
เสพงานศิลป์ผ่านผลงานร่วมสมัย
28 ม.ค. 2559
ศิลปวัฒนธรรม : เสพงานศิลป์ผ่านผลงานร่วมสมัย
เอ่ยชื่อ อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ คณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนในแวดวงศิลปะย่อมรอคอยที่จะชื่นชมผลงาน ด้วยความปัจเจกเฉพาะสะท้อนสู่งานศิลป์ของตัวเอง ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวนิทรรศการ “Please do not leave me” นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก หลังจากอายุเลยผ่าน 60 ปี ที่ได้ กฤษฎา ดุษฎีวนิช มาเป็นภัณฑารักษ์ คัดเลือกผลงานของอาจารย์มาให้ชื่นชมตั้งแต่วันนี้-20 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ ที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ)
อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างยาวนานและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ชีวิตการทำงานที่กำลังก้าวข้ามผ่านวัยเกษียณอายุราชการเข้าสู่บทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของเขา ไปสู่เส้นทางใหม่ การเดินทางใหม่ในฐานะคนทำงานศิลปะเต็มตัว การมองโลกใหม่บนพื้นฐานของความจริง ชีวิตจริง ศิลปะจริงๆ ที่เชื่อมโยงกับชีวิตและพื้นฐานของสังคม ในผลงานของอำมฤทธิ์ มักนำการตีความในเชิงพุทธศาสนา ปรัชญาชีวิต และความเป็นไปในบริบททางสังคม ณ ขณะนั้น มาสร้างสรรค์ผลงานที่แสดงออกถึงการสรุปความคิดแบบรวบยอดผ่านการใช้สื่อสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น วิดีโอ วัสดุสำเร็จรูป หรือแม้กระทั่งการที่ใช้ผู้ชมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน สื่อสมัยใหม่ถูกนำมาใช้ไม่ใช่เพียงเพื่อแสดงความเท่าทันต่อเทคโนโลยี แต่เป็นดั่งเครื่องมือที่เหมาะสมที่ถ่ายทอดสารที่ต้องการสื่อให้ชัดเจน โดยอาศัยผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของงาน มิใช่ส่วนเกินจากงาน
“ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ คือการพินิจถึงตัวเอง ตัวตน และบริบทรอบข้างในการดำเนินงานทางศิลปะมาตลอดชีวิต โดยนำประสบการณ์ทางศิลปะที่ผ่านมานำมาผสานกับความคิดที่เป็นปัจจุบันขณะ ผสมปนเป และนำพาศิลปะให้ก้าวไปสู่สิ่งใหม่ด้วยวิกฤติทางสถานะและบทบาทใหม่ของมนุษย์ที่ย่างเข้าสู่อายุ 61" อาจารย์อำมฤทธิ์กล่าว
การร้องขอว่า Please do not leave me อย่าจากฉันไปนี้ ในนิยามแรกคงหมายถึงการร่ำร้องของผู้คนรอบข้างที่มีต่ออาจารย์อำมฤทธิ์ ที่กำลังข้ามผ่านวัยเกษียณอายุราชการที่จะอำลาบทบาทครู หากแต่การร้องขอดังกล่าวนี้ยังมีอีกนิยามที่ตัวเขาเองมอบให้การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ซึ่งเป็นการลาจากไปของบทบาทหนึ่งเพื่อก้าวสู่บทบาทใหม่อย่างเต็มตัว และการร้องขอที่ว่า คือ การร้องขอให้ศิลปะยังคงอยู่กับตัวเขาต่อไป แต่การคงอยู่นี้จะเป็นการอยู่ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานพัฒนาการที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าไม่ย่ำอยู่กับรอยเท้าเดิม
