
งานวันเด็กที่วัดแค๗ปีแห่งความตั้งใจจริงของ'พระครูโอ๋'
งานวันเด็กที่วัดแค๗ปีแห่งความตั้งใจจริงของ'พระครูโอ๋' : เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุณโณ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำ พ.ศ.๒๕๕๙ ความว่า “เด็กดี เพราะมีผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี เด็กดี คือ พลังแห่งความมั่นคงของประเทศชาติ” พร้อมกับขอให้ผู้ใหญ่ช่วยกันเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็ก ขอให้เด็กทุกคน จงมีความรัก ๓ ประการ คือ ๑.รักกตัญญู ๒.รักความดี ๓.รักสามัคคี และจงเกลียดชังสิ่งเสพติดให้โทษให้สมกับชื่อว่าเด็กดี
อย่างไรก็ตามการจัดงานวันเด็กในอดีตส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานราชการ ภาคเอกชนและองค์กรการกุศล แต่เราไม่ค่อยได้เห็นวัด พระ รวมทั้งหน่วยงานทางพุทธศาสนาออกมาจัดงานวันเด็กอย่างเป็นเรื่องราว แต่ปัจจุบันมีวัดหลายแห่งจัดงานวันเด็กได้ยิ่งใหญ่และมีเด็กมาร่วมงานนับพันคน โดยเฉพาะงานวันเด็กที่วัดแค หมู่ ๑ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๙ ทั้งนี้พระครูไพศาลธรรมวงศ์ (สมศักดิ์ กตวฑฺฒโน) หรือ “พระครูโอ๋” เจ้าอาวาส ซื้อจักรยานมา ๓๐๐ คัน รวมทั้งของเล่นต่างๆ เพื่อให้เด็กๆ ใน จ.สุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงมาจับสลาก โดยในปีนี้มีเด็กมาลงทะเทียนจับสลากกว่า ๓,๐๐๐ คน
นอกจากจะแจกจักรยานเพื่อเด็กที่วัดแคด้วยตัวเองแล้ว พระครูโอ๋ยังมอบจักรยานให้กำนันและผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งโรงเรียนในละแวกใกล้เคียงที่จัดงานวันเด็กด้วยแห่งละ ๕-๑๐ คัน ด้วยเหตุผลที่ว่า “จะแจกที่วัดหรือแจกที่โรงเรียนก็ถึงมือเด็กเหมือนกัน”
การจัดงานวันเด็กของวัดแค พ.ศ.๒๕๕๙ ซึ่งเป็นปีที่ ๗ แล้ว ทั้งนี้พระครูโอ๋เริ่มจัดงานวันเด็กครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ เป็นงานเล็กๆ แจกจักรยานประมาณ ๕๐ คัน เนื่องจากเป็นปีแรกมีเด็กมาร่วมงานในหลักร้อยคนเท่านั้น เมื่อเข้าสูปีที่ ๒ พ.ศ.๒๕๕๔ จำนวนจักรยานเพิ่มเป็น ๑๐๐ คัน พร้อมกับแจกทุนการศึกษา ๒ แสนบาท ปรากฏว่ามีเด็กมาร่วมงานประมาณ ๑,๒๐๐ คน แม้ในปีน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ.๒๕๕๖ วัดจะถูกน้ำท่วมแต่วัดก็ยังคงจัดงานวันเด็ก
ในการจัดวานครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ เตรียมของขวัญไว้ให้เด็ก ๕๐๐ ชิ้น เช่น จักรยาน ๕๐ คัน ตุ๊กตาแบบต่างๆ ประมาณ ๑๐๐ ตัว พัดลม ๕๐ ตัว รวมทั้งขนมขบเคี้ยวต่างๆ แต่เมื่อถึงวันงานจริงๆ ปรากฏว่า มีเด็กมาร่วมงานเกือบ ๑,๐๐๐ คน จึงต้องเพิ่มของขวัญอีก แม้ว่าไม่ได้ตามจำนวนเด็กที่มาร่วมงาน แต่ก็เชื่อว่าอย่างน้อยก็สร้างรอยยิ้มและความสุขให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้ไม่น้อย
