ไลฟ์สไตล์

ครูบาน้อย เตชปญฺโญนิโรธกรรม วาทะธรรม เมตตาธรรม

ครูบาน้อย เตชปญฺโญนิโรธกรรม วาทะธรรม เมตตาธรรม

22 ม.ค. 2559

ครูบาน้อย เตชปญฺโญนิโรธกรรม วาทะธรรม เมตตาธรรม : เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

           คำว่า “นิโรธสมาบัติ” (อ่านว่า นิ-โรด-สะ-มา-บัด) พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต และเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ให้ความหมายไว้ว่า การเข้าถึงความดับสัญญา (ความจำ) และเวทนา (ความรับอารมณ์) ทั้งหมด ซึ่งสามารถดับได้ถึง ๗ วัน เรียกว่า เข้านิโรธสมาบัติ เรียกย่อว่า เข้านิโรธ เรียกเต็มว่า เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ

           การปฏิบัติเข้า-ออกนิโรธกรรมประจำปีของพระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อย เตชปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล จ.เชียงใหม่ เป็นแบบเฉพาะที่ผสมผสานกับธุดงควัตร หมายถึง นิโรธกรรมสมมติสงฆ์ ดำเนินตามรอยของท่านครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา อันเป็นกุศโลบายเฉพาะ มุ่งขัดเกลากิเลสให้บางเบาลงไปเป็นครั้งเป็นคราว แตกต่างกับนิโรธสมาบัติของพระอริยเจ้าที่ตัดกิเลสได้ นิโรธกรรมสมมติสงฆ์ เป็นการดับอายตนะชั่วคราว เพื่อความสงบแห่งจิต เป็นแนวทางที่ครูบาน้อยยึดถือปฏิบัติ เพื่อเป็นอาจาริยบูชา มาตาปิตุบูชา เป็นเวลาตามกำลังที่จะปฏิบัติได้

           ครูบาน้อยบอกว่า การนิโรธกรรม เป็นการตั้งจิตใจให้มั่นคง จากนั้นภายใน ๓-๕-๗-๙ วัน จะไม่ฉันอาหาร ฉันเพียงแต่น้ำที่อยู่ในบาตร ขังตัวเองอยู่ในกุฏิหรือกระท่อมที่จัดสร้างขึ้นกว้าง ๕ วา ยาว ๕ วา มีประตูปิดเปิด

           ความหมายการเข้านิโรธกรรม คือเข้า ๓ วัน เปรียบหมายถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

           เข้า ๕ วัน คือ พระเจ้าห้าพระองค์ พระกะกุสันโธ โกนาคะมะโน กัสสะโป โคตะโม อริยเมตไตรยโย

           เข้า ๗ วัน คือ พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ สังวิทา ปุกะยะปะ

           เข้า ๙ วัน คือ พระนวโลกุตรธรรมเจ้าเก้าประการ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑

           เมื่อถามว่าจะเลิกหรือหยุดเข้านิโรธกรรมปีไหน ครูบาน้อยพูดไว้อย่างน่าคิดว่า “ตอนนี้สุขภาพจิต สุขภาพกายยังพร้อม กิจของสงฆ์ไม่มีวันเกษียณ จึงขอปฏิบัติเข้านิโรธกรรมต่อไปจนกว่าสังขารจะไม่เอื้ออำนวย”

           มนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ไปกราบไหว้ขอพรคือ คำประพรมท่านรับการถ่ายทอดมาจากหลวงปู่หล้าตาทิพย์ (พระครูจันทสมานคุณ) ซึ่งคำประพรมน้ำมนต์นี้เป็นคำโคลงของล้านนาไทย ที่อวยพรให้แก่คณะศรัทธาญาติโยมให้มีความสุขความเจริญในหน้าที่การงาน ตลอดถึงมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ว่าจะไปรดครั้งละกี่คนท่านร่ายคำโคลงของล้านนาไทยไม่ต่ำกว่า ๑๕ นาที