ผลงานนำจัดแสดง อาทิ “Reflection No.1” (1984) เงาสะท้อนหมายเลข 1 ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตึกในมหานคร เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความเจริญทางด้านวัตถุ สิ่งแวดล้อม ได้เปลี่ยนไป ตึกสูงถูกสร้างขึ้นมากมาย “Silence Communication” (2001) การสื่อสารในความเงียบ ผลงานที่เกิดจากการเริ่มตั้งคำถาม โดยการใช้สายตาสื่อสารกันระหว่างมนุษย์กับพระพุทธเจ้า บางครั้งบางทีเราเป็นมนุษย์ผู้มีรัก โลภ โกรธ หลง แต่จะมีห้วงเวลาหนึ่งที่เราตระหนักถึงความรู้แจ้งเห็นจริง เข้าใจในรัก โลภ โกรธ หลงนั้น กระจกจึงเปรียบเสมือนเงาที่สะท้อนความเข้าใจนั้น มันอยู่ที่ว่าเราจะยืนมองมันอยู่มุมไหน แล้วเห็นอะไร
“Where is the Monks?” (2002) การนำภาพถ่ายมาเทียบเคียงกับวัสดุจริงนั่นคือ “จีวร” ที่ยับย่นและถูกจับมาวางเคียงคู่กัน ลวงหลอกกันและกัน สิ่งใดคือความลวง สิ่งใดคือความจริงแท้ปะทะกันอย่างน่าสนใจ ในผลงานชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการร่อนตะกอนที่หยาบกร้าน และที่เห็นผิวเผินแค่เปลือกนอก สีเหลืองของจีวร ก็อาจไม่ได้หมายถึง “พระ” เสมอไป เพราะหลายครั้งของผู้ที่ปกคลุมร่างกายด้วยจีวรสีเหลืองนั้น เขาก็ไม่ใช่ “พระ” อำมฤทธิ์ เลือกที่จะเล่นระหว่างความจริง และความหลอกลวง
“Sufficient” (2006) พอเพียง น้ำที่มีอยู่เต็มแก้วนั้น ยังคงถูกเติมน้ำลงไปตลอดเวลาจนเกินพอ “Couple” (2000) การใช้มือแปลสัญลักษณ์เพื่อสื่อความหมายต่างๆ ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับคนเราที่เมื่อเวลาผ่านไปเราได้เรียนรู้เข้าใจเส้นทางชัดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเส้นทางใหม่ที่เราเข้าใจ ก็ไม่ได้ย้อนแยงกับเส้นทางเดิม “The Sixty’s Memory” (2016) ของเก่าที่ไม่ได้ใช้ กึ่งหมดสภาพทั้ง 60 ชิ้น คงคล้ายกับคนอายุ 60 ที่ถูกตัดสินให้เป็นคนแก่ และถ้า 60 แล้วไม่ทำอะไรเลย มันก็อาจถูกทิ้งและหายไป “ Pig Story” (1999)
ภาพหมูยืนมองโทรทัศน์กำลังฉายภาพบรรยากาศในโรงฆ่าสัตว์ ภาพเพื่อนหมูของพวกมันกำลังถูกฆ่าอย่าทารุณเพื่อนำมาเป็นอาหาร เหมือนการสะท้อนวิถี การใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคนี้ ที่ในโซเชียลและสื่อต่างๆ ยังคงมีภาพ ความรุนแรงที่เกิดจากมนุษย์ด้วยกันเอง
“Lexhip – Lesson form a Friend” (2016) การสนทนากันระหว่างคน 2 คน เรื่องที่เมื่ออายุก้าวเข้า 60 แล้ว คิดอย่างไร ทำไมตัวเลขนี้ถึงสำคัญ? “Self – portrait” (2016) งานศิลปะที่ไร้ซึ่งขอบเขตชิ้นนี้คือ ภาพใบหน้าของอำมฤทธิ์ แววตา ความรู้สึกต่างๆ ที่ถูกส่งไปยังประติมากรรมขนาดใหญ่รูปหน้าของเขาเองราวกับว่ารูปหน้านั้นสามารถเคลื่อนไหว
“Amrit Chusuwan” (2016) ผลงานที่อุทิศให้การผันแปรของวัยวุฒิ ความสุกงอมทางความคิดเริ่มแรกแย้มออกตามริ้วรอย เหี่ยวย่นบนใบหน้า ความสนใจในการเปลี่ยนแปลงของสังขารร่างกาย คือการพินิจถึงตัวตน



