
เผย"ครูแม่สอนภาษา"นวัตกรรมสอนเด็กไทยรู้คุณค่า-รักษ์ภาษาไทย
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต 1 ศูนย์พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กทม. สมาคมคนรักภาษาไทย และมูลนิธิ ศ.หม่อมหลวงจิรายุ-ศ.ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ จัดงานสัปดาห์เชิดชูค่าภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2552 วันที่ 27-29 กรกฎาคม พร้อมมอบเกียรติคุณบัตรผู้มีผลงานสร้างสรรค์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย-ครูภาษาไทยหัวใจพัฒนา และอภิปรายหัวข้อ ครูแม่สอนภาษา:นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยด้วยสายใยครอบครัว โดย ดร.รัตนา ดวงแก้ว อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า จากงานวิจัยศึกษาแนวทางพัฒนาคุณภาพของเด็ก พบว่า พ่อแม่มีส่วนร่วมพัฒนาลูก ร้อยละ 50 ลูกมีแนวโน้มประสบความสำเร็จ และแนวโน้มของลูกที่พ่อแม่ให้ความรักความอบอุ่น และคอยเอาใจใส่ ทำให้ลูกประสบความสำเร็จ อีกทั้งทำให้อัตราความเสี่ยงในการเป็นอาชญากรรมลดน้อยลงอีกด้วย
“การให้แม่เป็นครู ถือเป็นนวัตกรรมส่งเสริมภาษาไทยได้ดี แต่ทั้ง 3 องค์กรหลัก พ่อแม่ ครู และรัฐบาล ต้องช่วยส่งเสริม โดยพ่อแม่ต้องเปิดโอกาส เสียสละเวลา ทำหน้าที่ให้กำลังใจลูก ครู โรงเรียน มีหน้าที่ส่งเสริมพ่อแม่ให้เกิดความมั่นใจ สร้างเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครอง มีทัศนคติที่ดีต่อการศึกษา ให้ความรู้การเป็นพ่อแม่ที่ดี เพิ่มทักษะความกล้า เปิดช่องเป็นอาสาสมัครในโรงเรียน ร่วมติดตามลูก และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องมีระบบกลไกในการผลักดัน โดยต้องมีนโยบาย มาตรฐานชี้วัด แหล่งสนับสนุนที่ชัดเจน จึงจะประสบความสำเร็จ” ดร.รัตนากล่าว
ดร.จุไรรัตน์ วรรณยิ่ง ครูเชี่ยวชาญโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า การส่งเสริมครูแม่นั้น ครู โรงเรียนต้องมีส่วนสำคัญในการเติมเต็มให้ทั้งพ่อแม่ และเด็ก รู้จักบูรณาการ ปรับให้เข้ากับสิ่งที่เด็กสนใจ ดึงหนังสือที่น่าอ่านน่าสนใจมาร่วมประกอบในการเรียนการสอน และที่สำคัญครูภาษาไทยต้องมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์รูปแบบการเรียนการสอนให้ไม่น่าเบื่อ ดังนั้นไม่ว่าครูแม่หรือแม่ครูต้อง เป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างคุณค่า เสริมศรัทธา และพัฒนาคุณภาพภาษาไทย



