
หยุดเสี่ยง...เลี่ยงซื้อผลิตภัณฑ์ผิวขาว(1)
08 ก.พ. 2559
หยุดเสี่ยง...เลี่ยงซื้อผลิตภัณฑ์ผิวขาว(1) : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เตือนคนไทยเรื่องค่านิยมสีผิว ให้มีความรู้สึกพอใจกับสีผิวของตนเอง “ขาวหรือเข้มก็ชนะได้” คาดหวังให้ตระหนักถึงการให้ความสำคัญกับสุขภาพผิวและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวขาวได้อย่างถูกวิธี พร้อมแนะการซื้อเครื่องสำอางผ่านอินเทอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดียนั้น ควรระวังให้มากที่สุด
รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ค่านิยมของสีผิวของแต่ละคนมาจากกรรมพันธุ์และเชื้อชาติไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนจากสีดั้งเดิมเป็นสีขาวได้อย่างถาวร แต่ในปัจจุบันมีความพยายามที่จะนำสารต่างๆ มาใช้เพื่อให้ผิวขาวหรือขาวอมชมพู จึงต้องออกมาเตือนว่าเป็นอันตรายและส่วนใหญ่ไม่ได้ผลอะไร โดยสารตัวใดที่จะเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างทำให้ผิวขาวขึ้นได้นั้นจะจัดอยู่ในประเภทของยาที่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมพิเศษจากแพทย์ เช่น สารไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่ใช้รักษาโรคฝ้า และโรคด่างขาว โดยสารดังกล่าวจะไปกัดผิว แต่หากใช้ไปนานๆ ก็มีปัญหาทำให้ผิวหน้าดำคล้ำหรือบางคนทาไปแล้วกัดผิวจนทำให้เป็นโรคด่างขาว แต่ถ้าจะใช้ควรเป็นแบบปกปิดหรือรองพื้นดีกว่า อย่างไรก็ดีผิวสีคล้ำนั้นมีข้อดี คือทำให้ไม่แก่เร็วเพราะมีเม็ดสีมาก ช่วยป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตไม่ก่อให้เกิดริ้วรอย ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง และเหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทย ที่สำคัญการมีผิวสะอาดไม่มีสิว ไม่แห้ง ไม่มีริ้วรอย จึงจะถือว่าเป็นผิวสุขภาพดี
สำหรับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ทั้งตามร้านขายส่ง ขายปลีก ตามตลาดนัดทั่วไป แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการสั่งซื้อเครื่องสำอางผ่านอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดีย เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ใช้การโฆษณาเป็นการจูงใจลูกค้า แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มีการรับรองจาก อย. ดังนั้นผู้ใช้สินค้ามักจะอาศัยความน่าเชื่อถือจากเพื่อนฝูงหรือการบอกต่อ ซึ่งเมื่อนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปใช้แล้วมักจะมีปัญหาเรื่องของการแพ้ หรือมีผลข้างเคียงต่อร่างกายและผิวพรรณ และเป็นอันตรายต่อชีวิตและจิตใจ
ด้าน พญ.ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในยุคนี้โดยเฉพาะในแถบเอเชีย ทุกคนล้วนต้องการมีผิวขาวสว่างใส เพื่อช่วยเสริมบุคลิก ความงามและสร้างความมั่นใจให้ตนเอง อย่างไรก็ตามสีผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเกิดมาผิวคล้ำ ในขณะที่บางคนมีผิวขาวใส บางคนเป็นฝ้ากระได้ง่าย
สีผิวที่เห็นเกิดจากเม็ดสีที่อยู่ในผิวหนัง ตัวหลักคือเม็ดสีเมลานินที่ให้สีด ำนอกจากนั้นยังมีแคโรทีนอยด์ เม็ดสีเหลืองและสีแดงจากฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงอีกด้วย เมลานินเม็ดสีเป็นตัวการหลักที่ให้เกิดสีดำ ซึ่งสร้างจากเซลล์ชื่อเมลาโนไซต์ในผิวหนัง โดยกระบวนการสร้างเมลานินนั้นมีความซับซ้อนหลายขั้นตอน เมลานินมีสองชนิด คือยูเมลานิน (eumelanin) และฟีโอเมลานิน (pheomelanin) ยูเมลานินมีสีดำเข้มในขณะที่ฟีโอเมลานินมีสีดำแดงเมลาโนไซต์จะสร้างเมลานินเก็บไว้ใน” ถุงเก็บ” เรียกว่าเมลาโนโซม จากนั้นเมลาโนไซต์จะส่งเมลาโนโซมที่สร้างเสร็จแล้ว กระจายออกไปยังเซลล์ผิวหนังโดยทั่ว ทำให้เราเห็นสีผิวคล้ำขึ้นเซลล์ผิวหนังเอง มีการผลัดเซลล์ออกตลอดเวลา โดยจะหลุดลอกออกเป็นขี้ไคล เมลานินในเมลาโนโซมก็เช่นกัน จะมีการย่อยสลายตัวและหลุดลอกออกไปพร้อมๆ กับเซลล์ผิวหนัง ขบวนการสร้าง ถ่ายเท และสลายตัวของเม็ดสีนี้เกิดขึ้นวนเวียนอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ทำไมสีผิวคนเราจึงไม่เหมือนกัน เชื่อหรือไม่ว่าคนผิวขาวหรือผิวคล้ำล้วนมีจำนวนเซลล์เมลาโนไซต์เท่ากัน ที่ต่างกันก็คือถุงเมลาโนโซมของคนผิวคล้ำจะมีเมลานินที่เจริญเต็มที่กว่า สีเข้มกว่า มีสัดส่วนยูเมลานินมากกว่า ตัวเมลาโนโซมเองก็มีขนาดใหญ่กว่า จำนวนเยอะ และย่อยสลายยากกว่าอีกด้วย ความสำคัญของสีผิวจึงอยู่ที่เม็ดสีเมลานิน มีหน้าที่ปกป้องเซลล์ผิวหนังจากอันตรายจากแสงแดด เปรียบได้กับยากันแดดที่ธรรมชาติให้ติดมากับผิวหนังมนุษย์นั่นเอง สังเกตเห็นได้ว่าประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ผิวจะคล้ำกว่าประชากรที่อาศัยในภูมิภาคอื่น โดยเป็นกลไกทางธรรมชาติที่อาศัยเมลานินในการปกป้องเซลล์ผิวหนังไม่ให้เป็นมะเร็งหรือเสื่อมสภาพจากการโดนแดดจัดและร้อนแรง ซึ่งสอดคล้องกับสถิติที่พบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคขาดเม็ดสีเมลานินแต่กำเนิดจะมีความเสี่ยงสูงมากในการเกิดมะเร็งผิวหนัง
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย



