ไลฟ์สไตล์

‘อมตะ คาสเซิล’ปราสาทศิลป์มีชีวิต

‘อมตะ คาสเซิล’ปราสาทศิลป์มีชีวิต

11 ก.พ. 2559

ศิลปวัฒนธรรม : ‘อมตะ คาสเซิล’ ปราสาทศิลป์มีชีวิต

 
      นอกจากเรื่องธุรกิจที่จับมือพี่น้องช่วยกันบริหารจนรุ่งเรือง ถึงขั้นแตกไลน์หลากหลายกิจการ ไล่ไปจนถึงการผุดนิคมอุสาหกรรมในแถบประเทศเพื่อนบ้าน ขนเม็ดเงินมหาศาลเข้าประเทศได้ปีหลายหมื่นล้านบาท อีกหนึ่งงานที่เจ้าสัวอาณาจักรอมตะ วิกรม กรมดิษฐ์ กำลังหลงใหลได้ปลื้มไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนั่นคือเรื่องงานศิลป์ไม่ว่าจะวรรณกรรม หรือศิลปกรรม ซึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิอมตะ ในส่วนของงานเขียนได้จัดประชันขันแข่งกันแล้วเก็บรวมรวมไว้อย่างไม่เป็นปัญหา ทว่างานศิลปะทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ดูเหมือนจะหาที่ทางลำบากเพราะมีจำนวนมากต้องใช้พื้นที่พอสมควรในการเก็บรักษา จึงเป็นที่มาของ “อมตะ คาสเซิล” หรือ “ปราสาทอมตะ” สำหรับแสดงผลงานที่ผ่านการประกวดอีกทั้งเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักแหล่งพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าชื่นชม
 
      วันก่อนเจ้าสัวหนุ่มใหญ่หัวใจสุนทรีย์ ถือฤกษ์ดีโอกาสครบ 40 ปีของการบุกเบิกอมตะนคร เปิดอัครสถานที่ทุ่มเม็ดเงินร่วม 2,000 ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 9 ไร่ ภายในสนามกอล์ฟ อมตะ สปริง คันทรี คลับ จ.ชลบุรี เพื่อฉลองความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอมตะที่เดินทางมาได้กว่าครึ่งคน ส่งต่อมาถึงปราสาทอมตะที่สรรค์สร้างเป็นอาคารสูง 49.9 เมตร ความยาว 119 เมตร จำนวน 8 ชั้น พื้นที่ใช้สอยชวนตะลึงกว่า 2.5 ตารางเมตร  ออกแบบโดย ม.ล.ท้าวเทวา เทวกุล แห่งบริษัท MLTD ตามแนวคิดอาคารศิลปะจากภาคพื้นสุวรรณภูมิ ตัวโครงสร้างภายนอกเสร็จไปกว่าร้อยละ 90 แล้ว ส่วนงานตกแต่งภายในและประดับประดาต่างๆ ทำไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนดแล้วเสร็จที่แน่นอน ด้วยเป็นงานศิลปะที่สามารถปรับแต่และต่อเติมได้ทุกเมื่อนั่นเอง 
 
      “เรามองว่าเราทำมูลนิธิอมตะก็อยากให้ทรัพย์สินต่างๆ เป็นของมูลนิธิ จึงไม่มีการแบ่งแยก แล้วอะไรคือทรัพย์สินส่วนรวมซึ่งก็คือการสร้างปราสาทแห่งนี้ เราส่งคืนในรูปของสถาปัตยกรรมและความยั่งยืน เพราะอมตะ คือความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่นี่จะเป็นสถานที่รวบรวมงานศิลปะที่เราจัดประกวดมาตั้งแต่ปีแรกรวมทั้งของสะสมของผมด้วย ซึ่งศิลปะที่จะมาอยู่ที่นี่ได้ตัวศิลปินต้องยังไม่ตาย ตายเมื่อไรเราเอาออกทันที เรียกว่าเป็นศิลปะมีชีวิตว่าอย่างนั้น” วิกรม อธิบายความตั้งใจในการเนรมิตปราสาทแห่งศิลปะ 
 