“การพูดเชิญชวนให้ผู้ใหญ่เข้าวัดนั้นไม่ใช่เรื่องอยาก แต่การทำให้เด็กเข้าวัดเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า อาตมาจึงใช้จักรยานดึงเด็กเข้าวัดในวันเด็ก ๗ ปี ของการจัดงานวันเด็ก ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ตัวเลขเด็กเข้าวัดเพิ่มขึ้นทุกปี ในปีนี้มีเด็กลงทะเบียนเพื่อจับรางวัลกว่า ๓,๐๐๐ คน ในขณะของรางวัลก็เพิ่มขึ้นทุกปี ใช้ปัจจัยไปกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท" พระครูโอ๋กล่าว
เมื่อถามถึงที่มาและความสิ้นเปลืองของปัจจัยในการจัดงงาน “พระครูโอ๋” ตอบสวนมาในทันที่ว่า “ปัจจัยที่ใช้จัดงานวันเด็กนั้นมันใช่ของอาตมาที่ไหนล่ะโยม ไม่ใช่ของอาตมาสักบาทเดียว หากเป็นปัจจัยที่ญาติโยมมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๘ รวมทั้งทำบุญในรูปแบบต่างๆ เมื่อพระเอาเงินทำบุญของโยมไปทำทานต่อ เท่ากับเป็นการต่อบุญ”
จากประสบการณ์จัดงานวันเด็กมา ๗ ปี พระครูโอ๋ มีความคิดอยู่ในใจว่า วัดต่างๆ น่าจะนำไปเป็นแบบอย่างไปจัดเองบ้าง แม้ว่าจะมีคนคิดไปก่อนว่าไม่ใช่เรื่องของพระ ปล่อยให้หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งภาคเอกชนจัด แต่อย่าลืมคิดไปว่าวัดก็เป็นองค์กรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและชุมชน ตลอดทั้งปีที่พระเณรอยู่ได้มาทุกวันเพราะพลังศรัทธาของญาติโยมทั้งสิ้น การจัดงานวันเด็กของวัดถือเป็นการคืนกำไรให้ญาติโยม เงินที่นำไปซื้อจักรยาน ของขวัญต่างๆ ล้วนเป็นเงินทำบุญของญาติโยมทั้งสิ้น ปีแรกๆ การจัดงานอาจจะเหนื่อย แต่เมื่อเห็นว่าพระตั้งใจทำจริง ญาติโยมก็จะเข้ามาช่วยเอง ทั้งแรงกายและปัจจัย
บุญทอดผ้าป่าสร้างหอธรรม
“โครงการบูรณะหอสวดมนต์” เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของพระครูโอ๋ โดยจะบูรณะเชิงอนุรักษ์เช่นเดียวกับศาลาการเปรียญที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยไปเมื่อปีก่อนด้วยงบประมาณกว่า ๒๕ ล้านบาท แต่เนื่องด้วยการบูรณะหอสวดมนต์ซึ่งมีอายุเกือบ ๑๐๐ ปี ซึ่งชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ต้องใช้งบประมาณกว่า ๒๐ ล้านบาท และเมื่อบูรณะไปแล้วในระยะ ๑๐ ปี ต้องบูรณะใหม่ ด้วยเหตุนี้พระครูโอ๋จึงประชุมกับคณะกรรมการวัดมีมติให้รื้อทิ้งและสร้างหอสวดมนต์เฉลิมพระเกียรติขึ้นใหม่ ภายในหอสวดมนต์เขียนลายรดน้ำ โดยใช้งบประมาณเกือบ ๔๐ ล้านบาท
