
ZTE Blade V6 สเปคกแรงเกินราคา
ZTE Blade V6 สเปคกแรงเกินราคา : ไอทีรีวิว
สมาร์ทโฟนในตลาดบ้านเรา มีให้เลือกกันอย่างดาษดื่น แล้วแต่ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และระดับราคา ซึ่งในสมาร์ทโฟนราคาประหยัดนั้นใช่ว่าจะต้องมีสเปกที่ย่ำแย่ไปเสียหมดอย่างที่คิด เพราะยังมี “ช้างเผือก” ที่ทำราคาได้ต่ำกว่าคุณสมบัติที่สมาร์ทโฟนเครื่องนั้นให้กับว่าที่เจ้าของมากมาย
เช่น ZTE Blade V6 สมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่จับมือกับค่ายเอไอเอสในการทำตลาดด้วยราคาระดับ 3,000 บาทมีทอน นั้นสามารถจัดได้ว่าเป็น “ช้างเผือก” ที่มีอยู่ในตลาดสมาร์ทโฟนเมืองไทยได้ตัวหนึ่งเลยทีเดียว
เจ้า ZTE Blade V6 นั้นมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD ซีพียู จากค่าย Mediatek รหัส MT6735 Quad Core ความเร็ว : 1.3 GHz หน่วยความจำ Ram 2 กิกะไบต์ หน่วยความจำ Rom สำหรับเก็บข้อมูลภายในตัวเครื่องให้มามากถึง 16 กิกะไบต์ เรียกว่าเพียงพอต่อการใช้งานกันเลยทีเดียว
แต่หากยังไม่จุใจ ก็สามารถเพิ่มความจุข้อมูลด้วยการใช้การ์ด Micro SD สูงสุด 32 กิกะไบต์
ระบบปฏิบัติการใช้ Android Lollipop 5.0.2 พร้อมกับยูสเซอร์อินเตอร์เฟส ที่ดูแล้วเข้าใจง่าย ไอคอนต่างๆ ตัวใหญ่ อ่านง่าย แสดงผลบนหน้าจอสีดำสนิทได้ชัดเจน และโดดเด่น ทำให้การเลือกกดใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ บนจอขนาด 5.0 นิ้ว
ตัวเครื่องออกแบบมาให้มีความโค้งมนกลมกลืน แม้จะดูคล้ายกับสมาร์ทโฟนค่ายตัว A อยู่มากสักหน่อย จนดูเผินๆ จะทำให้นึกว่าเป็นสมาร์ทโฟนของค่ายโน้นไป พร้อมกับความบางเพียง 6.8 มิลลิเมตร แม้จะใช้โลหะเป็นส่วนประกอบของตัวเครื่อง ก็ยังมีน้ำหนักเบา ถึงเบามาก ซึ่งตรงนี้ก็เป็นส่วนดีและส่วนเสียของตัวเครื่อง ที่ดีก็คือสามารถจับถือได้อย่างสบายจะหยิบมาใช้งานก็สะดวก แต่ในส่วนเสียก็คืออาจจะทำให้ผู้ใช้ไม่แน่ใจว่าส่วนประกอบของตัวเครื่องนั้นทำมาจากโลหะจริงๆ หรือเปล่า เพราะเบาเกินไป
ส่วนกล้องหลักมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ 2 สี กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus) ที่ทำงานได้พอใช้ แต่ผู้เขียนไม่ค่อยประทับใจจากความไม่ค่อยคม ชัด เมื่อเทียบกับกล้องมือถือในความละเอียดเดียวกัน จุดเด่นอีกประการหนึ่งของเจ้า ZTE Blade V6 คือแอพพลิเคชั่นที่ใส่มาให้จากโรงงาน โดยเฉพาะเจ้าแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Alive Share ที่สามารถทำให้ผู้ใช้ส่ง-รับภาพ แชท หรือแชร์เพลงระหว่างเครื่องที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นตัวนี้โดยไม่ต้องอาศัยเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หรือไวไฟ
รวมทั้งแอพพลิเคชั่น Family Mode ที่ปรับเปลี่ยนหน้าจอให้มีไอคอนที่ “ใหญ่มาก” และมีความซับซ้อนน้อย ช่วยให้ผู้ใช้งานที่สายตาไม่ค่อยดี หรือไม่อยากวุ่นวายกับการเปิดแอพพลิเคชั่นโน่นนี่นั่นบ่อยๆ ก็สามารถเปิดใช้โหมดนี้ได้ตามต้องการ ซึ่งยอมรับเลยว่าผู้เขียนที่สายตาชักจะไม่ค่อยดีตามวัยที่สูงขึ้นนั้น ชักจะติดใจแอพตัวนี้เสียแล้ว
ส่วนเรื่องเสียงและการเตือนก็เป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่งของเจ้า ZTE Blade V6 เพราะเจ้าตัวนี้มีเสียงเตือนที่ดังชัดเจน และมีการสั่นที่รู้สึกได้ดีเมื่อกดปุ่มฟังก์ชันใดๆ บนตัวเครื่อง ช่วยย้ำเตือนผู้ใช้ให้รู้ว่าได้กดปุ่มสั่งงานเครื่องแล้วนะ เหมาะกับผู้สูงวัยมากจริงๆ
แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัด แต่ก็ยังรองรับเครือข่าย 4G ที่คลื่นความถี่ 900/1800/2100 เมกะเฮิรตซ์ เรียกว่าไม่อายสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่กว่าแม้แต่น้อย ทั้งยังรองรับสัญญาณไวไฟ 802.11b/g/n และบลูทูธ 4.0 เจ้าตัวนี้ยังรองรับซิมแบบนาโนซิม และไมโครซิม พร้อมๆ กัน เมื่อใช้งานทั่วไป (โทรเข้า-ออก ดูคลิปวิดีโอบนยูทูบผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือแบบ 4G และไวไฟ) ได้กว่า 24 ชั่วโมง ถือว่าใช้ได้ดีเลยทีเดียว
สำหรับราคา 2,990 กับการจ่ายค่าโทรล่วงหน้า 2,000 บาทเพื่อเป็นเจ้าของ ZTE Blade V6 ก็ทำให้น่าคิดได้ดีไม่น้อยเหมือนกันครับ



