
เสพสุข ที่ 'โครงการหลวงขุนวาง'
24 ม.ค. 2559
ชวนเที่ยว : เสพสุข ที่ 'โครงการหลวงขุนวาง' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์
เดือนนี้เหมือน ดอยอินทนนท์ จะคึกคักเป็นพิเศษ สัปดาห์นี้ไปถึงสิ้นเดือนมกราคม บางคนไปตามกระแสละครยอดฮิตที่ใช้ฉากถนนที่มีนางพญาเสือโคร่งออกดอกสวยงามเป็นทิวแถว ใน "ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หน่วยย่อยบ้านขุนวาง” เป็นฉาก ทำให้เห็นว่าเมืองไทยมีสถานที่สวยงามแบบนี้อยู่แค่เอื้อม ชนิดไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศก็ให้อารมณ์ฟรุ้งฟริ้งของถนนต้นไม้สวยๆ ได้เหมือนกัน ขณะที่หลายคนก็เฝ้ารอช่วงเวลานี้ ที่จะเดินทางไปชมความสวยงามในทุกๆ ปี
ดอยอินทนนท์ ก็คล้ายๆ กับเขาใหญ่ คือ เป็นภูเขาใหญ่ที่ถนนเชื่อมระหว่างอำเภอ โดยเขาใหญ่มีเชื่อมระหว่างฝั่งปราจีนบุรีและนครนายก กับ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ส่วนดอยอินทนนท์ ก็มีเส้นทางเชื่อมระหว่าง อ.จอมทอง กับ อ.แม่แจ่ม ของ จ.เชียงใหม่นั่นเอง
อย่าได้แปลกใจ ถ้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ แล้วจะเจอรถติด ปกติแล้ว ดอยอินทนนท์มีปัญหารถติดในช่วงเทศกาลทุกปี และนี่อาจจะเป็นอีกเทศกาลหนึ่ง เมื่อการท่องเที่ยวทะลักทลายเข้าไปเสริม
ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หน่วยย่อยบ้านขุนวางก็อยู่ในเส้นทางดอยอินทนนท์เช่นกัน จาก อ.จอมทอง ผ่านด่านเจ้าหน้าที่ขึ้นไปถึง กม.ที่ 31 จะมีทางแยกขวามือไปบ้านขุนวางอีกราวๆ 16 กม. ผ่านลานกางเต็นท์ แปลงปลูกดอกไม้ ชมน้ำตกสิริภูมิที่อยู่ฝั่งซ้ายไกลๆ และไฮไลน์ คือต้นนางพญาเสือโคร่ง ที่มีให้เห็นตั้งแต่ปากทาง
ระหว่างทางจะเจอกับโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี (ดอยอินทนนท์) ตามพระราชดำริที่เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูป ชมความงามของนางพญาเสือโคร่ง ที่มักออกดอกก่อนอุโมงค์นางพญาเสือโคร่างด้านใน เพราะเป็นจุดที่สูงสุดและอากาศหนาวเย็นกว่า รวมทั้งมีกล้วยไม้สวยๆ โดยเฉพาะตระกูลรองเท้านารีให้ชมด้วย
เลยไปอีกค่อนทางจะถึงทางแยกบ้านขุนวาง เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านขุนวาง ใครที่ไม่อยากฝ่าการจราจร หรือผู้คนมหาศาลที่ถนนนางพญาเสือโคร่งในศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) แวะเที่ยวชมที่นี่ รับรองไม่ผิดหวัง ….
