
เคาะราคาประกันข้าวให้กำไรชาวนา40%
รัฐเคาะราคาประกันข้าวฤดูกาล 2552/2553 บวกกำไรให้ชาวนา 30-40% รับเข้าโครงการรายละไม่เกิน 16 ตัน โรงสีห่วงขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ทัน ด้านนายกส.ชาวนาไทยพอใจ ถ้าชาวนาขายข้าวได้ราคาที่ประกาศไว้จริง
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ว่าที่ประชุมเห็นชอบราคาประกันข้าวในฤดูกาล 2552/2553 โดยจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณาอีกรอบในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ โดยราคาประกันข้าวที่กำหนดออกมา คำนวณจากต้นทุนการผลิตรวมกับค่าขนส่งตันละ 200 บาท และบวกกำไรให้เกษตรกร 30-40% พร้อมกำหนดให้เกษตรกรแต่ละรายนำข้าวไปเข้าโครงการประกันได้รายละไม่เกิน 16 ตัน ซึ่งคำนวณจากเจ้าของพื้นที่ ที่มีข้าวไม่เกิน 40 ไร่ คิดอัตราเฉลี่ยผลตอบแทนไร่ละ 400 กิโลกรัม
“เมื่อเกษตรกรนำข้าวไปขายได้ต่ำกว่าราคาประกัน เกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล คิดจากส่วนต่างระหว่างราคาประกันกับราคาอ้างอิง ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศ ซึ่งจะคิดมาจากราคาตลาดในช่วงระยะเวลานั้น โดยรัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกรผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ภายใน 15 วัน“ นายธีระกล่าว
สำหรับราคาประกันข้าวฤดูกาลผลิต 2552/2553 เป็นดังนี้ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ราคา 15,300 บาทต่อเกวียน, ข้าว กข 15 ราคา 15,300 บาท, ข้าวหอมจังหวัด ราคา 14,800 บาท, ข้าวปทุมธานี1 ราคา 10,000 บาท, ข้าวขาว ราคา 10,000 บาท, ข้าวเหนียว ราคา 13,400 บาท และข้าวนาปรัง ราคา 9,200 บาท
นายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า จากราคาประกันข้าวดังกล่าว ถือว่ามีความเหมาะสม แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ราคาตลาดได้ในขณะนี้ ต้องพิจารณาราคาตลาดโลกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาราคาข้าวตกต่ำมากช่วงผลผลิตเข้าสู่ตลาด รัฐอาจต้องปรับวิธีการ เช่น ประกาศเพิ่มราคาประกันในเดือนถัดไปตันละ 300 บาท ส่งผลให้ข้าวบางส่วนออกสู่ตลาดช้าลง ในขณะที่ผู้ส่งออกมีระยะเวลาการส่งมอบที่ชัดเจนจะล่าช้าไม่ได้ ทำให้ราคาข้าวในตลาดไม่ตกต่ำมากนัก
“สิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ คือ การขึ้นทะเบียนเกษตรกร ที่ปัจจุบันทำได้เพียง 35% แต่ข้าวฤดูกาลใหม่จะออกมาอีก 2-3 เดือนข้างหน้า หากขึ้นทะเบียนไม่ทันโครงการประกันราคาของรัฐบาล เละเป็นโจ๊กอย่างแน่นอน“ นายชาญชัย กล่าว
นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า หากเกษตรกรขายข้าวได้ตามราคาที่ประกาศเอาไว้จริงก็พอใจ แต่รัฐบาลต้องหาแนวทางที่รัดกุมเพื่อให้เงินทุกบาทตกถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง ไม่รั่วไหล



