ไลฟ์สไตล์

หยุดเสี่ยง...เลี่ยงซื้อผลิตภัณฑ์ผิวขาว(จบ)

หยุดเสี่ยง...เลี่ยงซื้อผลิตภัณฑ์ผิวขาว(จบ)

09 ก.พ. 2559

ดูแลสุขภาพ : หยุดเสี่ยง...เลี่ยงซื้อผลิตภัณฑ์ผิวขาว(จบ)

 
                      ด้าน ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันได้เกิดกระแสความนิยมการมีผิวที่ขาวโดยเฉพาะจากการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวในสื่อต่างๆ ซึ่งไม่ได้เน้นแต่เฉพาะที่ใบหน้าและแขนขา แต่ได้สร้างกระแสไปถึงที่ผิวบริเวณซอกแขน ข้อศอก หัวเข่าและจุดซ่อนเร้นอื่นๆ ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไร และมีประสิทธิภาพแค่ไหน ซึ่งโดยทางวิชาการแล้วผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด ความเป็นจริงแล้วการที่ร่างกายของเราสร้างสีผิวขึ้นมา ก็เสมือนเป็นการสร้างเกราะป้องกันอันตรายจากสี โดยเฉพาะรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดด โดยตัวการที่ทำให้ผิวของเรามีสีอย่างที่เห็น ก็คือเม็ดสีที่ทางวิชาการเรียกว่าเมลานิน โดยตัวเมลานินจะทำหน้าที่ดูดกลืนรังสียูวีเอาไว้ ไม่ให้ผ่านเข้าไปทำอันตรายถึงผิวหนังชั้นในและอวัยวะภายใน ดังนั้นการกระทำใดๆ ที่พยายามกำจัดปริมาณเมลานินเพื่อให้ผิวขาวขึ้นก็เท่ากับเป็นการลดเกราะคุ้มกันตามธรรมชาติที่เรามีอยู่นั่นเอง
 
                      อย่างไรก็ดี การนิยมผิวขาวเป็นค่านิยมของคนไทยและคนเอเชียมาแต่โบราณ ที่นิยมผิวสีอ่อน ทั้งนี้เพราะผิวที่ขาว จะสื่อถึงความอ่อนเยาว์ ดูสะอาด สดใส รวมถึงอาจสื่อถึงความมีชีวิตที่สะดวกสบาย ไม่กรำแดดกรำฝน และยังเป็นการดึงดูดเพศตรงข้าม อันนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการศึกษาค้นคว้าหาสารต่างๆ ที่มีคุณสมบัติทำให้สีผิวอ่อนจางลง เพื่อสนองต่อความต้องการของผู้ที่อยากจะมีผิวขาว ซึ่งผลิตภัณฑ์ช่วยให้ผิวขาวที่มีขายในท้องตลาดจัดเป็นเครื่องสำอางเพื่อเสริมความงาม ไม่ได้มุ่งใช้สำหรับผู้ที่เป็นฝ้าหรือโรคผิวหนังที่มีการสร้างเม็ดสีผิวมากผิดธรรมดา เช่นผิวเป็นรอยด่าง หรือเป็นปานดำ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวขาวเหล่านี้จึงสามารถซื้อหาได้ทั่วไป ผู้ใช้จึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้ อย่าเชื่อแต่คำโฆษณาอย่างเดียว เพราะใช้แล้วผิวหน้าอาจไม่ได้ขาวผ่องอย่างที่คาดหวัง หรืออาจเกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแพ้ ต้องเสียเงินทองและเวลารักษาอีก
 
                      สิ่งสำคัญสุด ที่ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ต้องตระหนักว่าประสิทธิผลในการทำให้ผิวขาวจะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างทันที แต่จะค่อยเป็นค่อยไป และผลที่ได้ไม่ถาวร เมื่อหยุดใช้ ผิวก็จะกลับมาเข้มเหมือนเดิมตามกรรมพันธุ์ของตนเอง ขณะเดียวกันผู้ใช้ต้องเข้าใจว่าความไวของคนเราในการตอบสนองต่อสารทำให้ผิวขาวในผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน เช่นเดียวกับการเกิดอาการแพ้สารในเครื่องสำอางที่บางคนก็แพ้ แต่บางคนก็ไม่แพ้ ดังนั้นหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ผิวขาวเหล่านี้แล้ว บางคนจะรู้สึกว่าใบหน้าขาวขึ้นจริง ขณะที่บางคนอาจไม่รู้สึกว่าใบหน้าหรือผิวตัวจะขาวขึ้นเท่าไร หรือยังเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น ขณะที่ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เราได้หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดด้วยหรือไม่ มีการรับประทานยาคุมกำเนิดในขณะนั้นด้วยหรือเปล่า มีความเครียด หรืออดนอนในช่วงที่ใช้ผลิตภัณฑ์หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้มีส่วนเร่งให้ผิวหนังของเราสร้างเม็ดสีได้เพิ่มขึ้น และต้านประสิทธิภาพของสารในผลิตภัณฑ์ได้ จึงเป็นการยากที่จะได้ผลตามปรารถนาทุกราย
 
                      “สีผิวของคนเราขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมมีปัจจัยหลักๆ อยู่ 2 ปัจจัยที่กำหนดสีผิวของคนเรา คือปัจจัยที่ 1 กรรมพันธุ์กับสิ่งแวดล้อม เรื่องของกรรมพันธุ์เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ถ้าเกิดมาเป็นคนผิวคล้ำ ให้ถือว่าเรื่องของสีผิวเป็นเพียงค่านิยมซึ่งก็ต่างกันไปในแต่ละเชื้อชาติ อย่างเช่น พวกฝรั่งซึ่งมีผิวขาวก็อยากที่จะมีผิวสีเข้ม ถึงกับต้องยอมไปเสี่ยงกับมะเร็งผิวหนัง อาบแดดทั้งตัว ปัจจัยที่ 2 ซึ่งพอที่จะป้องกันได้คือสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะจากแสงแดด เพราะรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เซลล์ในผิวหนังสร้างเมลานินออกมา อย่างไรก็ดีการที่คนเราอยากมีผิวขาว จึงพยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติด้วยวิธีต่างๆ มีการค้นคว้าหาสารสังเคราะห์หรือสารจากธรรมชาติที่จะสามารถช่วยกลบสีผิว ลดการสร้างสีผิว หรือแม้กระทั่งการเร่งการขจัดเม็ดสีผิว การลอกผิว ฯลฯ เพื่อให้ผิวขาวขึ้น แต่สารเหล่านั้นมีผลชั่วคราว พอหยุดใช้ ผิวก็จะกลับไปมีสีเข้มตามกรรมพันธุ์ของตนเหมือนเดิม
 
                      นอกจากจะขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์และการได้รับแสงแดดแล้ว กระบวนการสร้างเมลานินยังขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนในร่างกายที่ควบคุมการสร้างเมลานินอีกด้วย อย่างเช่นในสตรีตั้งครรภ์ ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดหรือใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศ อาจมีผลทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเมลานินให้มากขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดฝ้า หรือสีผิวคล้ำลงได้ รวมถึงความเครียด กังวล และอดนอน ก็มีผลต่อฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเมลานินได้เช่นกัน เรื่องของฮอร์โมนเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก แต่ก็ป้องกันได้บางส่วน เช่นเปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิดด้วยการรับประทานยาคุมเป็นวิธีอื่น หรือหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่ผสมฮอร์โมนเพศ รวมถึงการทำจิตใจให้สบาย พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น
 
 
 
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย