ไลฟ์สไตล์

'ไพบูลย์'เล็งแจ้งจับ'เจ้าคุณเบอร์ลิน'โพสต์เท็จ

'ไพบูลย์'เล็งแจ้งจับ'เจ้าคุณเบอร์ลิน'โพสต์เท็จ

26 ม.ค. 2559

'ไพบูลย์' เตรียมแจ้งความดำเนินคดี 'เจ้าคุณเบอร์ลิน' โพสต์ข้อความเท็จ ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 
                      26 ม.ค. 59  นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงว่า ตนจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับ เจ้าคุณเบอร์ลิน พระโสภณพุทธิวิเทศ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เนื่องจากเจ้าคุณเบอร์ลินได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'เจ้าคุณเบอร์ลิน พระโสภณพุทธิวิเทศ' เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีข้อความอันเป็นเท็จ ระบุว่า " ไพบูลย์ ได้สถาปนา พุทธอิสระ เป็นสังฆราช องค์ที่ 20 เรียบร้อย พร้อมสร้อยพระนาม. .... " และได้แต่งภาพ โดยอ้างที่มาจากสำนักข่าวหนึ่ง 
 
                      นายไพบูลย์ กล่าวว่า การกระทำของเจ้าคุณเบอร์ลิน ในฐานะเป็นภิกษุชั้นราชาคณะ เข้าข่ายกระทำวจีทุจริต 4 ฝ่าฝืนพระธรรมวินัย ผิดต่อศีลของภิกษุ และยังผิดศีล 5 อีกทั้งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 และผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ประกอบกับมาตรา 17 
 
                      อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้เจ้าคุณเบอร์ลินจะทำหน้าที่อยู่ต่างประเทศ แต่จะต้องถูกดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาดังกล่าว
 
                      ทั้งนี้ เจ้าคุณเบอร์ลิน ได้โพสต์ภาพ ข้อความดังกล่าวบนเฟซบุ๊ก เจ้าคุณเบอร์ลิน พระโสภณพุทธิวิเทศ เมื่อเวลา 01.12 น. วันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา
 
 
'ไพบูลย์'เล็งแจ้งจับ'เจ้าคุณเบอร์ลิน'โพสต์เท็จ
 
 
'ไพบูลย์'เล็งแจ้งจับ'เจ้าคุณเบอร์ลิน'โพสต์เท็จ
 
 
 
 
'พุทธะอิสระ' เร่งรัดจับสึก 'ธัมมชโย'
 
 
                      เมื่อเวลา 13.00 น.  หลวงปู่พุทธะอิสระ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี เพื่อเข้าพบ พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก. จ.ปทุมธานี เรื่องขอให้เร่งดำเนินการจับกุม ธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย สึกออกจากสถานภาพของภิกษุ ในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ในความผิดตามมาตรา 208 และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
 
                      หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวว่า สืบเนื่องด้วยในปี พ.ศ. 2542 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงมีวินิจฉัยลงโทษ ธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิก 2 ข้อหา 1. เป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินวัดจำนวน 959 ล้านบาท มาเป็นชื่อของตนเอง เป็นความผิดร้ายแรงตามพุทธบัญญัติ ถือว่าต้องอาบัติปาราชิก สิกขาบทที่ 2 2. อวดอุตริมนุสธรรม เพี่อหวังลาภสักการะ เป็นความผิดร้ายแรงตามพุทธบัญญัติ ถือว่าต้องอาบัติปาราชิก สิกขาบทที่ 4 นอกจากนี้ ยังแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ แจ้งความเท็จ
 
                      ทั้งนี้ พล.ต.ต.ถาวร ได้รับหนังสือไว้ และขอไปดูข้อกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับพระสงฆ์เพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง