
เพชรยอดมงกุฎขุดอารยธรรมสู่งานศิลป์
21 ม.ค. 2559
ศิลปวัฒนธรรม : เพชรยอดมงกุฎขุดอารยธรรมสู่งานศิลป์
“เส้นทางสายไหมทางทะเล” เป็นเส้นทางการค้าและการก่อเกิดอารยธรรมที่สำคัญในประวัติศาสตร์มาแล้ว 2,000 ปี ซึ่งการเกิดขึ้นของเส้นทางสายไหมนี้ ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์ มนุษยชาติ เกิดการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางศิลปะ วิทยาการ วิทยาศาสตร์ ศาสนา รวมถึงการค้นพบสิ่งใหม่ๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลให้มนุษย์มีความเจริญก้าวหน้าตราบจนปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีคุณภาพ และพัฒนาศักยภาพวงการศิลปะของประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น มูลนิธิร่มฉัตร ร่วมกับมูลนิธิคิงเพาเวอร์ และคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จึงดำเนินการจัดโครงการ “ประกวดงานจิตรกรรมเพชรยอดมงกุฎ” ครั้งที่ 1 และ “งานประติมากรรมเพชรยอดมงกุฎ” ครั้งที่ 5 ประจำปี 2558 ขึ้น ภายใต้หัวข้อ “อารยธรรมเส้นทางสายไหมทางทะเล” โดยพระพรหมมังคลาจารย์ ประธานมูลนิธิร่มฉัตร พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ, อ.อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ คณบดี คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวเกี่ยวกับโครงการ ที่หอศิลป์ ม.ศิลปากร วังท่าพระ เมื่อวันก่อน
ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง กรรมการโครงการเพชรยอดมงกุฎ เล่าย้อนไปถึงที่มาของการเลือกหัวข้อ “อารยธรรมเส้นทางสายไหมทางทะเล” สำหรับใช้ในการประกวดงานจิตรกรรมเพชรยอดมงกุฎครั้งที่ 1 ว่าเมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา เส้นทางสายนี้เริ่มต้นจากนครกวางเจา ผ่านช่องแคบม่านล่าเจีย หรือช่องแคบมะละกาในปัจจุบันไปศรีลังกา อินเดีย และโซมาเลียที่แอฟริกาตะวันออก ความสำคัญของทางสายไหมทางทะเลนี้ ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์ มนุษยชาติ เกิดการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางศิลปะ ทางวิทยาการ วิทยาศาสตร์ ศาสนา รวมถึงการค้นพบสิ่งใหม่ๆ เช่น การทำแผนที่ เข็มที่ และการพิมพ์ เป็นต้น ทำให้มีความเจริญก้าวหน้าจนถึงทุกวันนี้
“ขณะที่ดินแดนสุวรรณภูมิก่อเกิดภูมิปัญญาและองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมมากมาย ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางสุวรรณภูมิ เราต้องใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาและวัฒนธรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศเช่นเดียวกับการประกวดครั้งนี้ ใช้งานวัฒนธรรมพัฒนาชาติ ถ้าเราสามารถปลุกสำนึกคนในแผ่นดินให้รู้คุณค่าเข้าใจ เข้าถึงคุณค่าของแผ่นดินที่ยืนอยู่ประเทศจะพัฒนาต่อไปได้ โครงการนี้สอดรับกับเออีซีมีการรวมกันของ 10 ประเทศในอาเซียน เพราะได้นำความเป็นไปสู่ระดับนานาชาติ จากข้อมูลดังกล่าว คณะกรรมการหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประกวดครั้งนี้จะเป็นเวทีหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ ให้ผู้ที่สนใจได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ในการจินตนาการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้ปรากฏสู่สาธารณชนต่อไป ทว่าผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวด จะต้องเจาะหาข้อมูลไม่ใช่นั่งเทียนเขียนภาพ ต้องมีมโนทรรศน์ เกิดเป็นไอเดียสร้างสรรค์เป็นภาพ ใช้ศิลปะสร้างความจริงใหม่ของสิ่งที่เห็นออกมา ศิลปินต้องค้นหาแรงบันดาลใจให้เจอ ถอดรหัสทางสายไหมทางทะเลเพื่อจะสร้างศิลปกรรมทรงคุณค่าด้วยจิตที่บริสุทธิ์และแรงศรัทธา หวังว่าการประกวดครั้งนี้จะกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจใช้ความรู้และประสบการณ์สร้างสรรค์ผลงานที่มีแนวคิดแปลกใหม่” กรรมการโครงการ กล่าว