พระครูโอ๋ บอกว่า แรกเริ่มนั้นวัดมีทุนประมาณ ๑ ล้านบาท และเพื่อให้การบูรณะเป็นไปอย่างรวดเร็ว วัดจัดสร้างหลวงพ่อคูณ รุ่น เศรษฐีไพศาล ประกอบด้วย พระกริ่งชินบัญชรปริสุทโธ เหรียญหล่อเศรษฐีทวีคูณ เหรียญหล่อทานบารมี และเหรียญปั๊มมหาเศรษฐี ทั้งนี้ได้ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ วัดบ้านไร่ อธิษฐานจิตโดยหลวงพ่อคูณ ก่อนที่ท่านจะละสังขาร วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๗ และพิธีสมโภชมหาพุทธาภิเษก ณ วัดแค เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคมในปีเดียวกัน
อย่างไรก็ตามในวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๙ นี้ วัดจะมีการจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคีขึ้นเพื่อนำปัจจัยสมทบทุนโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จ พร้อมกันนี้ทางวัดจะสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาหลายรุ่นเพื่อให้โครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญได้ที่ โทร.๐๘-๔๗๖๘-๑๒๒๒ และ ๐๘-๕๔๒๗-๑๓๓๓
คิดนอกกรอบแต่อยู่ในกรอบ
พระครูโอ๋ บอกว่า วิธีการดึงคนเข้าวัดนั้นมีหลายวิธี บางวัดใช้มรหรสพ บางวัดใช้พิธีกรรม ในขณะที่หลายวัดมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งศาสนสถานโบราณที่มีอยู่คู่วัดมาตั้งแต่ต้นเป็นข้อได้เปรียบ แต่ที่วัดใช้กิจกรรมเพื่อเด็กผสมผสานกับพิธีกรรมขอผู้ใหญ่ ทำให้ได้คนเข้าวัดทั้ง ๒ วัย ผู้ใหญ่มาไหว้ก็มีเด็กมาด้วย เด็กจะไหว้พระก็มีผู้ใหญ่พามา
พระครูโอ๋ได้พูดถึงการเผยแผ่ธรรมไว้อย่างน่าคิดว่า “เมื่อใครก็ตามที่เข้าวัดย่อมเห็นธรรม แต่ปัญหาหนึ่งของการเผยแผ่พุทธศาสนา คือ ทำอย่างไรให้คนเข้าวัด และเมื่อคนเข้าวัดแล้วพระต้องคิดต่อว่าทำอย่างไรจึงจะได้ข้อคิดสาระธรรมเล็กๆ น้อยๆ ติดตัวกลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน ที่วัดแคมีคติธรรมและข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ เขียนไว้ตามต้นไม้ทุกต้น คนมาเที่ยววัดแคเพียงอ่านและจำได้ข้อความเดียวแล้วไปทำตาม อาตมาถือว่าประสบผลในการเผยแผ่ธรรมแล้ว การหวังให้คนบรรลุธรรมจากการมาเที่ยววัดนั้นสูงเกินไป”
สำหรับแรงบันดาลใจในการจัดงานวันเด็กของพระครูโอ๋เกิดขึ้นเมื่อ ๓๐ ปีก่อนพระครูโอ๋ บอกว่า ถึงวันเด็กคราวใดทำให้นึกถึงเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ทุกแห่งที่จัดงานจะมีรางวัลใหญ่เป็นรถจักรยาน ๒-๓ คันเท่านั้น แต่มีเด็กไปร่วมงานนับร้อยนับพันคน เมื่อรู้ว่าที่ไหนแจกจักรยานก็จะไปเข้าคิวรับสลากแต่เช้า รอถึงเย็นไม่เคยได้จักรยานเลยสักครั้ง เมื่อมีโอกาสจัดงานวันเด็กจึงเน้นแจกจักรยาน
"อาตมาคิดอยู่เสมอว่า พระฉันข้าว ฉันขนมของพ่อแม่เด็กและชาวบ้านมากว่า ๓๖๕ วัน น้ำ ไฟ จีวร รวมทั้งปัจจัย ๔ ล้วนได้มาจากศรัทธาของพ่อแม่เด็กทั้งสิ้น เมื่อทุกอย่างได้มาจากศรัทธาชาวบ้านปีหนึ่งๆ เราจะเลี้ยงอาหารเด็กซึ่งเป็นลูกหลานของชาวบ้านไม่ได้เชียวหรือ” พระครูโอ๋พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิด



