ไลฟ์สไตล์

จาก 'รามการ์ห' สู่ 'บิคาเนอร์' รอนแรมบนเส้นทางสายฮาเวลี

จาก 'รามการ์ห' สู่ 'บิคาเนอร์' รอนแรมบนเส้นทางสายฮาเวลี

07 ก.พ. 2559

เที่ยวนี้ขอเล่า : จาก 'รามการ์ห' สู่ 'บิคาเนอร์' รอนแรมบนเส้นทางสายฮาเวลี : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong

 
                     จะไปอินเดียเที่ยวไหนๆ ฉันก็ไม่เคยกักขังตัวเองไว้แค่นิวเดลี เพราะอินเดียมีเมืองน่าเที่ยวเยอะแค่ไหน เรื่องนี้นักเดินทางต่างรู้สรรพคุณของอินเดียดี แค่แคว้นราชาสถานแคว้นเดียวนี่ก็เที่ยวกันได้ไม่รู้จบ
 
                     และถ้าจะไปเที่ยว แคว้นราชาสถาน ก็มักบินไปตั้งหลักที่นิวเดลลีก่อนเสมอ สายการบินไทย (www.thaiairways.co.th) สายการบินแห่งชาติของไทย มีเที่ยวบินบินตรงไปกลับทุกวัน บางวันมี 2-3 ไฟลท์ สะดวกสบายอุ่นใจกับบริการแบบไทยๆ
 
                     จากนิวเดลลีเที่ยวนี้ฉันปักหมุดไว้อีกหลายเมือง ที่คัดมาเที่ยวต้นๆ ทริปคือ เมืองบิคาเนอร์ และ มันดาวา ก็บอกแล้วว่าอินเดียมีที่เที่ยวสะดวกสบาย เพราะเช่ารถเที่ยวในอินเดียกับบริษัทอินเดีย บายคาร์ แอนด์ ไดรเวอร์ (www.indiabycaranddriver.com) เป็นบริการรถพร้อมโชเฟอร์ และมีรถให้เลือกทุกแบบทุกขนาด และจะไปเหนือใต้ออกตกของอินเดีย ก็มีบริการครอบคลุมทั่วประเทศ
 
                     ก่อนจะไป 2 เมืองนี้ ไม่แน่ใจว่าเรือนพักจะมีให้เลือกมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลักๆ ของแคว้นราชาสถาน เลยคลิกเข้าไปสำรวจในเว็บไซต์จองที่พักอย่างอโกดา (www.agoda.com) ก่อน ถึงได้รู้ว่า 2 เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ก็จริง แต่เรื่องที่พักมีให้เลือกอยู่ไม่ใช่น้อย
 
                     แต่คงเพราะเป็นช่วงเทศกาล เมืองมันดาวาที่พักค่อนข้างเต็ม เลยต้องเลือกพักที่ เมืองรามการ์ห ที่อยู่ไม่ไกลกัน แต่ดีตรงที่มาพักที่นี่มีฮาเวลีเก่าแก่กว่า 100 ปีให้นอนชื่อ Hotel Ramgarh Fresco (www.hotelramgarhfresco.com)
 
                     เล่าให้ฟังก่อนเลยว่า ฮาเวลี คือเรือนพักที่เคยเป็นคฤหาสน์ของคหบดี พ่อค้าวาณิช และเศรษฐีที่เคยทำการค้าบนเส้นทางสายไหมมาก่อน เมื่อร่ำรวยจากการค้าขายและการเก็บภาษีจึงก่อร่างสร้างบ้านเอาไว้
 
                     ว่ากันว่า ฮาเวลีทั่วทั้งเมืองรามการ์หมีเป็นร้อยหลัง แต่มีอยู่หลังเดียวคือที่นี่แหละที่บูรณะพัฒนาให้เป็นเรือนพัก
 
                     แค่ผลักประตูเข้าไปฉันก็สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ ในเวลาเดียวกัน ห้องหับแต่ละห้องของฮาเวลีหลังนี้ก็ยังคงความหรูหราสะดวกสบายเอาไว้ ฮาเวลีทุกหลังจะมีลานกลางบ้าน และมีมุมที่มีไว้บูชาเทพ โดยมากมักจะมี 3-4 ชั้น และมีดาดฟ้าเอาไว้ให้นั่งเล่นกินลมชมวิว
 
                     เจ้าของเรือนพักพาฉันเดินสำรวจฮาเวลีหลังอื่นๆ ในเมืองรามการ์หพอหอมปากหอมคอ จากนั้นฉันจึงมุ่งหน้าไปเมืองมันดาวา อีกเมืองหนึ่งที่มีฮาเวลีเยอะมาก จะเรียกว่าเป็นเมืองแห่งฮาเวลีก็ได้
 
                     ที่จริงในเขตเสขาวาตีที่รวมทั้งเมืองมันดาวา รามการ์ห และเมืองอื่นๆ ละแวกนี้ มีฮาเวลีเป็นหมื่นหลัง แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็เป็นเมืองมันดาวา
 
