นหนึ่งแนวทางในการควบคุมการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พิสูจน์ได้จากโรงเรียนดังกล่าวยังไม่พบผู้ป่วยแม้แต่รายเดียว

 นายแพทย์ไพศาล ธัญญาวินิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)อุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มีผู้ป่วยสะสม 204 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจอีก 45 ราย ในการเฝ้าระวังป้องกัน จังหวัดจะเน้นการตรวจ เฉพาะผู้ที่มีอาการหนักและเน้นการเฝ้าระวังเชิงรุกโดยเฉพาะโรงเรียนให้มีที่ล้างมือทุกโรงเรียน มีการใช้หน้ากากอนามัยและมีการคัดกรองเด็กถ้ามีอาการป่วยจะให้กลับบ้าน ส่วนในห้างสรรพสินค้าที่มี คนใช้บริการมากๆ ให้มีที่ล้างมือตั้งไว้บริเวณหน้าร้าน และปีป้ายแนะนำติดบริเวณหน้าห้าง

 ส่วนการประชาสัมพันธ์นั้น ได้ให้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทางสถานีวิทยุหลัก วิทยุชุมชนและหอกระจายข่าวและเสียงตามสาย เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงการป้องกันตนเอง โดยยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และยังคงขยันที่จะทำความสะอาดบ้านเรือน สถานที่ทำงาน

 หากมีอาการสงสัยติดเชื้อหรือมีอาการไข้สูงติดต่อกันนาน 48 ชั่วโมงให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที ห้ามซื้อยากินเองโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ได้ระดม อสม.กว่า 10,000 คนร่วมกับสถานีอนามัยประจำตำบล และ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชนเชิงรุก เคาะประตูบ้านทุกหลังคาค้นหาผู้ป่วยและให้ความรู้ที่ถูกต้อง

ปทุมธานีตั้งศูนย์บัญชาการป้องกันและควบคุมไข้หวัดใหญ่

 นายปรีชา บุตรศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหญ่ 2009 จังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 7 / 2552 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี โดยจังหวัดปทุมธานีได้วางมาตรการในการดำเนินการควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหญ่ 2009 จังหวัดปทุมธานีไว้ได้แก่ มาตรการด้านสังคม / ชุมชน , มาตรการดูแลกลุ่มเสี่ยง และมาตรการด้านรักษาให้ทันเวลา