
Samsung Gear S2 คู่หูคนมีสไตล์
Samsung Gear S2 คู่หูคนมีสไตล์ : ไอทีรีวิว
ต้องยอมรับเลยว่าซัมซุงนั้นทำผลิตภัณฑ์ออกมาได้มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เหมือนกับแฟชั่นของคนเกาหลีที่กลายเป็นต้นแบบให้คนไทยแต่งตัวตาม ไม่เว้นแม้แต่เจ้า Samsung Gear S2 นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเรียกสายตาจากผู้คนที่พบเห็นได้เป็นอย่างดี แถมมีฟังก์ชันการติดต่อสื่อสาร สุขภาพ และการตกแต่งหน้าตาครบครัน
ซัมซุงเปิดตัวเจ้า Gear S2 ออกมาด้วยกัน 2 รุ่น คือรุ่น Sport Edition กับรุ่น Classic Edition โดยผู้เขียนได้รับ Gear S2 Sport Edition มาทดลองการใช้งานและได้โอกาสนำมาเล่าสู่กันฟังในวันอาทิตย์สบายๆ วันนี้
หน้าตาของเจ้า Gear S2 Sport Edition จะดูไปทางนาฬิกาแบบสปอร์ตๆ ล้ำๆ ตัวที่ได้มาทดสอบนั้นมีหน้าปัดสีดำขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 360x360 พิกเซล พร้อมสายยางสีดำดูเข้มขรึม เอาจริงเอาจัง ขอบหน้าปัดสามารถหมุนได้รอบตัว และจุดนี้เองก็ใช้เป็นปุ่มหมุนสำหรับเปลี่ยนฟังก์ชันต่างๆ ของตัวเครื่อง ด้านข้างซ้ายมือของหน้าปัดยังเป็นที่สถิตของปุ่มอีก 2 ปุ่ม (Back และ Home) ซึ่งออกแบบมาได้อย่างดี แทบจะราบเรียบกลืนไปกับตัวเรือนแบบเนียนกริบ
นาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้ มีระบบปฏิบัติการของตัวเอง โดยเป็นระบบปฏิบัติการ Tizen ที่ซัมซุงพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในอุปกรณ์หลายชนิด รวมทั้งสมาร์ทโฟน และสมาร์ททีวี ทำให้ใน Gear S2 ต้องมีระบบประมวลผลภายใน โดยใช้ซีพียูแบบ Dual Core (2 แกนประมวลผล) ที่ทำงานด้วยความเร็ว 1 กิกะเฮิรตซ์ และหน่วยความจำ RAM ที่ 512 เมกะไบต์ รองรับการเชื่อมต่อ ทั้งWi-Fi: 802.11 b/g/n / Bluetooth® 4.1 / NFC พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับทั้ง Accelerometer, Gyroscope, Heart Rate, Ambient Light, Barometer ที่ทำหน้าที่วัดความเร่ง (การเคลื่อนที่) ทิศทาง ตรวจจับการเต้นของหัวใจ ปรับระดับแสง และความสูง
ทั้งยังมีไมโครโฟนในตัวเพื่อใช้ในฟังก์ชันการสนทนาทางโทรศัพท์ การใช้ระบบสะกดคำด้วยเสียงของกูเกิล และฟังก์ชันอื่นที่ต้องใช้งาน
การทำงานของเจ้า Gear S2 นั้นต้องอาศัยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเป็นหลัก และในที่นี่ซัมซุงก็ส่งเจ้า Galaxy S6 Edge+ มาให้ใช้งานคู่กับ Gear S2 โดยใช้แอพพลิเคชั่น Gear manager ที่จะทำการเชื่อมต่อ (Paring) ระหว่างสมาร์ทโฟนกับเจ้านาฬิกาเรือนนี้ ได้อย่างง่ายดายเพียงทำตามคำแนะนำบนหน้าจอสมาร์ทโฟนและนาฬิกาเพียงไม่กี่ขั้นตอนก็เสร็จแล้ว
