
5กระทรวงร่วมวงเสวนา'ตลาดคลองผดุงฯ'คึกคัก
5 กระทรวงร่วมวงเสวนา'ตลาดคลองผดุงฯ'คึกคัก ชูตลาดของดี-ราคาถูก บูรณาการ 15 หน่วยงานนำสินค้าทั่วไทยวางขาย มีครบของกิน-ของใช้ โอท็อป
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 19 ก.พ. มีการประชุมเสวนาเรื่อง "แนวทางการจัดตลาดวัฒนธรรม" โดย น.ส.เรณู ตังคจิวังกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมด้วยผู้แทน 5 กระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงวัฒนธรรม
โดย น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดตลาดคลองผดุงกรุงเกษมว่าตลาดคลองผดุงกรุงเกษมมีแนวคิดมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มองเห็นถึงพื้นที่ส่วนนี้หน้าจะมีการจัดตลาดขึ้น เพื่อให้มีการส่งเสริมการขายสินค้า และเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ตัวผู้ขาย โดยมีสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ จึงเกิดเป็นตลาดคลองผดุงกรุงเกษมขึ้นมา ซึ่งการจัดตลาดจะมีกระทรวงต่างสับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละช่วงเวลา โดยจะมีสินค้าหลากหลาย อาทิ สินค้าทางการเกษตร อาหาร สินค้าโอท็อปเครื่องประดับและอีกหลายรายการสินค้า ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมนั้นไม่มีการเสียค่าเช่าที่ในการขายสินค้า แต่จะมีการควบคุมในด้านราคาสินค้าไม่ให้มีราคาแพง และควบคุมด้านคุณภาพให้สินค้าต้องมีคุณภาพ สิ่งที่ทางนายกรัฐมนตรีเน้นและให้ความสำคัญที่สุด คือเรื่องความสะอาดของตลาด และสิ่งสำคัญที่ได้จากการจัดตลาดครั้งนี้คือการบูรณาการมากกว่า 15 หน่วยงานที่มาบูรณาการร่วมกันโดยตลาดคลองผดุงกรุงเกษมมีความคิดและแผนงานให้ครบรอบ2ปีต่อไป
ด้าน นายสมปอง อาจณรงค์ ผู้แทนกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าในส่วนของกรมการพัฒนาชุมชนนั้น ปัจจัยสำเร็จเกิดมาจากผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจในรายละเอียดทุกโครงการ ลงเดินดูจุดบกพร่องและมีการสั่งการณ์จนทำให้งานเกิดความประสบความสำเร็จ รวมทั้งตัวสินค้าที่มีคุณภาพที่มาจากตัวของชาวบ้าน โดยมีการตั้งเป้าไว้ในตอนแรกว่าจะต้องขายได้ถึง 60 ล้านบาท ซึ่งตอนแรกกังวลว่าพื้นที่แค่ 200 กว่าตารางเมตรจะทำให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร จึงมีการกำหนดธีมงานขึ้นมาจากการที่คิดว่าตัวลูกค้าต้องมีชาวต่างชาติ จึงเกิดธีมงานขึ้นว่า OTOP TO AEC มรดกของแผ่นดินจากท้องถิ่นสู่สากล รูปแบบการจัดการจะมีสินค้าโอทอปเพื่อการส่งออก โอทอปเวอร์ชั่น 2.0 โอทอปคอมแพ็ค ส่วนที่ 2 การขับเคลื่อนการจัดงานจัดให้มีสินค้าโอทอปเพื่อการส่งออกแต่ละสัปดาห์ ได้แบ่งออกเป็นกลุ่ม และมีการประสานงาน โดยให้หมู่บ้านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและโอทอปชวนชิมเข้ามาเสริม มีสิ่งจูงใจได้ดีคือ โอทอปชวนชิม โดยนำอาหารเด่นๆมีคุณภาพและราคาถูกไม่เกิน 40 บาท ส่วนที่ 3 ความสำเร็จของการจัดงานนั้น คือการประชาสัมพันธ์ทั้งก่อนและหลัง โดยใช้สื่อหลายอย่างทำให้ประสบความสำเร็จ
