ไลฟ์สไตล์

'จ.ม.ลาตาย-ยานอนหลับ'ปมใหม่'เจ้าคุณเสนาะ'

'จ.ม.ลาตาย-ยานอนหลับ'ปมใหม่'เจ้าคุณเสนาะ'

28 ม.ค. 2559

พบหลักฐานใหม่ 'คดีเจ้าคุณเสนาะ' พระเลขาฯ มอบจดหมายลาตาย ผบ.ตร.สั่งตรวจลายมือ คุ้ยพิรุธกินยานอนหลับก่อนผูกคอดับได้อย่างไร

 
                      28 ม.ค. 59  ความคืบหน้ากรณี ผบ.ตร.สั่งให้สอบสวนเชิงลึกทุกมิติในคดีมรณภาพของพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ว่า มรณภาพจากอัตวินิบาตกรรมจริงหรือไม่ เนื่องจากมีสายข่าวแจ้งเงื่อนงำบางประการ และมีข้อสังเกตถึงการใช้ประคดของสงฆ์ผูกคอ นอกจากนี้ยังมีปมพิรุธเรื่องช่วงเวลามรณภาพตั้งแต่ 07.30 น. เมื่อวันที่ 25 มกราคม แต่มีการเคลื่อนย้ายร่างไปวางบนเตียงภายในกุฏิ ตลอดจนการแจ้งเจ้าหน้าที่ล่าช้า โดยมีรายงานว่าก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึงได้มีการเรียกบุคคลเกี่ยวข้องภายในวัดไปพูดคุยหลายเรื่อง ซึ่งปมข้อสงสัยทั้งหมดนี้ต้องรื้อสอบสวนใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งตรวจสอบภาพวงจรปิดภายในวัดให้ละเอียดและเชิญผู้เกี่ยวข้องให้ปากคำอีกรอบ ล่าสุดพบหลักฐานใหม่เป็นจดหมายสั่งเสียเขียนด้วยลายมืออ้างว่าเป็นของเจ้าคุณเสนาะมามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม
 
                      ล่าสุด วันนี้ (28 ม.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีมรณภาพของเจ้าคุณเสนาะว่า เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุการมรณภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากทางญาติได้นำจดหมายลาตายเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะที่เพิ่งตรวจสอบพบมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ตรวจสอบ จึงได้ประสานทางพระลูกศิษย์ให้ตรวจสอบข้อความดังกล่าว
 
                      รายงานข่าวจากชุดสืบสวนแจ้งว่า จดหมายลาตายของเจ้าคุณเสนาะ มีจำนวน 2 ฉบับ เขียนด้วยลายมือ โดยฉบับที่ 1 มี 2 แผ่น แผ่นแรกมีใจความว่า “ท่านพระมหากฤษณะ ช่วยดำเนินการศพของผมด้วย จัดแบบเรียบง่าย มีอะไรก็ปรึกษานายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของผม ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจัดเผาศพ โยมมารดาของผมไปในวันเดียวกัน ก็จะเป็นการดี ข้อสำคัญ 1.ต้องแจ้งตำรวจเพื่อพิสูจน์ศพ เพื่อออกใบมรณบัตร 2.แจ้งทางเขาด้วยหรือเปล่า หรือแจ้งหมอให้มาพิสูจน์ 3.แจ้งเจ้าอาวาส เพื่อทราบว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร 4.ถ้าวัดสระเกศขัดข้อง ก็ขอให้มหากฤษณะเรียนเจ้าอาวาสวัดพลับพลาชัย เพื่อดำเนินการ" ลงชื่อ พระพรหมสุธี
 
                      ส่วนแผ่นที่ 2 มีข้อความระบุว่า “เงินที่อยู่ในกระเป๋านี้ ถ้าจัดการงานศพผมแล้ว มีเงินเหลืออยู่ ขอให้พระมหากฤษณะมอบให้นายเอกวัฒน์ ส่วนสิ่งของอื่นๆ มอบให้พระมหากฤษณะ ส่วนเงินตราต่างประเทศ ถ้ามีถวายพระกฤษณะ" ลงชื่อ พระพรหมสุธี
 
                      สำหรับจดหมายฉบับที่ 2 เขียนด้วยลายมือหวัด จนบางคำอ่านไม่ออก มีใจความว่า “1.ปัจจัยที่เป็นเงินสดก็ดี ที่อยู่ในบัญชีธนาคารก็ดี ถวายเข้าวัดสระเกศ 2.พระเครื่องและสิ่งของอื่นๆ ที่เป็นสมบัติของข้าพเจ้าถวายให้พระมหากฤษณะ” ทั้งนี้ ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ากรณีเรื่องเงินซึ่งข้อความในจดหมายฉบับที่ 1 ได้สั่งให้พระมหากฤษณะมอบให้นายเอกวัฒน์ น้องชาย แต่จดหมายฉบับที่ 2 สั่งให้มอบเงินสดให้แก่วัดสระเกศ
 
