
ดูแลสุขภาพ : ทอนซิลอักเสบ
28 ม.ค. 2559
ดูแลสุขภาพ : ทอนซิลอักเสบ
จากการอักเสบของทอนซิลมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย โดยเฉพาะกลุ่ม Beta Streptococcus group A ทำให้มีไข้สูงและเจ็บคอ
อาการในรายที่เป็นเฉียบพลันจะมีไข้สูงเกิดขึ้นทันทีทันใด และมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือหนาวสะท้าน รู้สึกแห้งผากในลำคอหรืออาจเจ็บคอมาก บางรายอาจเจ็บคอมากจนกลืนน้ำ และอาหารลำบาก บางครั้งอาจสังเกตเห็นมีก้อนบวมและเจ็บที่ลำคอ (ก้อนลูกหนู หรือต่อมน้ำเหลืองอักเสบ) ที่บริเวณใต้คางข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ในเด็กเล็กอาจมีอาการอาเจียน ไอ ปวดท้อง หรือท้องเดินร่วมด้วย บางรายมีไข้สูงจนชัก หรือร้องกวนทำให้ไม่ยอมนอน
อาการในรายที่เป็นเรื้อรังจะมีอาการเจ็บคอบ่อยๆ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไอแห้งๆ หรือเสมหะเล็กน้อย มักไม่มีไข้ หรือบางครั้งอาจมีไข้ต่ำๆ และพบว่าทอนซิลโต ผิวขรุขระแต่ไม่แดงมาก มีตุ่มน้ำเหลืองบนผนังคอ ลักษณะแดงเรื่อ และสะท้อนแสงไฟ
วิธีการรักษาเมื่อรู้สึกมีอาการดังกล่าว ควรพักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ และใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเวลาที่มีไข้สูง ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ ดื่มน้ำหวานบ่อยๆ ควรกลั้วคอ ด้วยน้ำเกลือ (ผสมเกลือป่นประมาณ ½ ช้อนโต๊ะ ในน้ำอุ่น 1 แก้ว) วันละ 2-3 ครั้ง ในเด็กเล็กที่เคยมีอาการชักให้รับประทานยาลดไข้ ในรายที่ทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทอนซิลมักจะมีลักษณะสีแดงจัด มีจุดหนองหรือมีต่อมน้ำเหลืองที่ใต้คาง บวมและเจ็บ ให้รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 3 วัน กินอาหารไม่ได้ หรือสงสัยมีโรคแทรกซ้อนรุนแรงให้ไปพบแพทย์ อาจต้องส่งเพาะเชื้อในลำคอ เอกซเรย์ ฯลฯ และอาจต้องนอนพักโรงพยาบาล เพื่อให้ยาทางสายน้ำเกลือ ถ้าเป็นฝีรอบต่อมทอนซิลอาจต้องผ่าหรือเจาะหนองออก
การผ่าตัดต่อมทอนซิล หากมีอาการอักเสบของต่อมทอนซิลบ่อยๆ ปีละหลายครั้ง ต่อมทอนซิลโตมาก ทำให้มีการอุดตันทางเดินหายใจ มีการหยุดหายใจขณะนอนหลับ หรือทำให้รู้สึกกลืนอาหารยาก เคยมีฝีรอบต่อมทอนซิล ต้องมารับการเจาะเอาหนองออก แล้วนัดมาผ่าทอนซิลหลังจากหายจากการอักเสบ
เรื่องของการป้องกันทอนซิลอักเสบสามารถป้องกันได้เหมือนโรคหวัดทั่วไป โดยการดูแลสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนต้น
ผู้รับการผ่าตัดทอนซิลควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังจากเข้ารับการผ่าตัด ดังนี้คือ ควรรับประทานอาหารเหลวหรืออ่อนประมาณ 1 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงอาหารแข็งและอาหารที่ร้อนจัด เพราะทำให้เจ็บเวลากลืน และมีโอกาสทำให้เลือดออกจากแผลได้ หลีกเลี่ยงการไอ ขับเสมหะแรงๆ เพราะอาจทำให้เลือดออกจากแผลได้ อมน้ำแข็งบ่อยๆ โดยเฉพาะภายใน 1-2 วันแรก หลีกเลี่ยงการใช้เสียงพูดคุยมากเกินไปในระยะสัปดาห์แรก รับประทานยาให้ตรงเวลาจนครบกำหนดหรือยาหมด ควรดื่มน้ำมากๆ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
หลังผ่าตัดแนะนำให้พักรักษาตัวประมาณ 1 สัปดาห์และมารับการตรวจตามนัดพร้อมกับฟังผลชิ้นเนื้อ อาการเลือดออกจากแผลเป็นอาการที่จะพบได้ประมาณ 5% มักเกิดในสัปดาห์แรกและมักจะหยุดได้เอง หากไม่หยุด ควรมาพบแพทย์
พญ.มีนา วิสุทธิผล
แผนกหู คอ จมูก
โรงพยาบาลไทยนครินทร์