หลังป้าย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ซ่อนเรื่องราวต่างๆ ไว้มากมาย
ในอดีต พื้นที่แถบนี้รวมไปถึงอีกหลายพื้นที่บนดอยสูง ชาวบ้านจะปลูกพืชเสพติดจำพวกฝิ่นกันเยอะมาก จนกระทั่งเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวางเป็นครั้งแรก และมีรับสั่งหน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ ส่งเสริมการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่มีรายได้ทัดเทียมหรือดีกว่าปลูกฝิ่น จึงเกิดเป็น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ในปี พ.ศ.2525 ก่อนจะดำเนินการอย่างจริงจังในเวลาต่อมา
พื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชันค่อนข้างสูงแตะระดับ 1,250 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง กินพื้นที่ กว่า 46 ตารางกิโลเมตรในแถบนี้ มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวางขวา และแม่น้ำขุนวางซ้าย เป็นถิ่นอาศัยของชาวเขาเผ่าม้งและกะเหรี่ยง 7 หมู่บ้าน คือ บ้านขุนวาง บ้านป่ากล้วย บ้านโป่งลมแรง บ้านโป่งน้อยเก่า บ้านห้วยยาว และบ้านขุนแม่วาก ก็ค่อยๆ ได้รับการพัฒนา พื้นที่ปลูกฝิ่นถูกทดแทนด้วยพืชผลทางการเกษตรทั้งผัก ไม้ผล และดอกไม้
ปัจจุบัน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางมีพื้นที่รับผิดชอบดำเนินงาน 499 ไร่ ที่ครอบคลุม 7 หมู่บ้าน นับตั้งแต่เข้าไปส่งเสริมปลูกผักพวก ถั่วลันเตาหวาน บร็อกโคลี่ ต้นหอมญี่ปุ่น มะเขือเทศโครงการหลวง
ส่วนไม้ดอก ก็มีการส่งเสริมการปลูกไม้ดอก อาทิ ดอกเบญจมาศ ดอกแคลล่าลิลี่ ดอกอะกาแพนทัส ดอกคาร์เนชั่น รวมถึงการผลิตไม้กระถางในปัจจุบัน ส่วนไม้ผลที่ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก เช่น องุ่นดำไร้เมล็ด และกีวี แล้วยังมีงานผลิตและสาธิตการผลิตวานิลลา ไปจนถึงการส่งเสริมการปลูกและผลิตชาจีน
จากพื้นที่ปลูกฝิ่นและทำไร่กะหล่ำที่กินพื้นที่หลายร้อยไร่ ปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชในโรงเรือน ช่วยลดการบุกรุกพื้นที่ป่าและลดพื้นที่เพาะปลูกได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แถมยังสร้างรายได้ให้มากขึ้นอีกด้วย
ขณะเดียวกัน ทางศูนย์ฯขุนวางก็พัฒนาตัวเองจากส่งเสริมชาวบ้านปลูกพืชผลไม้ดอก ให้ชาวบ้านในพื้นที่แล้ว ทางศูนย์ยังได้กันพื้นที่ราว 30 ไร่ จัดทำแปลงเพาะ แปลงอนุบาลพืชพันธุ์ และยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ พักผ่อน ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมธรรมชาติ และวิถีชนเผ่าในพื้นที่ด้วย โดยมีบ้านพัก แคมป์ไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามสมควร
การท่องเที่ยวเริ่มกันตั้งแต่หน้าศูนย์ฯ ที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดย่อมๆ มีการเลี้ยงปลา เลยเข้าไปด้านใน เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ ทั้งเบญจมาศ ผกากรอง บีโกเนีย กุหลาบ ดาวกระจาย หรือผักอย่างปูเล่สีสวย ก็ถูกนำมาตกแต่งสถานที่ สอดแทรกด้วยบ้านพักทรงเอเฟรม ที่มีอยู่ไม่มาก (ใครจะไปแคมป์ปิ้งที่นี่ ต้องติดต่อจองกันล่วงหน้าจะดีที่สุด) ด้านในเป็นแถวโรงเรือน ที่มีทั้งปลูกผักและดอกไม้ มีโรงสาธิตการผลิตวานิลา
นอกจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาแบบตั้งใจ และไม่น้อยที่หลงทางเข้ามาด้วยเข้าใจผิด คิดว่าเป็นศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ที่มีอุโมงค์นางพญาเสือโคร่งแล้ว ยังมีกรุ๊ปทัวร์ต่างชาติ ที่ไกด์พาแวะมาเที่ยวด้วย
ความสงบของพื้นที่ มีดอกไม้ และวิวเขาสวยๆ ให้ได้ชมแบบไม่จำกัด ยังอิ่มเอมไปกับเรื่องราวของการพลิกฟื้นพื้นที่ มาปลูกพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ชาวเขา เลิกปลูกพืชเสพติด ลดการรุกที่ป่าลงได้มาก แต่นั่น ไม่เท่ากับการให้โอกาสที่พวกเขาจะอยู่ได้อย่างสบายและสงบสุขในสังคม
----------------------
การเดินทาง : จากกรุงเทพใช้เส้นทางฮอด-จอมทอง เลยอำเภอจอมทองไป จะมีทางแยกซ้ายมือขึ้นดอยอินทนนท์ หรือมาจากเชียงใหม่ ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฮอด ทางขึ้นจะอยู่ก่อนถึงอำเภอจอมทอง ผ่านด่านอุทยานฯ ขึ้นไป มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวาง ป้ายโครงการทางขวามือ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง บ้านขุนวาง โทร 0-5331-8333, 08-8413-7243
----------------------
(ชวนเที่ยว : เสพสุข ที่ 'โครงการหลวงขุนวาง' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)