           อย่างไรก็ตามการเข้านิโรธกรรมของครูบาน้อย ปีที่ ๑ พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นต้นมา ถึงปัจจุบันเป็นปีที่ ๒๐ โดยใน พ.ศ.๒๕๕๖ สำหรับการเข้านิโรธกรรม ใน พ.ศ.๒๕๕๙ นี้ ถือเป็นปีที่ ๒๓ นับตั้งแต่การท่านจะเข้านิโรธกรรม ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๑ กุมภาพันธ์ โดยวันที่ ๒๑ ซึ่งเป็นวันออกนิโรธกรรมนั้น เวลา ๐๖.๐๙ น. ครูบาน้อยจะออกรับบิณฑบาต เวลา ๐๙.๓๙ สืบชะตาแบบล้าน พระสงฆ์ ๑๐๘ รูป เจริญพระพุทธมนต์เวลา ๑๓.๐๐น. จะมีพิธีทอดผ้าป่าเพื่อสมทบทุนสร้างมหาวิหารธรรมสามัคคีรวมใจและโรงพยาบาล

วัตรและกิจของสงฆ์ไม่มีวันเกษียณ

           แม้วัยจะล่วงเลยมาถึง ๖๐ ปี แต่วัตรปฏิบัติประจำวันของครูบาน้อยไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถ้าอยู่ที่วัดท่านจะตื่นตั้งแต่ ๐๔.๐๐ น. เพื่อนำพระภิกษุสามเณรในวัดสวดมนต์ ทำสมาธิ และเดินจงกรม จากนั้นเวลา ๐๗.๐๐ น. ออกบิณฑบาต ออกโปรดพุทธศาสนิกชน จากนั้นก็อยู่วัดโปรดญาติโยมที่ไปกราบไหว้ขอพร จนถึงเวลา ๑๘.๐๐ น. ก็จะนำภิกษุสามเณรทำวัตรเย็น ทำสมาธิ แผ่เมตตา เว้นแต่มีกิจนิมนต์ต่างจังหวัดเท่านั้น และวัตรปฏิบัติหนึ่งที่ครูบาน้อยทำไม่เคยขาดคือ ทุกข้างขึ้นของทุกๆ เดือน ท่านจะไปทำบุญตักบาตรพระเณร ๑๐๘ รูป ณ หน้าอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ

           ส่วนวัตรปฏิบัติของครูบาน้อยที่เรียกว่าพิเศษ หรือแตกต่างจากพระรูปอื่นๆ คือ หากเป็นวันพระจะเว้นอาหาร คือ รับบิณฑบาตมาได้เท่าใดจะนำถวายพระพุทธเจ้าทั้งหมด เรียกว่า “ข้าวชีวิต” และในวันนั้นท่านจะเจริญภาวนาทั้งวัน ที่สำคัญคือท่านไม่ดูทีวี ไม่ฟังวิทยุ ไม่ใช้โทรศัพท์ อยากคุยต้องมาเจอเองที่วัด

           คำสอนที่ครูบาน้อยมักจะสอนพระเณรทั้งในวัดและเดินทางไปเยี่ยม คือ “เป็นพระต้องหลับดึกๆ ตื่นแต่เช้าๆ หมั่นไหว้พระ สวดมนต์ ฟังธรรม เดินจงกรม เที่ยวบิณฑบาต (ภิกขาจาร) อดทน อดทน อดทน คือ ขันติที่มีสมาธิกำกับ มารไม่มีบารมีไม่เกิด บารมีจะเกิดเมื่อมีมารมาทดสอบ”

           "คิดก่อนทำ ไม่ใช่ทำแล้วคิด คิดก่อนพูด ไม่ใช่พูดแล้วคิด คิดก่อนไป ไม่ใช่ไปแล้วคิด คิดดี เพื่อดี คิดดี สู่ดี ของจริงทำจริง เห็นจริง ของดีทำดี เห็นดี คิดดีเพื่อดี คิดดีสู่ดี คิดชั่ว ทำชั่วได้ชั่ว ฉะนั้นให้ถึงพร้อมทานศีลภาวนา นิพพานัง ปรมัง สุขัง”

           “วันนี้ คือ ชาตินี้ วันพรุ่งนี้ คือ ชาติหน้า วันเวลามันเร็ว จะทำความดีก็รีบทำอย่าผัดวันประกันพรุ่ง อย่าหลงใหลในลาภยศสรรเสริญ อย่าปล่อยให้โลภะ โทสะ โมหะ มาครอบงำ ต้องมีสติ คาถาชนะมาร คือ อดทน อดทน อดทน อดทน”

