
'ธัมมชโย'ลุ้น!'ฟอกเงิน-รับของโจร'
11 ก.พ. 2559
'ดีเอสไอ' คาดชี้มูลความผิด 'ธัมมชโย' ฟอกเงิน-รับของโจร ภายในเดือน ก.พ.นี้ ย้ำ ดำเนินการเฉพาะคดีอาญา ไม่ยุ่งวินัยสงฆ์
11 ก.พ. 59 พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวถึงการสอบสวนความผิดฐานฟอกเงินและรับของโจรกับ พระเทพญาณมหามุนี (ธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และพระเครือข่าย ซึ่งได้รับเช็คที่ได้มาจากการยักยอกทรัพย์ของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ว่า คดีดังกล่าวเป็นไปตามความเห็นของพนักงานอัยการที่ส่งเรื่องมายังดีเอสไอ เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ดำเนินการสอบสวน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาดำเนินการ ในส่วนของวัดพระธรรมกายและเครือข่ายมีข้อเท็จจริงชัดเจนจากการสอบสวนเส้นทางการเงินก่อนหน้านี้ว่ามีการรับเช็คจำนวนดังกล่าวไปจริง หลังจากนี้ต้องสอบสวนว่าจะเข้าข่ายความผิดใดระหว่างฟอกเงินหรือรับของโจร โดยต้องพิสูจน์เจตนาเป็นหลัก ซึ่งกรณีการฟอกเงินคือต้องดูทั้งเจตนา มีมูลหนี้ต่อกันหรือไม่ หากไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ก็ถือเป็นข้อสังเกตเรื่องเจตนาว่าต้องรู้หรือควรรู้ว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการยักยอกหรือไม่ ส่วนกรณีรับของโจร ต้องพิจารณาว่าได้รู้มาก่อนหรือไม่ว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการกระทำผิด ซึ่งทั้ง 2 ข้อหามีอายุความต่างกัน โดยคดีฟอกเงินมีอายุความ 15 ปี ส่วนข้อหารับของโจรมีอายุความ 5 ปี
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ชุดสอบสวนเส้นทางการเงินมีข้อมูลการสอบสวนพอสมควรแล้ว ดังนั้น จะต้องเรียกสอบพยานเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่คาดว่าจะใช้เวลาสอบสวนอีกไม่มาก ภายในเดือน ก.พ.นี้น่าจะสามารถชี้มูลความผิดได้ ส่วนกรณีที่การชี้มูลความผิดเพิ่มเติมในคดีดังกล่าวจะมีผลกระทบกับวินัยสงฆ์หรือไม่ ในส่วนที่ดีเอสไอดำเนินการเป็นเรื่องของคดีอาญา และขณะนี้ยังไม่มีผู้ร้องเรื่องวินัยประเด็นรับเช็คสหกรณ์
สั่งฟ้องคดีแชร์ลอตเตอรี่ ส่งตัวผู้ต้องหา 18 รายให้อัยการ
พ.ต.ท.สมบูรณ์ แถลงผลการสอบสวนคดีพิเศษที่ 231/2556 คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลอตเตอรี่) พร้อมส่งสำนวนและผู้ต้องหา 18 ราย สั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ โดยคดีดังกล่าว ดีเอสไอสอบสวนต่อเนื่องหลายปีเนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก มีการสอบปากคำพยานไปกว่า 700 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 800 ล้านบาท
พฤติการณ์ คือ นางวารุณี ดวงตาสิทธิ์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นนายกสมาคมพัฒนาคนพิการจังหวัดลำพูน ได้หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยอ้างว่ามีโควตาในการรับสลากกินแบ่งในราคาทุนเพื่อนำไปจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้หลงเชื่อเข้าร่วมลงทุนจำนวนมาก มีการลงทุนหุ้นละ 38,000 บาท แต่ภายหลังกลับไม่ได้รับผลประโยชน์ตามข้อตกลง เหตุเกิดหลายพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน และ จ.ตาก พบการกระทำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 จนถึง ต.ค. 2556 จากการสอบสวนพบพยานหลักฐานว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดหลายราย จึงได้สรุปสำนวนการสอบสวนผู้ร่วมกระทำผิดในลักษณะเป็นแม่ทีมหรือแม่สาย 18 ราย และอายัดทรัพย์ผู้ร่วมกระทำผิดแล้วหลายรายการมูลค่าหลายล้านบาท
สำหรับผู้ต้องหา 18 ราย 1. นางวารุณี ดวงตาสิทธิ์ 2. นายมังกร พันธ์วิไล 3. นางสาวสมร คำยอง หรือ พันธ์วิไล 4. นายพันธ์ทวี ปานแก้ว 5. นางสุภาพร ปานแก้ว 6. นางสมพร ณ คำ 7. นายปรีดา ตรองใจ 8. นางสมพร ตรองใจ 9. นายเกรียงยศ ตรองใจ 10. นางเพ็ญศรี ฟุ่มเฟือย 11. นางพัทธมน แสงทอง 12. นายสิทธิโชค ดวงตาสิทธิ์ 13. นางรสสุคนธ์ ฟองมูล 14. นางณัฎฐ์ธมน มูลสม 15. นายธงชัย ช่อประดิษฐ 16. นางยุพิน วงค์เยาว์ 17. นางจันทร์จิรา หรือ นันท์ลภัส พิชิตชัยยากรณ์ 18. นางสาริศา พิมพ์สว่าง