 
 
ผบ.ตร.สั่งตรวจจดหมายลาตาย
 
 
                      พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจาก พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ว่าเมื่อเช้าที่ผ่านมา พระมหากฤษณะ ซึ่งเป็นพระเลขาฯ ได้นำจดหมายสั่งเสียมอบให้พนักงานสอบสวน ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้นำจดหมายที่พบส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อเปรียบเทียบว่าเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะหรือไม่ รวมถึงบนกระดาษมีลายนิ้วมือแฝงหรือไม่อย่างไร
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่พบร่างของเจ้าคุณเสนาะ ทำไมถึงไม่พบจดหมายที่ลงลายมือไว้ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า จดหมายฉบับดังกล่าวอยู่ในกระเป๋าของเจ้าคุณเสนาะ หลังเกิดเหตุ 1 วัน พระมหากฤษณะเข้าไปดูสิ่งของเครื่องใช้ของเจ้าคุณเสนาะ จึงพบกระเป๋าถือของเจ้าคุณเสนาะ
 
 
 
พิรุธฉันยานอนหลับก่อนผูกคอ
 
 
                      รายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนเปิดเผยด้วยว่า จากผลชันสูตรศพเกิดจากขาดอากาศหายใจ เนื่องจากถูกกดรัดบริเวณลำคอ โดยรอยรัดสอดคล้องกับสภาพศพที่ถูกแขวนคอ รวมทั้งจากการตรวจสอบในกุฏิ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้น และไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ขณะที่ญาติไม่ติดใจสาเหตุการมรณภาพ อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนพระใกล้ชิดทราบว่า ก่อนจำวัดในตอนค่ำ มีพระใกล้ชิดถวายยานอนหลับให้เจ้าคุณเสนาะตามที่แพทย์โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งเป็นผู้จ่ายยา โดยเจ้าคุณเสนาะรับยาไปฉันก่อนหลับไป
 
                      “ประเด็นนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำแพทย์ผู้ทำการรักษาถึงฤทธิ์ยานอนหลับ เนื่องจากผลชันสูตรศพพบว่ามรณภาพก่อนพบศพประมาณ 4 ชั่วโมง โดยพบศพเวลาประมาณ 07.30 น. จึงสันนิษฐานได้ว่าเจ้าคุณเสนาะมรณภาพเวลาประมาณ 03.30 น. โดยต้องสอบปากคำแพทย์ในประเด็นฤทธิ์ยานอนหลับว่าจะทำให้คนไข้มีสติตื่นขึ้นมาผูกคอตายได้หรือไม่” แหล่งข่าวกล่าวและว่า ส่วนกรณีผ้าที่ใช้ผูกคอนั้นไม่ใช่สายรัดประคดแต่เป็นผ้าห่มพันหน้าอก โดยเอามาผูกต่อกัน โดยในวันที่ 29 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจำลองเหตุการณ์ผูกคอตายของเจ้าคุณเสนาะอีกครั้งหนึ่ง
 
                      แหล่งข่าวระบุอีกว่า จากการสอบปากคำแพทย์ผู้รักษาเจ้าคุณเสนาะให้การว่า เจ้าคุณเสนาะรักษาอาการป่วยตั้งแต่ต้นปี 2558 โดยผู้ป่วยมีอาการเครียดเรื่องปัญหาบางอย่างและเกรงว่าอาจทำให้ผู้ป่วยมีปัญหา ซึ่งแพทย์ผู้รักษาได้ให้ยารักษาเกี่ยวกับความเครียดและให้คำแนะนำ จนกระทั่งมีอาการดีขึ้นตามลำดับ แต่ช่วงเดือนธันวาคมจนกระทั่งเดือนมกราคมทางผู้ป่วยไม่ได้เดินทางไปพบแพทย์ เพียงแต่ให้คนใกล้ชิดมารับยารักษาอาการแทน ทางแพทย์ผู้รักษาไม่ได้พูดคุยกับผู้ป่วยโดยตรง จนกระทั่งมาทราบว่าผู้ป่วยมรณภาพ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เจ้าคุณเสนาะเคยปรับทุกข์กับแพทย์ว่าอยากฆ่าตัวตายเพราะกลัวติดคุก
 
 
 
สั่งตรวจหาสารพิษในร่างกาย
 
 
                      วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า คดีเจ้าคุณเสนาะขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน โดยตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ไล่เก็บกล้องวงจรปิด และสอบพยานภายในวัดทั้งหมด พร้อมทั้งได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนร้องขอให้แพทย์และกองพิสูจน์หลักฐานตรวจหาสารพิษภายในร่างกายของเจ้าคุณเสนาะ ซึ่งต้องรอผลตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนจดหมายลาตายที่ทางญาติพบและเพิ่งนำมามอบให้นั้น จะส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบลายมือว่าเป็นของเจ้าคุณเสนาะหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับผลชันสูตรที่ออกมาแล้ว เบื้องต้นยืนยันว่าเป็นการมรณภาพจากการขาดอากาศหายใจ
 
