
2สถาบันอุดมศึกษาเฉ่ง!สกอ.แบ่งประเภทม.วิจัยไม่ยุติธรรม-จี้ทบทวนใหม่
2 สถาบันอุดมศึกษา เฉ่ง สกอ.แบ่งประเภท ม.วิจัยไม่ยุติธรรม สจล.ชี้มีผลงานวิจัยสูงเป็นอันดับบ 8 ของประเทศไทย แต่โดนสะกัดกั้นเพียงเรื่องสัดส่วนอาจารย์ปริญญาเอกไม่ถึงร้อยละ 40 ฝาก สกอ.ทบทวนเกณฑ์ใหม่ ด้าน มจพ.แนะเพิ่มกลุ่ม ม.เทคโนโลยี-งบวิจัย
รศ.ดร.กิตติ ตีรเศรษฐ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ก่อนที่มีการแบ่งประเภทมหาวิทยาลัย สจล.ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยได้ เพราะมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก และมีผลงานวิจัยนานาชาติอยู่อันดับ 8 ของมหาวิทยาลัยทั้งหมด แต่เมื่อแบ่งประเภทมหาวิทยาลัย พบว่ามหาวิทยาลัยวิจัยต้องมีสัดส่วนอาจารย์ระดับปริญญาเอก 40% ขึ้นไป แต่ สจล.มีสัดส่วนอาจารย์ปริญญาเอกเพียง 38% ทำให้ไม่สามารถเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยได้แม้มีผลวิจัยนานาชาติ 500 เรื่องตามเกณฑ์ จึงอยากให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พิจารณาเกณฑ์ใหม่ หากไม่มีการปรับ อาจนำไปสู่ปัญหาการพัฒนางานวิจัยทางด้านเทคโนโลยีในอนาคตได้ เพราะในการจัดสรรงบประมาณ มหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยวิจัยจะได้งบประมาณทำวิจัยน้อยมากหรือไม่ได้เลย
“ขณะนี้ สจล.กำลังผลิต อบรม พัฒนาอาจารย์ระดับปริญญาเอกเพิ่มคณะหลักๆ อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีอาจารย์ระดับปริญญาเอกมากกว่า 50% คณะวิทยาศาสตร์ 40% และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ เกิน 40% ดูความพร้อมด้านอื่น สจล.ผ่านเกณฑ์หมด" รศ.ดร.กิตติ กล่าว
ด้าน ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) กล่าวว่า ตอนนี้มีหลายมหาวิทยาลัยที่มีผลงานวิจัยจำนวนมาก แต่ไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย เนื่องจากมีอาจารย์ในระดับปริญญาเอกไม่ถึง 40% และ มจพ.มีผลงานวิจัยนานาชาติ 996 เรื่อง แต่มีอาจารย์ปริญญาเอกเพียง 30% สกอ.ควรทบทวนการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยใหม่ หรือเพิ่มกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีขึ้นมา และควรมองศักยภาพงานวิจัยมากกว่ามองเฉพาะจำนวนอาจารย์
“ผมไม่เห็นด้วยกับเกณฑ์ดังกล่าว ทำให้งบประมาณวิจัยไปกองอยู่กับมหาวิทยาลัยทางด้านสายสังคมหรือสายแพทย์เพียงอย่างเดียว อย่างงบประมาณวิจัย 100 กว่าล้านบาท ตอนนี้อยู่ที่มหาวิทยาลัยวิจัยหมด มหาวิทยาลัยทางด้านเทคโนโลยีไม่ได้แม้แต่บาทเดียว เรื่องนี้ถือว่าไม่ยุติธรรม อีกทั้งยังส่งผลต่อการพัฒนางานวิจัยทางด้านเทคโนโลยี เพราะขาดงบประมาณ” อธิการบดี มจพ. กล่าว