 
จาก 'รามการ์ห' สู่ 'บิคาเนอร์' รอนแรมบนเส้นทางสายฮาเวลี
 
 
                     ปัญหาคือในเวลาอันจำกัด ฉันต้องเฟ้นฮาเวลีเด่นๆ สัก 2-3 หลังเพื่อสำรวจ นั่นจึงพบว่าฮาเวลีในมันดาวาส่วนใหญ่จะปรับปรุงเป็นโรงแรมเกือบหมดแล้ว ที่ยังไม่ได้พัฒนาก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม
 
                     แต่ละแห่งจะแพทเทิร์นคล้ายๆ กัน คืออยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ตกแต่งด้วยภาพเขียนสีที่งดงาม และมีการแกะสลักด้วยความประณีต บางแห่งใหญ่หน่อยซ่อนห้องหับเอาไว้ 20 กว่าห้อง มีทั้งห้องพักของคนในครอบครัวที่มักอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องนอน
 
                     ซึ่งเจ้าของฮาเวลีส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นเศรษฐีในเมืองใหญ่อย่างเดลีและมุมไบมาซื้อคฤหาสน์หลังเก่าพวกนี้เอาไว้ และใครมีกำลังก็พัฒนาให้เป็นโรงแรมรับนักท่องเที่ยว แต่ทั้งหมดนี้น่าพักทั้งสิ้น
 
                     จากมันดาวาฉันมุ่งหน้าไปหาเมืองบิคาเนอร์ต่ออีก ที่นี่ฉันจับจองเรือนพักที่ไม่ธรรมดาเอาไว้ เพราะค่ำนี้จะเอนหลังที่ลักษมี นิวาส พาเลซ (www.laxminiwaspalace.com/) วังเก่าที่สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่นี่เคยเป็นวังของมหาราชาที่ปัจจุบันกลายเป็นโรงแรมสุดหรูประจำเมือง และใครอยากจะเข้ามาเยี่ยมชมท่องเที่ยวก็สามารถทำได้
 
                     ได้พักที่นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุด เพราะนอกจากจะได้ดื่มด่ำสถาปัตยกรรมอันงดงามของเรือนพักแห่งนี้แล้ว ยามเช้าก็มีนักดนตรีมาเป่าขลุ่ยอันไพเราะปลุกแต่เช้า พอตกเย็นมีดาดฟ้าเอาไว้ให้นั่งดูพระอาทิตย์ตกอีกด้วย และยังเห็นบิคาเนอร์ได้ทั้งเมือง พอตกค่ำยังมีระบำโชว์อีกด้วย ใครอยากได้ประสบการณ์สุดพิเศษไปบิคาเนอร์ต้องเอนหลังที่นี่ รับรองว่าจะประทับใจเมืองบนเส้นทางสายไหมนี้ไปอีกนาน
 
                     สมัยก่อนตรงนี้ยังไม่ได้เป็นเมืองบิคาเนอร์ แต่เป็นเส้นทางเปลี่ยวร้างที่พวกพ่อค้าวาณิชที่ทำมาค้าขายบนเส้นทางสายไหมมักใช้สัญจรไปมา แต่ก็เจอกับพวกโจรตลอดเวลา และเมื่อเจ้าชายจากเมืองจอดปูร์ได้นำกำลังทหารมาปราบพวกโจรสำเร็จ จึงสร้างเมืองเมืองบิคาเนอร์ขึ้นมา
 
                     สถานที่แห่งหนึ่งที่มาบิคาเนอร์แล้วไม่ไปไม่ได้ ที่นั่นคือ ป้อมจูนนาการ์ ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ที่อยู่กลางเมืองบิคาเนอร์ ทุกวันนี้แปลงสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์ ด้านในมีห้องหับมากมาย รวมถึงท้องพระโรงที่งดงาม
 
                     เที่ยวป้อมจูนนาการ์เสร็จ ฉันนั่งตุ๊กตุ๊กเข้าเมืองเก่าไปสำรวจฮาเวลีเก่าแก่ในเมืองบิคาเนอร์ ที่ทุกวันนี้ดัดแปลงไปเป็นโรงแรมเช่นกัน
 
                     จากรามการ์ห มาสู่มันดาวาและบิคาเนอร์ ทำให้รู้เลยว่าอินเดียยังมีเมืองเล็กเมืองน้อยอีกมากมายที่รอการไปเยือนจากนักเดินทาง ต้องเที่ยวแบบจังหวะสโลว์ไลฟ์ในอินเดียหน่อยนะ ถึงจะเจอเมืองเล็กๆ ที่น่ารักพวกนี้
 
 
 
----------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : จาก 'รามการ์ห' สู่ 'บิคาเนอร์' รอนแรมบนเส้นทางสายฮาเวลี : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong)