
รอยพระจริยารำลึกสมเด็จฯเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ
18 ก.พ. 2559
สังคม : รอยพระจริยา รำลึกสมเด็จฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ
เพื่อเป็นการระลึกถึงพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวาระ 90 ปีแห่งพระประสูติกาล 24 พฤศจิกายน 2558 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา และกระทรวงวัฒนธรรม จัดการแสดงชุด “ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า” ตอน “รอยพระจริยา” โดยเป็นการบอกเล่าเรื่องราวพระประวัติ วิถีพระชนม์ชีพ พระจริยวัตร พระกรณียกิจ และพระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวและบทเพลงตามยุคสมัยในพระชนม์ชีพนับแต่ทรงพระเยาว์ตราบจนสิ้นพระชนม์
งานนี้ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ นายกกิตติมศักดิ์มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา เสด็จเป็นประธานทอดพระเนตรการแสดง “ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า” ตอน “รอยพระจริยา” โดยมีผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการมูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา คณาจารย์ ข้าราชการ นิสิต ข้าราชบริพารวังรื่นฤดี นักเรียน นักศึกษาจากโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ฯ เฝ้ารับเสด็จและร่วมชมการแสดง ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์
การแสดงชุดดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้านี้ แสดงโดยคณาจารย์และนิสิตจากวงดนตรีทุกวงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในทุกรูปแบบ เช่น วงบิ๊กแบนด์ วงซิมโฟนีออเคสตรา วงดนตรีไทย คณะนักร้องประสานเสียง และคณะนักแสดงจินตลีลา ร่วมกันเป็นผู้บรรเลงและผู้แสดง ควบคู่ไปกับการบรรยายโดย ศ.(พิเศษ)ธงทอง จันทรางศุ เพื่อฉลองพระกรุณาธิคุณของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ ที่ทรงมีต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพระผู้พระราชทานกำเนิดมูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา ไว้เพื่อสืบสานพระกรณียกิจแทนพระองค์เมื่อสิ้นพระชนม์ไปแล้ว และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระ 100 ปีนับแต่วาระที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาพระฤกษ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2459
เมื่อเริ่มต้นการแสดง ศ.(พิเศษ)ธงทอง จันทรางศุ ได้พาย้อนกลับไปยังวันที่ 24 พฤศจิกายน 2468 เพื่อบรรยายถึงเหตุการณ์พระประสูติกาลของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ จากนั้นดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลงแรก “พระหน่อนาถ” ไปพร้อมๆ กับการฉายภาพในอดีต นำความซาบซึ้งใจมาให้แก่ผู้เข้าชม จากนั้นตามด้วยเพลงจากบทละครพระร่วง ก่อนที่จะสลับด้วยการเล่าถึงชีวิตในวัยพระเยาว์ก่อนเสด็จไปประทับในประเทศอังกฤษ ทั้งนี้เพลงที่เลือกนำมาใช้ในการแสดงครั้งนี้ประกอบไปด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เพลงยอดนิยมในยุคสมัยต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับพระประวัติสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ ในช่วงเวลาต่างๆ โดยบรรเลงประกอบการฉายพระฉายาลักษณ์และภาพในอดีต สลับการการแสดงจินตลีลา
ทั้งนี้อาจนับได้ว่าเป็นการแสดงรูปแบบใหม่ที่สามารถสร้างความประทับใจ เสมือนย้อนระลึกไปครั้งเมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ ยังคงพระชนม์ นำความซาบซึ้งใจมาสู่ผู้เข้าชมตลอดระยะเวลา 90 นาทีของการแสดงและถึงแม้ว่าดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้าจะจากไปแล้ว แต่คุณงามความดีที่ทรงสร้างไว้ยังคงเจริญงอกงามในหัวใจคนไทยเสมอ ภายใต้การดำเนินงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ผนวกพระปณิธานของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ ในด้านการศึกษาไว้เป็นส่วนหนึ่งของจุฬาฯ และมูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา ยังคงสานต่อพระกรณียกิจที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ ได้ริเริ่มไว้อย่างต่อเนื่อง นับเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่ทรงให้ไว้กับประชาชนชาวไทยทุกคน