ในฐานะผู้จัดการประกวด อ.อำมฤทธิ์ สุวรรณ กล่าวถึงการจัดประกวดประติมากรรมเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 5 ว่าแบ่งเป็นการประกวดสร้างสรรค์ 2 ผลงาน ได้แก่ “พระพุทธรูปปางคันธารราฐ” ตามประวัติพระพุทธรูปปางดังกล่าวมีความเก่าแก่ที่สุดของโลก โดยเกิดขึ้นกว่า 2,000 ปีมาแล้ว จากการผสมผสานของศิลปะระหว่างกรีกโรมัน และอินเดีย ที่สำคัญมากก็คือ เป็นพระพุทธรูปปางที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีพุทธศิลป์งามที่สุดนิยมสร้างหลายปางทั้งปางสมาธิ ปางปฐมเทศนา ปางลีลา ปางประทานพร โดยมีพุทธลักษณะสำคัญ คือ พระพักตร์จะคล้ายเทพกรีกโรมัน เพราะได้รับอิทธิพลจากกรีก เส้นผมสลวยไม่เป็นขดแบบก้นหอยทั้งยังมีมวยผมที่สำคัญด้านหลังพระเศียรมีเส้นรัศมีและมีอุณาโลมระหว่างคิ้ว พระกรรณยาว ขณะที่หัวข้อถัดมาเป็นการประกวดสร้างสรรค์ผลงาน “พระพิฆเนศ” เทพเจ้าแห่งความรู้ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง คนไทยถือว่าองค์พระพิฆเนศเป็นที่เคารพสักการะในฐานะบรมครูแห่งศิลปวิทยาการ 18 ประการ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ใช้หัวข้อประกวด “พระพิฆเนศ” โดยผู้ส่งผลงานไม่จำเป็นต้องทำซ้ำ เพราะเวทีนี้เปิดกว้างสำหรับผู้ออกแบบและต้องการสร้างต้นแบบพระพิฆเนศ เพราะถือเป็นพระยอดนิยม มั่นใจว่าจะมีผู้สนใจส่งผลงานทั้งสองประเภทเข้าร่วมประกวด
อีกหนึ่งคณะกรรมการ อ.ปัญญา วิจินธนสาร เผยว่า การประกวดครั้งนี้จะเป็นการนำศิลปะยกระดับการออกแบบพระและพัฒนางานพุทธศิลป์ให้มีความสมบูรณ์งดงามขึ้น เพราะปัจจุบันคนส่วนใหญ่มองศาสนาเป็นเพียงพิธีกรรม ไม่เคยมองเป็นเรื่องอารยธรรม ทำให้เข้าไม่ถึงแก่นของศาสนา ขณะที่โลกให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและการเมืองมากกว่าวัฒนธรรม เป็นทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ อยากให้สังคมตั้งคำถาม เพราะอาจนำไปสู่ความล่มสลาย ไม่ใช่เส้นทางสันติภาพและความยั่งยืน โครงการเพชรยอดมงกุฎได้บันทึกอารยธรรมโลก โดยใช้เส้นทางสายไหมทางทะเลที่สำคัญในประวัติศาสตร์เป็นโจทย์สำคัญ รางวัลจากเวทีเป็นการความชื่นชม แต่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะบันทึกประวัติศาสตร์สำคัญของโลกเพราะทุกวันนี้วัฒนธรรมถูกสังคมโลกบิดเบือนใช้ไปในทางวัตถุนิยมจนคุณค่าหายไป กระทั่งนำไปสู่เงื่อนไขความขัดแย้ง จำเป็นต้องใช้ผลงานศิลปะเติมความงาม สันติสุข จิตวิญญาณที่ขาดหายไปสังคมโลกในวันข้างหน้าจะกลับมาพูดถึงอารยธรรมเพราะไม่มีความขัดแย้ง จึงอยากเชิญชวนศิลปินมาช่วยคิดมุ่งสู่ความสงบสุข สันติภาพ ผ่านกระบวนทางศิลปะ
ศิลปินที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสองประเภท โดยด้านประติมากรรมหัวข้อพระพุทธรูปปางคันธารราฐ และพระพิฆเนศ ระดับนิสิตนักศึกษาอายุไม่เกิน 25 ปี ระดับประชาชนทั่วไป อายุ 25 ปีขึ้นไป ผลงานประติมากรรมต้นแบบต้องมีลักษณะเป็นสามมิติ ทำจากวัสดุถาวรหรือกึ่งถาวรความกว้างหน้าตัก 5–12 นิ้ว ความสูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร รวมฐานผลงานต้องส่งพร้อมแท่นประติมากรรมที่มีความเหมาะสม ส่วนผลงานจิตรกรรรมที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นลักษณะสองมิติ ไม่จำกัดแนวคิดวัสดุมีความแข็งแรงทนทาน ขนาดผลงานไม่เกิน 200x200 ซม.ไม่รวมกรอบ สามารถสร้างสรรค์โดยเทคนิคใดก็ได้ เช่น สีอะคริลิก สีน้ำ สีน้ำมัน ดินสอสี หรือเทคนิคผสมอื่นๆ สามารถส่งใบสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 23–27 เมษายน เวลา 09.00–16.00 น. ที่หอศิลป์บรมราชกุมารี อาคารศูนย์ปฏิบัติการทัศนศิลป์สิรินธร คณะจิตรกรรม ม.ศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดรวมทั้งผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะนำมาจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่ให้ชมในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม



