ไลฟ์สไตล์

การศึกษา"สร้างคน"คน"สร้างชาติ" (2)

การศึกษา"สร้างคน"คน"สร้างชาติ" (2)

28 ก.ค. 2552

ไม่น้อยกว่า 20 ปี ที่กระทรวงศึกษาธิการได้ลดภารกิจของการอุดมศึกษาลงไป เพื่อเน้นการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับที่ต่ำกว่าอุดมศึกษา สมมติฐานก่อนแยกทบวงมหาวิทยาลัยออกไป ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด คงไม่ต้องวิเคราะห์อีก เพราะสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภา

หากพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในสาระวิชาที่สำคัญ เช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แม้กระทั่งวิชาภาษาไทย ปรากฏว่าผลสัมฤทธิ์ไม่ถึง 50% แถมยังมีนักเรียนบางส่วน อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้เข้าไปอีก หากส่งต่อนักเรียนไปยังสถาบันอุดมศึกษา จะไปสร้างภาระปรับเติมเพิ่มพื้นฐานเข้าไปอีก แทนที่จะได้วิชาชีพที่หลากหลายได้อย่างเต็มที่ 

 จริงอยู่ผลสัมฤทธิ์การศึกษาคงมิใช่เลวร้ายไปเสียทั้งหมด มีนักเรียนที่เก่ง มีโรงเรียนมีคุณภาพอยู่มาก ทำให้มหาวิทยาลัยได้เด็กเก่งและดี สร้างบัณฑิตได้อย่างมีคุณภาพ เด็กบางกลุ่มสามารถชนะเลิศรางวัลด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ระดับชาติ หรือระดับโลก มีเพิ่มมากขึ้น เป็นการสะท้อนให้เห็นคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังมีมาตรฐานและคุณภาพแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะ "ความเสมอภาค" และ "มาตรฐาน"  รัฐพึงได้พิจารณาทบทวนใน "บริบทแห่งความจริง" มากกว่า "บริบทของปรัชญาการศึกษา" เท่านั้น

 บริบทแห่งความเป็นจริง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยอมรับว่า ขาดแคลนครูเฉพาะทาง โดยเฉพาะในภูมิภาค ครูคนเดียวต้องสอนหลายวิชา แม้เป็นวิชาที่ไม่ถนัดก็ตาม เป็นประเด็นปัญหาที่จะต้องยกมาวิเคราะห์ จัดการให้สอดคล้อง

 ยิ่งกว่านั้น ทักษะของครูผู้สอนยังมีจุดอ่อน อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนชื่อและพัฒนาการของโรงเรียนฝึกหัดครูมาเป็นราชภัฏก็อาจเป็นได้ หรือเราไม่เน้นการพัฒนาครู เอาคนเก่งมาเรียนเป็นครู ให้ทุนการศึกษาเหมือนในอดีตที่สร้างครูเป็น "ครูอาชีพ" สามารถก้าวหน้ามาเป็นข้าราชการระดับสูง ระดับปลัดกระทรวง อธิบดี ก็มีมาก

 การจัดตั้ง "สถาบันครูแห่งชาติ" ก็น่าพิจารณาสนับสนุน ซึ่งไม่น่าจะต้องมาเริ่มต้นกันเมื่อปัญหาเกิด เศรษฐกิจของครูหรือรายได้ของครูควรปฏิรูปในแนวทางของมิติการพัฒนาเป็นผลงานวิชาการ หรือการประเมินเชิงประจักษ์ ต้องสามารถนำไปเป็นทักษะในการสอนอย่างเป็นรูปธรรม มิฉะนั้น "องค์กรครู" จะมีแต่การให้บริการกู้เงินทั้งจากสหกรณ์ครู สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สถาบันการเงิน หรือนอกระบบ ครูจะไม่เป็นอันทำงาน คุรุสภาก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาครูให้ไปประกอบวิชาชีพครู ให้มีความหมายมากยิ่งขึ้น มีระดับความเชี่ยวชาญของครู พร้อมเงินเพิ่มพิเศษให้แก่ครูตามความเหมาะสม

 ข้อเสนอในบทความนี้คงไม่แตะต้องในบริบทของการพัฒนาคุณภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีแผนในการพัฒนาครูอยู่แล้ว เพียงแต่จะทำอย่างไรให้แผนนั้นเกิดประสิทธิภาพในทางปฏิบัติเท่านั้น

 มุมมองนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ หากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งได้แบ่งกลุ่มประเภทของสถาบันอุดมศึกษาไว้แล้วให้มีส่วนร่วมเป็น "พี่เลี้ยง" หรือ "ร่วมจัดการศึกษา" ให้แก่สถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐานใน "กลุ่มจังหวัด" หรือ "ภูมิภาคที่เหมาะสม"

 สถาบันอุดมศึกษาของรัฐควรร่วมพัฒนาครู โดยแบ่งเขตพื้นที่ช่วยพัฒนาครูคณิตศาสตร์ ครูวิทยาศาสตร์ ครูภาษาอังกฤษ ฯลฯ เพื่อเป็นเครือข่ายสร้างตัวป้อนให้แก่สถาบันอุดมศึกษาให้มีความรู้ในสาระหลักเหล่านั้นให้สูงมากขึ้น แม้ว่าจะมีบางมหาวิทยาลัยทำเรื่องนี้อยู่แล้วก็ตาม หากยังมิได้จัดเป็นระบบและกระบวนการเชิงนโยบายก็ยังต้องรอความพร้อม หากให้แต่ละสถาบันช่วยตัวเองไปก่อน คงไม่พ้นการตั้ง "โรงเรียนสาธิต" ของตนเองขึ้นมาเป็นตัวป้อนที่มีคุณภาพ

  อย่างไรก็ดี นโยบายจะเกิดได้ต้องมี "อาวุธ" คือ "งบประมาณ" ให้โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยด้วย จะเอานโยบาย "เรียนฟรี มีคุณภาพ" เพื่อเป็นสโลแกนอย่างเดียวคงไม่เกิดผลเชิง "คุณภาพ" แน่ หากไม่เอา "นโยบายคุณภาพ" นำไปสู่ "ปฏิบัติ" เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็น "รูปธรรม"

 0 ดร.วิชัย พยัคฆโส 0
 คณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน
 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
                
[email protected]