ไลฟ์สไตล์

"เอช.ไพโลไร" เชื้อร้ายในกระเพาะอาหาร

"เอช.ไพโลไร" เชื้อร้ายในกระเพาะอาหาร

28 ก.ค. 2552

โรคกระเพาะอาหาร ที่เรียกกันแพร่หลายจนติดปากนั้น ทางการแพทย์จะหมายถึง โรคแผล เปปติด ซึ่งจะเกิดเป็นแผลบริเวณกระเพาะอาหารโดยตรงหรือเกิดเป็นแผลที่บริเวณสำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งอยู่ติดกับกระเพาะอาหารโดย 80% ของผู้ป่วยส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหาการเป็นๆ หายๆ ในอดีตมีค

อาการของโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ ส่วนใหญ่มีอาการจุกแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ อาจมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย หรือมีประวัติปวดท้องเรื้อรังมานาน โดยสุขภาพทั่วไปไม่ทรุดโทรม อาการปวดมักจะสัมพันธ์กับมืออาหาร เช่น หิวแล้วปวดท้อง อิ่มแล้วปวดท้อง บางรายอาจมีอาการปวดแสบท้อง หรือมาโรงพยาบาลด้วยอาการแทรกซ้อนจากแผลในกระเพาะอาหารและสำไส้ เช่น ถ่ายอุจจาระมีสีดำ อาเจียนเป็นเลือด เป็นต้น
 การติดต่อของเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร สันนิษฐานกันว่าการถ่ายทอดของเชื้อเป็นจากคนสู่คนโดยผ่านทางปาก เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายตั้งแต่ยังเด็ก เมื่ออายุมากขึ้นจะมีความชุกของการติดเชื้อนี้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้พบว่าการระบาดค่อนข้างสูงในชุมชนที่อยู่แออัด และในครอบครัวหรือสถาบันเดียวกัน
 ถ้ามีการติดเชื้อ การรักษาที่นิยมใช้กันมาก และมีประสิทธิภาพสูงประกอบด้วย การใช้ยาลดการหลั่งกรด 1 ชนิด ร่วมกับยาปฏิชีวนะ อีก 2 ชนิด เป็นระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ พบว่าได้ผลการกำจัดเชื้อมากกว่า 90% และภายหลังจากหยุดการรักษาไปแล้ว 4 สัปดาห์ ควรจะตรวจไม่พบเชื้อเอช.ไพโลไร
 โรคแผลในกระเพาะอาหาร มักเป็นโรคเรื้อรัง เมื่อรักษาแผลหายแล้วยังมีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก ควรปฏิบัติตัวดังนี้
 1.รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย
 2.รับประทานอาหารตรงตามเวลาทุกมื้อ
 3.รับประทานอาหารจำนวนน้อยๆ แต่บ่อย ไม่ควรกินจนอิ่มในแต่ละมื้อ
 4.หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของดอง น้ำอัดลม
 5.งดบุหรี่ และงดดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
 6.ควรระมัดระวังการใช้ยาแอสไพริน และยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูก ทุกชนิด และควรอยู่ในความดูแลของแพทย์
 7.ผ่อนคลายความเครียดและวิตกกังวลทั้งหลาย
 8.ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
 9.ถ้ามีอาการของภาวะแทรกซ้อน เช่น อาเจียนเป็นเลือด, ถ่ายอุจจาระดำ, ปวดท้องรุนแรง, เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ศูนย์ทางเดินอาหารและส่องกล้อง
โรงพยาบาลพญาไท 1
โทร.0-2640-1111