
กำลังใจสู่นักพัฒนาวงการแพทย์
01 ก.พ. 2559
กำลังใจสู่นักพัฒนาวงการแพทย์ : คอลัมน์ โซไซตี้
“การจะสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์และการสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นการประดิษฐคิดค้นอุปกรณ์และเทคโนโลยี หรือการค้นพบแนวทางใหม่ๆ ในการรักษาสุขภาพก็ตาม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษยชาติเจริญก้าวหน้าไปโดยไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้เพราะนวัตกรรมต่างๆ ได้ช่วยให้มนุษย์เราสามารถดูเเลเสริมสร้างสุขภาพอนามัย และบำบัดรักษาโรคภัยได้สำเร็จ อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตลอดจนพัฒนาความรู้ทางการแพทย์ และสาธารณสุขให้งอกงามไพศาล...” ส่วนหนึ่งของพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จฯ แทนพระองค์ ไปในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี พ.ศ.2558 เมื่อวันก่อน ที่ตอกย้ำความสำเร็จของนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองและแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนในอนาคต โดยมีเหล่าบุคคลสำคัญทางการแพทย์ของไทยมาร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
โดยในปีนี้ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะรองประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ กล่าวว่า มีผู้ได้รับพระราชทานรางวัล จำนวน 2 ราย จากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งสิ้น 51 ราย จาก 19 ประเทศ แบ่งเป็น สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศ.นพ.มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ร่วมคิดค้นเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติชนิดฝังในร่างกาย หรือเอไอซีดี และเป็นผู้คิดค้นหลักของเครื่องรักษาหัวใจด้วยวิธีให้จังหวะ หรือซีอาร์ทีปัจจุบันมีการฝังอุปกรณ์นี้ประมาณปีละ 2 แสนคน และมีผู้ใช้อุปกรณ์นี้แล้วประมาณ 2-3 ล้านคนทั่วโลก
ต่อมาคือรางวัลสาขาการสาธารณสุข ได้แก่ เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต จากสหราชอาณาจักร ศาสตราจารย์ระบาดวิทยา ผู้มีผลงานสำคัญด้านการศึกษาวิจัยทางระบาดวิทยาอย่างเป็นระบบมานานกว่า 35 ปี โดยเน้นเกี่ยวกับบทบาทของเชื้อชาติ วิถีการดำเนินชีวิต เศรษฐานะ ความไม่เท่าเทียมกัน ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อสุขภาวะ ความอายุยืน และโอกาสในการเกิดโรคของประชากรในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลของประเทศอังกฤษได้นำองค์ความรู้นี้ไปพัฒนาประเทศ และได้กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของมวลมนุษย์หลายร้อยล้านคนทั่วโลก
งานนี้เหล่าบุคคลสำคัญของประเทศไทยก็ไม่พลาดมาร่วมแสดงความยินดี แก่นักคิดค้นคนเก่งอย่างคับคั่ง อาทิ พล.อ.ประยุทธ์-รศ.นราพร จันทร์โอชา, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล-พญ.สมสิริ สกลสัตยาทร, ศ.นพ.ปิยมิตร ศรีธารา, รศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์, ดร.อาทิตย์-บุญนำ อุไรรัตน์, ศ.นพ.คลินิกอุดม คชินทร, ผาณิต พูนศิริวงศ์, นพ.เกษม วัฒนชัย, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, พล.ร.อ.ชุมพล ปัจจุสานนท์, เสข-วินัดดา วรรณเมธี, เพชรพริ้ง สารสิน เป็นต้น โดยทุกคนได้เข้าร่วมงานพระราชทานเลี้ยง ภายในพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬารกันอย่างอบอุ่น
โดยงานวิจัยคิดค้นแต่ละชิ้นจะสำเร็จได้เมื่อมีความมุ่งมั่น ตามที่ ศ.นพ. มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์ เผยความรู้สึกว่า เมื่อตั้งใจทำอะไรแล้วจะไม่กลัวปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องสนุกกับสิ่งที่ทำ และมั่นใจว่าเราทำได้หากมองเป็นเรื่องที่ตัวเองถนัด ถึงใช้เวลาคิดค้นนานแค่ไหนก็จะไม่เหนื่อย เพราะเรารู้ตัวว่าเราทำสำเร็จได้แน่นอน เช่นเดียวกับ เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต เล่าว่าวิธีการทำงานจะตั้งใจมองเรื่องงานวิจัยเป็นหลัก เพราะเป็นข้อมูลที่ทำให้การปฏิบัติจริงสมบูรณ์แบบ ซึ่งการที่งานวิจัยถูกนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติอย่างแพร่หลาย เป็นเรื่องที่ทำให้นักวิจัยรู้สึกดีใจ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชากรทั่วโลก ส่วนตัวเมื่อเจออุปสรรคในงานจะไม่รู้สึกท้อถอย ไม่มองว่าเป็นปัญหา แค่ลงมือแก้ไขให้ดีที่สุด แล้วจะพบว่าทุกๆ เรื่องมีทางออกเสมอ