เมตตาธรรมของนักบุญยอดกตัญญู

           “ประสิทธิ์ กองคำ” เป็นชื่อและนามสกุลเดิมของ “ครูบาน้อย” เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๔ ณ บ้านศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ด้วยความที่เป็นคนสนใจในพระพุทธศาสนา จึงเข้าพิธีบรรพชาตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๐๗ โดยมีครูบาอิ่นแก้ว วัดกู่เสือ จ.เชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากร่ำเรียนศึกษาตำรายาสมุนไพรและสอบนักธรรมเอกสำเร็จ เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์จึงเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๑๔ ณ วัดพญาชมพู โดยมีครูบาอุ่นเรือน วัดป่าแคโยง จ.เชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้ฉายา “เตชปญฺโญ” แปลว่า ผู้มีปัญญาเป็นเดช ภายใต้ร่มบวรพระพุทธศาสนามาจนถึงปัจจุบัน

           นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นศึกษาสรรพวิชาตำราแขนงต่างๆ ทั้งปริยัติธรรม แผนกบาลี ณ สำนักเรียนวัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน ฝึกวิปัสสนากรรมฐานจากครูบาผัดและครูบาพรหมมา พรหมจักโก ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน ศึกษาวิชาธรณีศาสตร์และพระคาถาต่างๆ จากพระครูจันทสมานคุณ หรือหลวงปู่หล้า วัดป่าตึง จ.เชียงใหม่ และศึกษาวิชาอักขระภาษาล้านนาวิทยาคม ด้านเมตตามหานิยม ตำรายาสมุนไพร จากครูบาคำปัน นันทิโย วัดหม้อคำตวง จ.เชียงใหม่

ครูบาน้อย เตชปญฺโญนิโรธกรรม วาทะธรรม เมตตาธรรม

           ภายใต้ศีล ๒๒๗ ข้อ ครูบาน้อยตั้งมั่นบำเพ็ญเพียรอยู่ในสมณธรรมอย่างเคร่งครัด จริยวัตรปฏิบัติเรียบง่าย มีปฏิปทางดงามเป็นที่เลื่อมใสของผู้พบเห็น พระเถระผู้ประพฤติปฏิบัติในจริยวัตรแห่งสงฆ์ได้อย่างสมบูรณ์ ประกอบกับความเป็นผู้รู้สำนึกในคุณบุพการี ครูบาอาจารย์ และผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา จนกระทั่งเป็นที่กล่าวขานตั้งสมญาให้ว่า “นักบุญยอดกตัญญู”

           ครูบาน้อยสร้างศาสนสถานภายในวัดศรีดอนมูล ทั้งโบสถ์ วิหาร ศาลา และกุฏิ เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาจากฝีมือสล่าเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำทิพย์ภายในวัดศรีดอนมูล เชื่อกันว่าช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ชะงัด ก่อนนำไปใช้ต้องทำจิตใจให้บริสุทธิ์ มีสมาธิ จึงจักบังเกิดผลต้องตามความประสงค์ และ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ คือ วิหารธรรม

           นอกจากนี้ครูบาน้อยยังมีเมตตาต่อผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ยากไร้ ท่านจะแจกทานแก่บุคคลเหล่านี้ทุกครั้งที่มีงานบุญในวัดศรีดอนมูล รวมทั้งมีเมตตาต่อชุมชนคนใกล้วัด โดยริเริ่มสร้างโรงพยาบาลในหมู่บ้านศรีดอนมูล โดยหาทุนซื้อที่ดิน รวมทั้งสร้างอาคารทั้งหมด

           ครูบาน้อยบอกว่า การสร้างโรงพยาบาลถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่งได้บุญกุศล โรงพยาบาลสารภีสาขา ๒ นี้ จะให้ประโยชน์แก่ประชาชนจำนวนมากทั้งประชาชนในอำเภอสารภีและประชาชนจากอำเภอต่างๆ ใกล้เคียง

           สำหรับปัจจัยนำไปสร้างโรงพยาบาลและสร้างวัดศรีดอนมูลนั้น มาจากกิจนิมนต์ ศรัทธาญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญที่วัด รวมทั้งเช่าบูชาวัตถุมงคลที่วัดสร้างเองทั้งหมด โดยล่าสุดท่านจัดสร้างเหรียญรุ่นเจริญพร เพื่อนำปัจจัยสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลสารภีสาขา ๒ ด้วยงบประมาณ ๑๒ ล้านบาท และวิหาร

           ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญได้ที่วัดศรีดอนมูล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โทร.๐-๕๓๔๒-๑๐๔๐ และ ๐-๕๓๔๒-๐๒๗๗