หน้าที่ของเจ้า Gear S2 จะว่าไปแล้วก็คือหน้าจอแสดงผล และส่วนต่อขยายของสมาร์ทโฟนนั่นเอง ด้วยความที่ภายในตัวนาฬิกาเรือนนี้ มีระบบปฏิบัติการและสามารถรับ-ส่งข้อมูล คำสั่ง ระหว่างตัวนาฬิกากับสมาร์ทโฟนที่เชืื่อมต่ออยู่ ทำให้สามารถแสดงผลจากแอพพลิเคชั่น และรับคำสั่งที่ผู้ใช้หมุนขอบบนหน้าปัดหรือกดปุ่มคำสั่งด้านข้างนั่นเอง
ทีนี้แอพพลิเคชั่นที่จะใช้งานกับเจ้า Gear S2 นั้นมีอะไรบ้าง ต้องบอกว่า “เยอะ” ครับ ตั้งแต่ ส่วนของการสื่อสารทั้ง-Contacts, Notifications, Messages, Email, - Preset text, Voice Input, Emoticons, Keypads ด้านสุขภาพก็มีแอพพลิเคชั่น S Health, Nike+ Running ด้านข้อมูล และข่าวสาร ก็มีทั้ง Schedule, News, Maps & Navigation, Weather ด้านความบันเทิง ก็มีทั้ง Music Player, Gallery และด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานจิปาถะ เช่น Voice, Voice Memo, Find My Device, Power Saving Mode, Safety assistance, Privacy lock
หน้าจอของเจ้า Gear S2 สามารถแสดงข้อความจากไลน์ หรือการแจ้งเตือนข้อความเข้าในบัญชีเฟซบุ๊ก อีเมลที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ทั้งยังมีแป้นพิมพ์ และปุ่มส่งสติกเกอร์กลับไปยังเพื่อนๆ ในกลุ่มไลน์ได้ด้วย ไม่นับรวมการแสดงผลหน้าจอแบบนาฬิกาปกติ ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลายตามความต้องการโดยใช้สมาร์ทโฟนเป็นตัวสั่งการ ทำให้ Gear S2 เป็นเพื่อนคู่ใจคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเครื่องประดับที่ใช้งานได้นอกเหนือจากความเท่
น้ำหนักของเจ้า Gear S2 นั้นไม่มากเลย ใส่ได้สบายๆ และสามารถใช้งานได้นานราว 2 วัน จากแบตเตอรี่ขนาด 250 มิลลิแอมป์ชั่วโมง เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดก็สามารถชาร์จได้จากแท่นชาร์จไร้สาย (แต่ต้องเสียบไฟจากอะแดปเตอร์นะครับ) ที่มีแม่เหล็กดูดยึดเจ้าGear S2 ไว้ และทำให้เจ้านาฬิกาเรือนนี้กลายเป็นเครื่องประดับห้องไปในทันที
แต่มีข้อติงนิดหน่อยด้วยความที่ผู้เขียนเป็นชายร่างอวบ ทำให้มีข้อมือใหญ่กว่าชาวบ้านเขาสักนิด ทำให้สายยางที่ให้มาในชุดนั้นรัดข้อมือจนฟิต และมีการเสียดสีกับผิวค่อนข้างมาก ทำให้เกิดความรำคาญอยู่สักหน่อย ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับว่าสายนาฬิกาอัจฉริยะจากค่ายตัว A ทำได้ดีกว่า เพราะใส่แล้วไม่มีการเสียดสีให้รำคาญ
ด้านอื่นๆ ก็ถือว่าสูสี และทำได้ดีกว่ากันในเรื่องของแบตเตอรี่ และการแสดงผลที่หน้าจอของเจ้า Gear S2 นั้น โดดเด่น และมีสีสันมากกว่า สามารถสู้แสงแดดได้ดีกว่ากัน ครับ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับใจของแต่ละคนแล้วว่าจะชอบ นาฬิกาทรงไหน กับระบบปฏิบัติการอะไร ...เดี๋ยวๆ ลืมไป ซัมซุงประกาศไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วว่าจะทำให้ Gear S2 นั้นใช้ได้กับระบบปฏิบัติการ iOS ของค่าย Apple เสียด้วยสิ งานนี้แอปเปิล วอทช์ มีหนาวแน่นอนครับ