      น่าสนใจว่า เจ้าสัวบอกสิ่งที่สร้างทั้งหมดคือสัญลักษณ์ของคนเอเชีย เป็นความฝันจากกระดาษ 3 แผ่นที่ร่างแบบไว้เมื่อราว 10 ปีก่อน พร้อมคำนิยาม 3 คำ คือ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตัวอาคารเกือบทั้งหลังมั่นคงหนักแน่นด้วยหินทรายสีแดง ด้านหน้าปราสาทระหว่างประตูทางเข้า 2 ด้านโดดเด่นตระการตาด้วยรูปแกะสลักด้านละ 4 รูป ไล่จากซ้ายไปขวาเริ่มจากรูปแกะสลักเจ้าของบริษัทรัชดาหินอ่อน เจ้าของหินทรายสีแดงที่เรียงรายทั่วปราสาท รูปแกะสลักบุพการีคุณพ่อถุงฝัด เซี่ยงคิ้ว และคุณแม่เจี้ย เซี่ยงจ๊ง และรูปแกะสลักของตัวเอง รูปแกะสลัก ม.ล.ท้าวเทวา เทวกุล ผู้ออกแบบอาคาร รูปแกะสลักวิลเลียม วอร์เรน ผู้แปลหนังสือให้วิกรม และรูปแกะสลัก ชนวิช แห่งบริษัท ไทยโอบายาชิ ผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารหลังนี้ นอกจากนี้ยังมีการเนรมิตธรรมชาติป่าเขา ไม่ว่าจะต้นไม้รูปทรงสวย ธารน้ำจำลอง กล้วยไม้หลากพันธุ์ที่เจ้าตัวชื่นชอบมาไว้บนสวนลอยฟ้าชั้น 4 พร้อมม่านน้ำตกสูงเกือบ 20 เมตร
 
      ในส่วนของพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการกว่า 1,200 ตร.ม. เปิดใช้แล้วบางส่วนโดยเฉพาะโถงชั้น 1 นำเสนอศิลปะที่มาจากงาน “ศิลปกรรมอมตะ อาร์ต อวอร์ด” กับอีกส่วนเป็นผลงานศิลปะจากต่างประเทศ อย่างตอนนี้กำลังแสดงผลงานศิลปะของศิลปินจากการประกวดศิลปกรรมอมตะ ครั้งที่ 5 และ 6 มีจิิตรกรรมและประติมากรรมสวยๆ ทั้งที่ได้รับรางวัลและพลาดรางวัลนับร้อยชิ้นรอให้สาวกงานศิลป์ได้เข้าไปชื่นชม โดยมีเจ้าหน้าที่คอยตอบข้อซักถามตามจุดต่างๆ เพื่ออรรถรสในการเสพงานศิลป์
 
      “ที่นี่ไม่มีคำว่าจบสิ้นหรือซ้ำซาก มาเยือนแต่ละครั้งมีความแปลกใหม่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผมเองแก่แล้ว ไม่ค่อยมีงานทำก็เหงา เบื่อ เลยชอบคลายเหงาด้วยการกระทำ ถ้าให้เสร็จจริงๆ แบบที่เรียกว่าเสร็จไม่รวมการต่อเติมที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อก็ภายใน 2-3 ปีนี้ วันนั้นจะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการกว่านี้หลายเท่า แต่ถ้าอยากดูศิลปะดิบๆ ผนังยังไม่ได้ฉาบ อาจได้ยินเสียงก่อสร้างเป็นระยะก็เข้ามาได้เลย เชื่อว่าน่าจะได้ประสบการณ์ชีวิตใหม่กลับไปแน่นอน”  เจ้าของปราสาทแห่งศิลปะหลังล่าสุด เชื้อเชิญ
 
      เอาเป็นว่า หากอยากเข้าชมความอลังการและความยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเหมือน “อมตะ คาสเซิล” เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้ถึง 12 กุมภาพันธ์นี้ สอบถามโทร.0-2792-0001