ไลฟ์สไตล์

‘ฮ่องกง’สมัยใหม่ภายใต้ความเชื่อดั้งเดิม

‘ฮ่องกง’สมัยใหม่ภายใต้ความเชื่อดั้งเดิม

18 ก.พ. 2559

ศิลปวัฒนธรรม : ‘ฮ่องกง’ สมัยใหม่ภายใต้ความเชื่อดั้งเดิม

 
     เกือบ 20 ปีที่ได้อิสรภาพจากนักล่าอาณานิคมชาวเมืองผู้ดีอัังกฤษแล้วกลับสู่อ้อมกอดแผ่นดินแม่ (อีกครั้ง) นับจากราชวงศ์ชิงแพ้สงครามฝิ่นจนต้องยกเกาะแห่งความรุ่งโรจน์ทั้งด้านการค้า สังคม และวัฒนธรรมแห่งนี้ให้ชาวตะวันตก ในความมีอิสรเสรีภาพที่จะดูแลตัวเองแบบเขตปกครองพิเศษโดยปราศจากจีนแผ่นดินใหญ่ครอบงำ ดูเหมือน “มังกรน้อย” ต้องผ่านบททดสอบสารพัด ขณะเดียวกันต้องมองไปข้างหน้าเพื่อรักษาตำแหน่งศูนย์กลางด้านการค้า การเงิน และการบริการของภูมิภาค วันนี้ “ฮ่องกง”  ใช่เพียงเสือเศรษฐกิจสำคัญอันดับต้นๆ ของเอเชีย หากยังมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนจากทุกมุมโลกให้เข้ามาสัมผัสความศิวิไลซ์ พร้อมกับเรียนรู้วัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกได้อย่างกลมกลืนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
 
     “กง สี่ ฟา ไฉ” คือคำทักทายที่ได้ยินไปทั่วเมืองหากเดินทางไปเยือนเกาะสวรรค์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งกินเวลาเฉลิมฉลองนานถึง 15 วัน ความหมายอันเป็นมงคลว่า “ขอให้ร่ำรวยในวันปีใหม่จีน” น่าจะทำให้ใครหลายคนยิ้มออก และคำนี้หากใช้ถูกที่ถูกเวลาก็อาจได้รับซองแดง (อั่งเปา) กลับมาแทนคำขอบคุณ นั่นสะท้อนถึงคติความเชื่อที่ยังคงเหนียวแน่นแม้จะผ่านมากี่ยุคสมัย แต่พอเลยช่วงนี้ไปในวิถีปกติชาวฮ่องกงจะใช้ทั้งภาษาจีนกวางตุ้งและอังกฤษสลับกันได้อย่างคล่องแคล่วตามโอกาสสมควร การใช้ภาษาทางการและภาษาถิ่นได้สะดวกถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับวัฒนธรรมในฮ่องกงอย่างมาก 
 
     ส่องสภาพความเป็นไปทั้ง 3 เกาะหลักอันได้แก่ ฮ่องกง เกาลูน และลันเตา นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีโบสถ์คริสต์หลากหลายนิกายอยู่ร่วมกับศาลเจ้าจีน ตลอดจนวัดในศาสนาพุทธ วัดลัทธิเต๋า วัดซิกข์ สุเหร่า และโบสถ์ยิว ยิ่งไปกว่านั้นวัฒนธรรมเก่าแก่ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องก็ก่อให้เกิดวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ผสมผสานประเพณีและนวัตกรรมเข้าด้วยกัน ฮ่องกงเป็นเมืองที่จะได้เห็นคนเฒ่าคนแก่นั่งสมาคมเล่นหมากรุกจีนบนแท็บเล็ต ขณะเดียวกันก็ฉลองคริสต์มาสยิ่งใหญ่อลังการเหมือนเทศกาลตรุษจีน 
 
     แน่นอนว่ามีตึกระฟ้าล้ำนำสมัยที่ออกแบบตามคำแนะนำของปรมาจารย์ด้านฮวงจุ้ย (“ฮวง” คือ ลม ส่วน “จุ้ย” คือ น้ำ) ถือเป็นคติความเชื่อที่ยึดโยงกับงานสถาปัตยกรรมจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองไปแล้ว ลี โจว ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ยชื่อดังของฮ่องกง เล่าขณะพาเที่ยวชมจุดชมวิวบริเวณ “เกาลูน พีค" ว่าภูมิศาสตร์ที่ตั้งของฝั่งเกาลูนถือว่ายอดเยี่ยม เป็นจุดฮวงจุ้ยที่ชัดเจน ด้วยมีแอ่งน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างเกาลูนกับฮ่องกงเป็นทางน้ำค่อยๆ ไหลลงมารวมกันทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ด้านหลังเป็นภูเขารูปมังกร หันหน้าออกสู่แหลมเกาลูนด้านขวาคือเสือเปรียบดั่งผู้หญิง ซ้ายคือมังกรเปรียบดั่งผู้ชาย ซึ่งเสือและมังกรต้องสมดุลกันถึงจะดี แต่จริงๆ แล้วไม่มีที่ใดที่ดีที่สุด เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเกิดศาสตร์การปรับฮวงจุ้ย 
 
