ไลฟ์สไตล์

‘พระเทพวิสุทธิกวี’ชี้ทิศทางพระพุทธศาสนาปัจจุบันอ่อนแอ

‘พระเทพวิสุทธิกวี’ชี้ทิศทางพระพุทธศาสนาปัจจุบันอ่อนแอ

20 ก.พ. 2559

ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จัดเสวนา“ทิศทางพระพุทธศาสนากับสถานการณ์ปัจจุบัน”เนื่องในวันมาฆบูชา59 โดยมี พระเทพวิสุทธิกวี และนายอำนาจ บัวศรี เข้าร่วม

 
 
          วันที่ 20 ก.พ.59  ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จัดเสวนาเรื่อง ทิศทางพระพุทธศาสนากับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2559 โดยมี พระเทพวิสุทธิกวี ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย พระราชญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม9 กาญจนาภิเษก และนายอำนาจ บัวศรี อดีตรองผู้อำนวยการพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าร่วมเสวนา

          พระเทพวิสุทธิกวี บอกว่าทิศทางพระพุทธศาสนาในสถานการณ์ปัจจุบัน มีความอ่อนแอในทุกมิติ ทั้งการบริหารการศึกษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ขณะที่ศาสนาอื่นทำอย่างเป็นระบบ มีศูนย์กลางศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ในส่วนของกระแสสังคม โดยเฉพาะกระแสเสรีภาพ มีส่วนทำให้ศาสนาอ่อนแอ อย่างเช่นการคัดค้านการสวดมนต์หลังเคารพธงชาติ จึงต้องช่วยกันหาวิธีการใหม่ ส่วนสำคัญคือพระสอนศีลธรรม ต้องสร้างความรับรู้ความเข้าใจกับเด็กและพุทธศาสนิกชน
 
          เช่นเดียวกับนายอำนาจ บัวศรี อดีตรองผู้อำนวยการพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่มองว่า สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่มีแผนปฏิรูปที่ชัดเจน พระพุทธบริษัทไม่เข้มแข็ง หน่วยงานภาครัฐทำงานเพียงเพราะเป็นหน้าที่ ไม่ได้มีความศรัทธา ทำให้ศาสนายิ่งอ่อนแอลง
 
          ส่วนการบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ พระเทพวิสุทธิกวี บอกว่าได้เคลื่อนไหวผลักดันเรื่องนี้มาโดยตลอด และได้เข้าไปพูดคุยกับประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มีชัย ฤาชุพันธุ์แล้ว แม้จะไม่มีเนื้อหาในร่างแรก แต่เชื่อว่าจะมีการบัญญัติไว้ในร่างสุดท้าย และหากไม่บัญญัติไว้ จะเชิญชวนพุทธศาสนิกชนไปโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
 
          ด้านพระราชญาณกวี บอกว่าเห็นด้วยกับการปฏิรูปคณะสงฆ์ พรบ.คณะสงฆ์ เพื่อให้เข้ากับยุคปัจจุบัน แต่หากจะปฏิรูปพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง คณะที่จะทำการปฏิรูปควรนำประเด็นต่างๆมาเสนอคณะสงฆ์และหารือกัน ไม่ต้องสื่อสารผ่านสื่อสารมวลชน
 
          ทั้งนี้ยังบอกถึงการนำประเด็นรถหรูของสมเด็จมหารัชมังคลาจารย์หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ มาเชื่อมโยงกับวัดธรรมกาย ว่าเพื่อให้เกิดมลทิน และทำให้สมเด็จช่วงขึ้นเป็นพระสังฆราชไม่ได้ พร้อมมองว่าหากมีการปิดกั้นวัดพระธรรมกายมากๆ อาจเป็นการผลักให้ธรรมกายเป็นอีกนิกายเหมือนกรณีสันติอโศกที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2532
 
          พระเทพวิสุทธิกวี ได้บอกภายหลังการเสวนาว่าสถานการณ์ปัจจุบัน พระสงฆ์ได้วางตัวอย่างดีแล้ว และยืนยันไม่มีความขัดแย้งใดๆ และหากมีความไม่ลงรอยกัน คณะสงฆ์จะปรึกษาหารือกันภายใน และสามารถหาข้อยุติได้ด้วยดี เชื่อว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเหตุวุ่นวายต่างๆ ส่วนกรณีที่รองนายกรัฐมนตรีจะเป็นตัวกลางหารือกับทุกฝ่าย พระเทพวิสุทธิกวี มองว่าไม่จำเป็นต้องคุยทุกฝ่าย เพราะมีเพียงกลุ่มเดียวที่ออกมาเคลื่อนไหว (ซึ่งหมายถึงพระพุทธอิสระ) จึงอยากขอให้หยุดพฤติกรรมนั้น หากหยุดไม่ได้ก็มองว่าไม่ควรให้ใช้สื่อหรือสถานที่ราชการในการเคลื่อนไหว
 
          พระเทพวิสุทธิกวี ยังบอกถึงการออกมาเคลื่อนไหวของพระสงฆ์เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่ามีเป้าหมายให้ทุกฝ่ายรับรู้ปัญหาบ้านเมือง และคิดว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีกหากรัฐบาลรับเงื่อนไข 5 ข้อไปพิจารณา ส่วนการตรวจสอบรถหรูของสมเด็จช่วงที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังดำเนินการอยู่ ก็ให้ตรวจสอบไป แม้จะมองว่าเป็นการเจาะแข้งเจาะขาสมเด็จช่วงก็ตาม