
พลาดข้างนอกอย่าให้พลาดข้างใน​
พลาดข้างนอกอย่าให้พลาดข้างใน : ธรรมะยู-เทิร์น โดยอิทธิโชโต
โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ
โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโต ว จนฺทิมา
เมื่อก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง
เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น
(พุทธพจน์)
ความเป็นจริงอย่างไรก็เป็นจริงอยู่แล้ว วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมงก็เป็นอย่างนี้ จะไปบอกว่ามี ๓๐ ชั่วโมงก็ไม่ได้ และในยี่สิบสี่ชั่วโมง มันก็เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย วันนี้มีพายุ เดี๋ยวมีฝน มีแดด และบางก็หนาวกะทันหัน สิ่งที่เราจะเตรียมในแต่วันก็ตามสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ถ้าเดินออกไปจากบ้านไม่เตรียมตัวฝนตกก็เปียก ถ้าแดดร้อนไม่เอาร่มไปกางก็ร้อน
กับชีวิตทุกด้านเราต้องมองปัญหาให้รอบ จึงจะแก้ปัญหาได้ ในแต่ละอย่าง เรื่องหนี้ ก็เหมือนกับปัญหาเรื่องอื่น
หนี้สินเป็นเรื่องปลายเหตุ สิ่งที่เกิดจริงๆ คือ ความอยาก ความต้องการของคน เราไม่ปฏิเสธว่า คนเป็นหนี้กับคนไม่เป็นหนี้ต่างกัน แต่คนเป็นหนี้อาจจะขยันขันแข็ง และยอมเป็นหนี้เพราะกล้าเสี่ยง กล้าลงทุน มองไปอนาคตไกลๆ ว่าจะได้ผลกำไรกลับมาอย่างไรบ้าง แต่ในที่สุดก็ต้องยอมรับกฎความจริงอย่างหนึ่งก็คือ ทุกอย่างมันไม่เที่ยง มันอาจจะไม่ได้อย่างที่ใจเราคิด ถ้าเกิดป่วย ทำงานไม่ได้ หนี้ก็เพิ่มพูน งานที่วาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จอาจไม่ได้ไปถึงฝั่งฝัน จะทำอย่างไร
นักวางแผนที่ดีจะต้องประเมินความเสี่ยงเผื่อไว้ด้วยและไม่รู้สึกผิดหวัง ท้อแท้ ก่นด่าสังคม ก่นด่าโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่ต้องมองหาเหตุให้ออกว่ามาจากปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง ก้าวพลาดข้างนอกนั้น ไม่ใช่ว่าจะทำให้ต้องก้าวพลาดข้างในใจไปด้วย ต้องมองให้ออกว่านี่เป็นเพียงสมมุติโลก กติกาโลกมันเป็นอย่างนี้ ปล่อยให้มันเป็นไป ที่สำคัญคือ อย่าทำร้ายตนเองและคนในครอบครัว พักผ่อน และขอเวลาพักหนี้จนกว่าจะหายป่วย แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่กับชีวิต
ส่วนผู้ที่เป็นหนี้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หมายถึงอยากกินอะไรก็กิน อยากซื้ออะไรก็ซื้อ อยากได้อะไรก็ใช้บัตรเครดิตจ่ายไปก่อน เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ ก็ต้องพึงระวังว่านี่คือเหตุที่มาจากความอยากทั้งสิ้น แล้วถ้ามีหนี้สินขึ้นมาจะแก้ปัญหาอย่างไร
ทุกอย่างทางโลกเป็นของคู่ถ้ามองไม่เห็นตามความเป็นจริง และของคู่นำมาซึ่งทุกข์ทั้งสิ้น คนมีเงินก็ต้องการมีอำนาจ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ส่วนมีแล้วจะติดหรือไม่ติด ก็เป็นเรื่องของตัวบุคคล ก็เหมือนกับเงิน คนมีเงินก็มีที่ไม่ได้หลงเงิน เขาก็ใช้เงินในทางที่ถูกที่ควร ส่วนคนที่มีเงินแล้วใช้ไม่เป็นก็บ้าเงิน แล้วแต่คนนั้นว่าจะคิดได้หรือไม่ ทุกอย่างเป็นหลักการเดียวกันหมด อย่ามาพูดว่า คุณเป็นอย่างนั้นเพราะอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นพระ มีหลักการชีวิตเหมือนกันหมด คือ ถ้ามองไม่เห็นตามความเป็นจริงว่าทุกอย่างไม่ใช่ของคู่ ก็ไม่ทุกข์
เพราะฉะนั้นอย่าไปว่าคนอื่น เตือนคนอื่น ถ้าจะเตือนคนอื่นก็ต้องดูตัวเจ้าของเสียก่อนว่าแก้ปัญหาได้หรือยัง เมื่อแก้ปัญหาไม่ได้มันก็หมักหมมแล้วปัญหานั้นก็จะวนเวียนกลับมาอีก
การเริ่มต้นที่จะออกจากวงเวียนนี้ก็กลับมาที่สติ คิดหาเหตุให้ได้ แล้วบันทึกปัญหามีอะไรบ้าง จากนั้นค่อยๆ แก้ไปเป็นเรื่องๆ
ต้องคิดบ่อยๆ แล้วนำไปปฏิบัติจึงจะเกิดประโยชน์ได้ ฟังเฉยๆ อ่านเฉยๆ จะได้ประโยชน์อะไร ถ้าไม่นำมาใช้ แต่ถ้าเรานำมาใช้ มันจึงจะเกิดประโยชน์