     ในย่านธุรกิจใจกลางเมืองฝั่งฮ่องกง ลี โจว ชี้ชวนให้ดูตึกสำนักงานต่างๆ ที่แม้จะได้รับการออกแบบให้ทันสมัยแต่ก็ไม่ทิ้งความเชื่อนี้ อย่างตึกสำนักงานธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ (เอชเอสบีซี) ที่ต้องมีสัญลักษณ์เป็นรูปปืนใหญ่บนยอดตึกหน้าไปทางตึกธนาคารจีน เพราะสร้างสูงใหญ่กว่าอีกทั้งมีเสาอากาศสูงคล้ายดาบจึงต้องมีการคานกันไว้เพื่อลดแรงปะทะ หรือเพื่อให้เกิดความมัั่งคั่งมั่นคงของประเทศจึงต้องมีการสร้างตึกระฟ้าสูงกว่า 300 เมตรมีสัญลักษณ์ 4 เสาระหว่างฮ่องกงและเกาลูนคือตึกอินเตอร์เนชั่นแนล ไฟแนนซ์ เซ็นเตอร์ 2 สูง 406 เมตร ตระหง่านค้ำยันกับตึกอินเตอร์เนชั่นแนล คอมเมิร์ซ เซ็นเตอร์ สูง 484  ทางฝั่งเกาลูน และตึกเซ็นทรัล พลาซา ที่มีความสูงรวม 374 เมตร กับตึกใหม่ที่กำลังก่อสร้างความสูงไล่เลี่ยกันทางฝั่งเกาลูน โดยเฉพาะตึกอินเตอร์เนชั่นแนล คอมเมิร์ซ หรือรู้จักกันในชื่อ “สกาย 100” นั้นถูกปลุกปั้นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพราะสูงที่สุดในฮ่องกง ทำให้สามารถมองเห็นวิวโดยรอบแบบ 360 องศา บนชั้น 100 ที่ความสูง 393 เมตร หากเดินชมวิวโดยรอบ 360 องศาเชื่อว่าจะพบแต่ความเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งมีซุ้มให้ถ่ายภาพสื่อถึงความโชคดีได้แก่ ด้านการเรียนการงาน ค้าขายร่ำรวย ความรักสมหวัง และเงินทองไหลมาเทมา ยิ่งเทศกาลวาเลนไทน์ที่ผ่านมาหากมองไปยัง “ทามาร์ พาร์ค” จะเห็นทุ่งดอกกุหลาบประดิษฐ์ 25,000 ดอก แนวคิดของนักออกแบบชาวเกาหลีที่จุดให้ลานหน้าศาลาว่าการเกาะฮ่องกงแห่งนี้สว่างไสวและโรแมนติกสุดๆ เช่นเดียวกับฝั่งตรงข้ามบริเวณหอนาฬิกาฮ่องกงที่จัดแสดงสื่อผสมแสงสีเสียงแบบ 3 มิติ
 
     วิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวฮ่องกงยังนำมาซึ่งการจุดประกายความหวัง มาลี ถามรางกุล หรือ “ถาม ซิว เม่ย” มัคคุเทศก์ประสบการณ์กว่า 40 ปี ทำงานอยู่กับการท่องเที่ยวฮ่องกงมานานนม เล่าเกร็ดความเชื่อที่หมู่บ้านลัม ฉวิน ที่ตั้งของ “วิชชิ่ง ทรี” หรือต้นไม้ขอความปรารถนาว่า อาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านคือการเกษตร แต่ตอนนี้ร่ำรวยและเจริญมากเพราะมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ทุกคนสมัครสมานสามัคคีและรักกัน ตำนานบอกว่าหญิงคนหนึ่งมีสามีที่ต้องไปทำงานต่างถิ่นเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เธอเกรงว่าสามีจะเป็นอื่นไม่กลับมาจึงไปภาวนากับต้นไทรกลางหมู่บ้านแล้วสมปรารถนาจึงนำส้มผูกเชือกไปห้อยบนต้นไม้ นานเข้าผู้คนมาขอพรกันมากทำให้ต้นไทรรับน้ำหนักส้มไม่ไหว ชาวบ้านเกรงว่าต้นไม้จะโค่นจึงหาวิธีรักษาต้นไม้แต่ก็ไม่ละทิ้งความเชื่อ สุดท้ายลงความเห็นสร้างต้นไม้จำลองขึ้นมา หากใครต้องการมาขอพรก็เปลี่ยนจากนำส้มจริงที่อาจเน่าเสียเป็นส้มพลาสติกใช้โยนห้อยอยู่บนต้นไม้ที่สร้างขึ้นใหม่ ชื่อเสียงของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดังกระฉ่อนทุกวันนี้มีคนต่างถิ่นต่างแห่แหนกันมาขอพรจำนวนมาก
 