                      ขณะที่ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) สำนังานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) กล่าวว่า สพฐ.กำลังเร่งรวบรวมเก็บหลักฐานต่างๆ เช่น ลายนิ้วมือ และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ผูกคอยังไม่ยืนยันว่าเป็นประคดหรืออาจจะเป็นผ้าคาดเอวก็ได้ โดยส่วนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมและต้องรอผลการตรวจสอบให้แน่ชัด อีกทั้งในวันที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก เมื่อไปถึงก็เห็นศพถูกนำลงมานอนบนเตียงภายในกุฏิเรียบร้อยแล้ว
 
                      “ลักษณะแบบนี้จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าใครเป็นคนนำร่างของเจ้าคุณเสนาะลงมา และนำลงมาด้วยวิธีไหน เบื้องต้นทราบแล้วว่าใครเป็นคนนำร่างลงมา แต่ต้องสอบถามไปยัง สน.สำราญราษฎร์ เจ้าของพื้นที่ ซึ่งในวันที่เกิดเหตุไม่ได้เดินทางไปด้วยตัวเอง แต่ได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา” พล.ต.ต.ธวัชชัย ระบุ
 
                      พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรศพของเจ้าคุณเสนาะ ซึ่งต้องให้เวลากับทีมแพทย์ในการชันสูตร และจะไม่มีการเร่งรัดใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นการทำงานที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งหลังจากผลชันสูตรออกมาแล้ว คณะทีมแพทย์นิติเวชจะประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน เพื่อวิเคราะห์และหารือในประเด็นต่างๆ ที่สงสัย
 
                      “ส่วนกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีสงสัยการมรณภาพของเจ้าคุณเสนาะ เรื่องนี้ไม่ทราบ แต่ พล.ต.อ.จักรทิพย์มีข้อมูลทั้งด้านของพนักงานสอบสวนและทางด้านนิติเวช จึงทำให้สามารถวิเคราะห์หรือสงสัยได้ก็เป็นเรื่องธรรมดา” พล.ต.ต.นพ.พรชัย กล่าว
 
 
 
เรียกสอบปากคำพยานอีกรอบ
 
 
                      สำหรับการสอบสวนคดี พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจได้ตรวจสอบในทุกประเด็น ซึ่งขณะนี้ทุกขั้นตอนก็กำลังดำเนินการอย่างรัดกุม เนื่องจากเจ้าคุณเสนาะเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องสอบสวนเพื่อให้เกิดความกระจ่างและให้ประชาชนได้คลายข้อสงสัย ซึ่งวันนี้ (28 ม.ค.) จะเรียกสอบพยานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเก็บรายละเอียดต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มความละเอียดของคดีให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้จะต้องรอผลจากการชันสูตรยืนยันมาอีกครั้งด้วยเช่นกัน เพื่อจะนำมาประกอบในสำนวนให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ขอให้มั่นใจได้เลยว่าทุกประเด็นที่ฝ่ายสืบสวนกำลังทำงานอยู่จะสามารถตอบข้อสงสัยให้แก่ประชาชนได้ในทุกประเด็น
 
                      มีรายงานแจ้งว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เรียกประชุมทีมงานสืบสวนคดีเจ้าคุณเสนาะในวันที่ 29 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นจะมีแถลงสรุปผลการตรวจสอบอีกครั้งในช่วงบ่ายวันดังกล่าว
 
 
 
น้องชายเห็นจ.ม.หมดข้อสงสัยแล้ว
 
 
                      พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ กล่าวว่า น้องชายของเจ้าคุณเสนาะได้มอบเอกสารที่เขียนด้วยลายมือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว ซึ่งเอกสารนี้ยืนยันว่าเป็นลายมือของท่านจริง เพราะท่านลงลายเซ็นกำกับไว้ด้วย จากเอกสารดังกล่าวก็น่าจะคลายข้อสงสัยลงได้ ก็คงให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ภายหลังจากนี้ทางวัดก็คงจะจัดพิธีศพของท่านให้สมเกียรติ ส่วนอัฐิของท่านได้ปรึกษากับทางญาติเบื้องต้น จะเก็บไว้ที่วัดสระเกศร่วมกับอัฐิบูรพาจารย์ของวัด อีกส่วนหนึ่งทางญาติจะนำไปไว้ที่บ้านเกิดของท่าน
 
                      ด้าน นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายเจ้าคุณเสนาะ กล่าวว่า กรณีที่ตำรวจได้มีข้อสงสัยการมรณภาพว่าเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมหรือไม่นั้น ตนไม่ได้ติดใจอะไร เพราะหลังจากได้เห็นเอกสารการสั่งเสียแล้วก็หมดความสงสัย