
วิทยุชุมชนแห่ขึ้นทะเบียนคึกคักกทช.กระตุ้นมีเวลาถึง24 ส.ค.นี้
วิทยุชุมชนแห่ขึ้นทะเบียนล่วงหน้ากว่า 4 พันสถานี มีสัดส่วน 90% ของวิทยุชุมชนทั่วประเทศ ส่วนที่เหลืออีก 10% ยังมีเวลาถึง 24 ส.ค.นี้ เชื่อมีเพียง 1% ที่ตั้งใจไม่ขึ้นทะเบียน เพราะต้องการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า หลังจากร่างประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราวมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา วิทยุชุมชนทั่วประเทศจะมีเวลาอีก 30 วันตามกฎหมาย หรือถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ในการแจ้งความประสงค์ขอขึ้นทะเบียน เพื่อยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการชั่วคราว 1 ปี
อย่างไรก็ตาม หลังจาก กทช.ได้จัดโครงการเตรียมความพร้อมการขึ้นทะเบียนวิทยุชุมชนตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา เพื่อให้วิทยุชุมชนทั่วประเทศมาแจ้งความประสงค์ขอขึ้นทะเบียน ก่อนที่ร่างประกาศจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา พบว่ามีวิทยุชุมชนกว่า 4,000 สถานี มาแจ้งความประสงค์ขอขึ้นทะเบียนกับ กทช. หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90% ของวิทยุชุมชนทั่วประเทศ แบ่งเป็นจากภาคกลาง 1,200 สถานี ภาคเหนือ 800 สถานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,600 สถานี และภาคใต้ 400 สถานี
“จำนวนวิทยุชุมชนกว่า 4,000 สถานีที่มาขึ้นทะเบียนล่วงหน้ากับ กทช. ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการจัดระเบียบวิทยุชุมชน ที่ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือในการเริ่มต้นแก้ปัญหา ให้ไปในทิศทางที่ถูกต้องและตรงตามวัตถุประสงค์การใช้สื่อชุมชน” พ.อ.นที กล่าวและว่า สำหรับวิทยุชุมชนอีก 10% หรือประมาณ 400 สถานีที่ยังไม่มาขึ้นทะเบียนกับ กทช. ยังมีเวลาถึงวันที่ 24 สิงหาคมนี้ คาดว่าในจำนวนนี้จะมาขึ้นทะเบียนเกือบทั้งหมด น่าจะมีเพียง 1% หรือ 40-50 สถานีเท่านั้น ที่ตั้งใจจะไม่มาขึ้นทะเบียน ด้วยมีวัตถุประสงค์ใช้วิทยุชุมชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง
หลังจากพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้มาขึ้นทะเบียนวิทยุชุมชนแล้ว ผู้ที่ไม่มาขึ้นทะเบียน จะเข้าข่ายประกอบกิจการวิทยุชุมชนโดยไม่มีใบอนุญาต หากมีผู้ร้องเรียน ฟ้องร้อง หรือการตรวจจับของเจ้าหน้าที่จะเข้าข่ายกระทำความผิดทันที โดยมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 5 ล้านบาท