     เรื่องความเชื่อความศรัทธาที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงต้องยกให้การสักการะไหว้พระตามวัดต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วเกาะฮ่องอย่าง “วัดเชกง” วัดเล็กๆ ที่ประดิษฐานเทพเจ้าเชกง มีการทำกังหันลมให้หมุนขณะขอพรเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตราบรื่นดี ส่วนคนทำไม่ดีจะรู้สึกละอายต่อบาป เชกง จะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้เห็น ในวันตรุษจีนจะเห็นผู้คนนำกังหันลมประดิษฐ์ไปไหวพระเสร็จแล้วนำติดตัวกลับมาด้วยเชื่อว่าจะทำมาค้าขายรุ่งเรือง หรือที่ "วัดหมั่นโมว” ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงเป็นวัดเก่าแก่ที่คนต่างชาตินิยมไปไหว้ขอพร พระเต๋อมง มือหนึ่งถือพู่กัน อีกข้างถือมีดดาบ ไหว้พระแล้วให้ลูบที่ดาบและปากกาโดยมีความเชื่อว่าหากลูบปากกาจะทำให้ลูกหลานเรียนดี ส่วนลูบดาบหมายถึงการต่อสู้และการทำงาน เทพเจ้าไม่เคยปฏิเสธคนคิดดีพูดดี และทำดี ที่ “วัดหวัง ต้า เซียน” ที่ประดิษฐานเทพเจ้าหวังต้าเซียนที่ถูกวาดบนกระดาษด้วยหมึกสีเหลือง เชื่อว่าไหว้แล้วจะร่ำรวย และสุขภาพดี แต่จะอนุญาตให้สักการะในบริเวณที่จัดไว้ให้เท่านั้นด้วยเกรงว่าควันธูปจะสร้างความเสียหายให้แก่ภาพวาดหวังต้าเซียน นอกจากนี้ภายในวัดยังมีห้องไท โซย ตี่ หรือ “ไท ส่วย เอี๊ยะ” รวมถึง “เต๋าโหม่ว” หรือเทพเจ้าแห่งกาลเวลา สำหรับคนมาเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนงานเพื่อเสริมดวง วิธีไหว้จะมีธูปเล็กๆ 3 ดอก ใช้นิ้วกลางกับนิ้วโป้งจับธูปอธิษฐานและคำนับ 3 ครั้งก่อนจะปักธูปด้วยมือซ้าย ปีหนึ่งจะมีครั้งหรือสองครั้งที่เปิดให้เข้าไปสักการะหวังต้าเซียนถึงองค์พระได้
 
     อีกหนึ่งสถานที่เรียกศรัทธาที่ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาติฮ่องกงบนเกาะลันเตาคงต้องยกให้ “พระใหญ่” สร้างจากทองแดงประดิษฐานอยู่บนยอดเขาในหมู่บ้านนองปิง ข้างล่างองค์พระมีจุดให้อธิษฐานขอพรเสียงจะก้องไปยังองค์พระ เชื่อว่าจะได้รับการปกป้องจากอันตรายทั้งปวง แต่ก่อนจะไปถึงก็ต้องพิสูจน์ความกล้าเล็กน้อยด้วยการนั่งกระเช้าไฟฟ้าระยะทาง 5.6 กิโลเมตร จุดสูงสุดอยู่ที่ 790 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ใช้เวลาเพียง 25 นาทีถึงจุดหมาย ไหว้พระเสร็จสรรพสามารถพักผ่อนหย่อนใจไปกับหมู่บ้านจีนที่สร้างใหม่สไตล์เมืองเก่า แต่ที่อยู่มานานจนเป็นที่รู้จักคนคนรักงานศิลป์นั่นคือย่านโซโหที่คลาคล่ำไปด้วยชาวยุโรป สองฝั่งถนนมีงานศิลปะและกิจกรรมศิลปะให้ได้ชุ่มชื่นหัวใจอีกด้วย
 
     วัฒนธรรมใหม่เก่าเคล้ากันด้วยสูตรที่ชาวฮ่องกงรังสรรค์ขึ้น นั่นเองที่ทำให้ “มังกรน้อย” ตื่นและโจนทะยานอย่างมีชีวิตชีวา...