
วิกฤตสงฆ์: ฟังความพระ 2 ข้าง !
16 ก.พ. 2559
วิกฤตสงฆ์ : ฟังความ 2 ข้าง ! 'พระเมธีธรรมาจารย์' (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และพระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม
ภาพการชุมนุมของพระสงฆ์จำนวนมากชุมนุมกันที่พุทธมณฑลและยื่นหนังสือต่อตัวแทนรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช รวมทั้งสังคมยังเห็นภาพพระสงฆ์ปะทะกับทหารที่เข้าไปดูแลสถานการณ์นั้น มันเป็นภาพที่อาจจะไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทย แต่มันเกิดขึ้นเเล้ว และปลายทางของเรื่องนี้จะเป็นเช่นใด
คมชัดลึกคืนนี้จะติดตามเรื่อง "วิกฤตสงฆ์ : ฟังความ 2 ข้าง" ! "พระเมธีธรรมาจารย์" (ประสาร จนฺทสาโร) "เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย" และพระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม
พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า พุทธะอิสระแจ้งความที่กองปราบปรามว่ามีการชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต อาตมาพร้อมไปพบตำรวจ ยืนยันเป็นการชุมนุมสังฆมติ โดยพระจากวัดต่างๆ ที่ไม่รู้จักกัน ติดต่อทางสังคมออนไลน์เพื่อเจริญพุทธมณฑล และแสดงสังฆมติที่มีความรู้สึกตรงกัน เป็นการทำเพื่อส่วนรวมและศาสนา และชุมนุมครั้งนี้มาแบบแม่น้ำห้าสาย ฉะนั้นพุทธมณฑลเป็นสถานที่พระสงฆ์รวมตัวได้ ไม่ใช่ม็อบ
พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า ส่วนภาพปะทะทหารนั้น อาตมาไม่รู้จัก และพระสงฆ์รูปนั้นไม่ใช่แกนนำการชุมนุม หากทุกคนอยู่ในเหตุการณ์จะเข้าใจดี เพราะตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 14 ก.พ. มีการตั้งด่านทหาร - ตำรวจจำนวนมากปิดกั้นไม่ให้เข้าไปเจริญพุทธมนต์ และนำรถฮัมวี่รวมทั้งลวดหนามกั้น ทหารบางคนพูดยั่วยุพระสงฆ์ว่าได้ค่าจ้างเท่าใด มาจากไหน พระสงฆ์จึงเกิดอารมณ์ และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทำไมไม่มองว่าพระสงฆ์และมวลชน 3 หมื่นคน มารวมตัวกันทำไม ส่วนบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ามีคนแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ร่วมชุมนุมนั้น ถามว่า จะทำแบบนั้นทำไม อาตมาเชื่อว่าเป็นพระสงฆ์ทั้งหมด ส่วนพระที่ล็อกทหารนั้น ไม่รู้จัก แต่มารู้จักตอนมาเจรจากับทหาร ยืนยัน ห้าข้อเสนอที่ยื่นต่อรัฐบาลทำเพื่อคณะสงฆ์และมีความชัดเจน
พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องรถเบนซ์ของสมเด็จช่วงนั้น คิดว่าไม่มีปัญหา สมเด็จช่วงไม่ประสงค์ซื้อรถเป็นสมบัติส่วนตัว มีคนถวายให้ ดีเอสไอบอกว่าขั้นตอนการได้มานั้นผิดกฎหมาย พระไม่สามารถสอบถามได้ว่าสิ่งที่นำมาถวายนั้นถูกกฎหมายหรือไม่ อาตมาจึงไม่วิตกเรื่องนี้ แต่วิตกว่ารัฐบาลและดีเอสไอไม่ควรเดินตามการเมืองที่นำมาใช้กับคณะสงฆ์และพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ส่วนพระธัมมชโยจะเป็นปมที่สมเด็จช่วงต้องผิดด้วยนั้น ถามว่า หากบริษัทรับคนผิด 1 คนเข้ามา ผู้จัดการต้องรับผิดชอบหรือไม่ กรณีนี้ก็เหมือนสมเด็จช่วงที่เป็นพระอุปัชฌาย์ของพระธัมมชโย จะผิดด้วยหรือ และเรื่องนี้ไม่มาถึงปลายทางเพราะสมเด็จช่วงเป็นเสมือนศาลฎีกา
พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า พุทธะอิสระบอกว่าพระมาเจริญพุทธมนต์ครั้งนี้ผิดกฎหมาย แต่พุทธะอิสระบอกว่าสิ่งที่ดำเนินไปในนาม กปปส.ถูกกฎหมายนั้น อาตมาเศร้าใจ เพราะพระควรมีหิริโอตัปปะ และพุทธะอิสระยังกล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ให้เสียหาย ไม่มีใครอยากไปยุ่งกับพุทธะอิสระ แต่พุทธะอิสระพยายามเกี่ยวคนอื่นให้เข้ามา และอาศัยอำนาจการเมืองให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ ย้ำว่า ห้าข้อที่ยื่นไปให้รัฐบาลนั้น เป็นประโยชน์กับสังคม และคิดว่าการชุมนุมคงจะเกิดขึ้นอีกในครั้งหน้าหากยังมีการย่ำยีจากบางคนและพระบางรูปที่ไปเกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐ ส่วนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น ประวิตรบอกว่าขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ กันก่อน หากไม่นิ่งก็จะไม่ทูลเกล้าฯ ถามว่า แต่อีกฝ่ายปั่นป่วนเรื่องนี้ทุกวัน และรัฐบาลไปรับมือกับเรื่องนี้ จะทำให้พระทั้งประเทศคิดอย่างไร รัฐบาลที่กรรมการต้องเป็นกลาง เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจและเกียรติของพุทธจักร และเมื่อมีมติมหาเถรสมาคมออกมาแล้วแต่รัฐบาลบอกว่า กลับไปดูเรื่องนี้ก่อน ถามว่าหากเป็นแบบนี้การปกครองศาสนจักรล้มเหลว
พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า กังวลความเสื่อมศรัทธาจากชาวพุทธ แต่ยืนยันทำเพื่อความถูกต้อง รักษาคณะสงฆ์ แม้บางฝ่ายจะตำหนิ แต่อโหสิให้ ถามว่า พระบางรูปทำผิดกฎหมาย แต่ไม่มีใครดำเนินการใด
พุทธะอิสระ กล่าวว่า การที่อาตมาเป็นแกนนำ กปปส.นั้น การชุมนุมครั้งนั้นชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยืนยัน การชุมนุมของอาตมาช่วงที่ผ่านมา - ปัจจุบัน ขออนุญาตทุกครั้ง แต่การชุมนุมครั้งนี้ วัดพระธรรมกายเป็นตัวการและเป็นนายทุน ไม่จัดชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้มาชุมนุมในวันมาฆบูชา สำนักพระพุทธศาสนาก็เลือกปฏิบัติ และร่วมทำผิดกับการชุมนุมที่พุทธมณฑล
พุทธะอิสระ กล่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชมาพบอาตมาสามครั้ง และให้ไปช่วยจัดการธัมมชโยที่ทรงมีพระลิขิตแล้ว และขอให้รัฐบาลกับ คสช.หันมาสนใจสังฆมณฑล อาตมาเห็นว่ามหาเถรสมาคมปกป้องบุคคลและสังคมที่ไม่เคารพกฎหมาย พระธรรมวินัย และพระราชอำนาจ ห้าข้อเรียกร้องของการชุมนุมนั้นเห็นชัดว่า ปกป้องสมเด็จช่วง และวัดพระธรรมกายได้ประโยชน์ สังคมได้อะไร และเรื่องนี้จะปิดทางสมเด็จช่วงไม่ให้เป็นพระสังฆราชหรือไม่ ตอบเลยว่า ปิดแน่นอน แม้ไม่มีคดีรถเบนซ์และการแจกรถให้พยาบาล เพราะสมเด็จช่วงหย่อนยานในการปกครองคณะสงฆ์ในคดีพระธัมมชโย อาตมาพูดเรื่องจริง แต่ฝ่ายตรงข้ามแถไปตลอดในทุกเรื่องที่อาตมาออกมาพูด สิ่งที่กระทำไปนั้น อาตมาแยกพระดีออกจากคนชั่ว ไม่ได้ทำคณะสงฆ์แตกแยก ขอเพียงดำเนินการตามพระลิขิตพระสังฆราชเท่านั้น อาตมาขอเพียงเท่านี้ และไม่ก้มหัวให้สิ่งที่ผิด ยืนยันไม่มีการปะทะกับอีกกลุ่มแน่นอน หากเลือกได้อาตมาจะได้ไม่มายุ่งกับเรื่องพวกนี้ ขอบคุณสิ่งที่มาชุมนุมที่พุทธมณฑล เพราะรัฐบาลและ คสช.จะได้ดำเนินการ