ด้าน น.ส.พรทิพย์ ขุนวังจีนา ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์เน้นให้หน่วยงานสังกัดให้มีการประชาสัมพันธ์ตัวสินค้าและได้การตอบรับกลับมาอย่างดี ถือว่าประสบความสำเร็จทำให้มีการเปิดตัวสินค้าบางตัวขึ้น ทางกระทรวงพาณิชย์ได้จัดตลาดท่องชมในปี 2559 โดยจัด 77 แห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งการจัดตลาดท่องชมนั้นมีแนวคิดมาจากการจัดตลาดคลองผดุงกรุงเกษมที่มีการดึงจุดเด่นของแต่ละตลาดในชุมชนโดยไม่กระทบวิถีชุมชนดั้งเดิมที่มีอยู่ ในตอนนี้เริ่มทำได้ 12 แห่ง แต่ละที่มีรายได้หมุนเวียน 2-3 แสนบาทต่อวัน
ด้านนายอารักษ์ เอี่ยมจ้อย ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่ากระทรวงอุตสาหกรรมได้รับผิดชอบจัดตลาดในเดือนสิงหาคมพอดีเลยจัดให้เข้ากับช่วงวันสำคัญคือวันแม่จึงนำมาเป็นโจทย์หลัก การจัดตลาดแบ่งเป็น 3 สัปดาห์ สัปดาห์ละหนึ่งเรื่องราวและจะมุ่งเน้นวิถีชุมชนรากหญ้าโดยนำสินค้าชุมชนเป็นหลัก สินค้ามีคุณภาพและมีราคาที่เหมาะสม มีบูธออกงานประมาณ100 บูธ เน้นการฝึกอบรมฟรีตลอดในทุกๆวัน นอกจากนี้มีการตัดผมฟรีถือเป็นการเรียกผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างดี มีการสาธิตของศูนย์ศิลปาชีพ ในการดำเนินงานจะดูในทั้งหมดผลัดเปลี่ยนกันไป จุดเด่นมาจาการคิดธีมงานและเรื่องราวมาเป็นจุดเด่น
ด้าน น.ส.วิมลลักษณ์ ชูชาติ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวปิดท้ายการประชุมว่า ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดงานภายใต้แนวคิดให้ชื่อ “ตลาดวัฒนธรรม” เพื่อให้เชื่อมโยงกับกระทรวงวัฒนธรรม โดยได้สะท้อนถึงวันสำคัญในช่วงเวลาต่างๆในระยะเวลาของการจัดงาน การดำเนินงานแบ่งออกเป็นสัปดาห์ โดยดึงเรื่องราวของคนรากหญ้าและได้เน้นการขายให้เชื่อมโยงระหว่างสินค้าและการท่องเที่ยว พร้อมจัดทำคู่มือการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเห็นได้ว่าทุกหน่วยงานหรือกระทรวงต่างๆที่ร่วมกันจัดงานที่ผ่านมานั้น "บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม" ทุกกระทรวงจะคำนึงถึงเรื่องราวของการจัดงาน ทั้งด้านการตั้งคอนเซปของงาน คุณภาพของสินค้าที่นำมาจำหน่าย ร่วมถึงผู้ประกอบการที่จะมาร่วมงาน สาเหตุที่จะช่วยให้ตลาดมีการขับเคลื่อนและส่งผลให้ประสบความสำเร็จอย่างดี คือการได้รับความร่วมมือและการช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชน ทั้งด้านการประชาสัมพันธ์ ด้านการต่อยอดของสิ้นค้า ในส่วนด้านการประชาสัมพันธ์นั้นถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ "ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม"สำเร็จลุล่วงไปได้ดี



