
ชวนเที่ยว : ตามหาไดโนเสาร์ 'หุบป่าตาด'
17 ม.ค. 2559
ชวนเที่ยว : ตามหาไดโนเสาร์ 'หุบป่าตาด' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์
ถ้าเวลาไม่มาก อยากเข้าหาสถานที่ธรรมชาติ ที่ให้อารมณ์ของผืนป่าดิบ เดินทางไม่ลำบาก ไม่ต้องค้างอ้างแรมในป่า คนสูงวัย(ที่ร่างกายแข็งแรง)ก็ไปได้ เป็นโจทย์ที่ต้องคิดแล้วคิดอีก และเหมือนทุกอย่างจะไปลงตัวที่ .... หุบป่าตาด
สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกล กทม. เพราะอยู่แค่ จ.อุทัยธานี ซึ่งส่วนใหญ่คนจะคิดถึงแต่ “ห้วยขาแข้ง” ที่ อ.บ้านไร่
ถ้าเทียบกัน ห้วยขาแข้งเป็นระดับมหาวิทยาลัย หุบป่าตาดก็เหมือนระดับประถม หากแต่เป็นห้องเรียนระดับประถมที่น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามหาวิทยาลัย เพราะที่นี่ซุกซ่อนเรื่องราวชวนค้นหาไว้ไม่น้อย
หุบป่าตาด เป็นพื้นที่อยู่ในความดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี จากข้อมูลที่ได้มา บอกว่า ที่นี่เคยเป็นถ้ำมาก่อน แต่หลังคาถ้ำได้ยุบตัวกลายเป็นหุบลึกกลางภูเขา ลึกราวๆ 150-200 เมตร เนื้อที่รวมประมาณ 2 ไร่เศษ ซึ่งนักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกโดยเฉียบพลัน ทำให้หลังคาถ้ำถล่มลงมากลายเป็นบ่อในหุบเขาที่ต้นไม้สามารถขึ้นได้ในบางพันธุ์ เพราะมีข้อจำกัดเรื่องแสงแดด … ที่เหลือจากนั้นคือเวลาที่บ่มเพาะ การเติบโต การมีอยู่ของพืชพันธุ์บางชนิด และสัตว์บางประเภท
กระทั่งมีคนมาค้นพบ จนนำไปสู่การสำรวจอย่างจริงจังคือ ครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดเขาทอง ในปี 2522 ที่มีเหตุต้องปีนลงไป แล้วไปเจอกับป่าตาดกลางหุบเขา ดูราวกับป่าโบราณ กระทั่งต่อมามีการระเบิดโพรงถ้ำ เพื่อเข้าเดินทางเข้าไปสำรวจหุบเขาแห่งนี้ได้สะดวกขึ้น โดยทางจังหวัดอุทัยธานีประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์และพัฒนาในเชิงท่องเที่ยวด้วย
เวลาล่วงเลยมาตามสมควร สถานที่แห่งนี้พัฒนาเพื่อให้สะดวกมากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว โดยการทำบันไดขึ้นสู่ปากถ้ำ และบันได้ลงสู่หุบด้านใน กลางวงล้อมของขุนเขา กระทั่งได้รับการโหวตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว 1 ใน 7 แห่งที่มีการจัดการที่ดี
แต่สำหรับฉันแล้ว เรื่องราวที่ได้ฟังได้ยินเกี่ยวกับหุบป่าแห่งนี้ ยังไม่ทึ่งเท่ากับได้ไปดูด้วยตัวเอง และนั่นมันมากกว่าการจัดการ หากแต่เป็นสิ่งแวดล้อมที่อบอวลบอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ ... ชะรอยที่นี่ จะมีไดโนเสาร์
แค่ก้าวแรกที่เดินตามไกด์ตัวน้อยๆ ขึ้นบันดันผ่านเข้าไปในโพรงถ้ำ ไกด์ตัวน้อยเหล่านี้ ก็คือเด็กนักเรียนในละแวกนั้น ที่มารับหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวในช่วงหยุดเรียนนั่นเอง เท่าก้าวเข้าไปในถ้ำที่มือสนิท ไกด์ตัวน้อยช่วยส่งไฟนำทาง แล้วบางคนยังช่วยส่องขึ้นไปบนเพดานถ้ำที่มีรูปร่างต่างๆ ค้างคาวที่อาศัยอยู่ตกใจบินฉวัดเฉวียน เมื่อเราก้าวเท้าเข้าไป
เพียงอึดใจ ก็ผ่านทะลุถ้ำ และเพียงเท่านั้น ก็ต้องอุทานกับหุบป่า และเรือนยอดไม้ที่เห็นด้านหน้าด้วยความตื่นเต้น ไม่น่าเชื่อ .... ที่นี่ คือภาคกลางของประเทศ ในยุคปัจจุบัน เพราะมันช่างให้อารมณ์ของป่าโบราณ ที่มีไดโนเสาร์ออกหากินอยู่
บันไดที่ทอดรับจากปากถ้ำ ช่วยให้เดินลงสู่หุบเขาเบื้องหน้าได้สะดวกขึ้น ในหุบเขาเห็นใบต้นตาด หรือต้นตาว มีอยู่ทั่วไป นี่อาจจะเป็นที่มาของชื่อเรียกหุบเขาแห่งนี้
ต้นตาด มีชื่อเรียกหลากหลาย ทั้งต้นตาว หรือต้นต๋าว ยังนึกไม่ออกใช่มั้ย แต่ถ้าบอกว่า นี่แหล่ะ ต้นชิด ที่เอาลูกของมันมาเชื่อมทำเป็นลูกชิดใส่น้ำแข็งไสนั่นแหละ คงร้องอ๋อกันเป็นแถว ต้นตาดเป็นไม้ยืนต้นตระกูลปาล์มขนาดใหญ่ เป็นพืชที่ไม่ต้องอาศัยแสงแดดมากมาย
ต้นตาดหรือต๋าวนี่มีประโยชน์มาก ทั้งผลกินได้ โดยจะห้ผลช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่ให้ผลครั้งเดียว มากที่สุดไม่เกิน 4 ครั้ง แกนในลำต้นอ่อน และส่วนยอด นำมาประกอบอาหารได้ และสำหรับฉันเองตอนนี้ มันช่วยสร้างบรรยากาศของสถานที่ ให้อารมณ์เหมือนย้อนไปในยุคดึกดำบรรพ์
ด้านล่างมีทางเดินแบบไม่ต้องกลัวรองเท้าเปรอะ ลัดเลาะไปตามดงต๋าว สอดแทรกด้วยไม้ใหญ่ ที่มีสรรพคุณทางยาสมุนไพรก็หลายประเภท ไม่ต้องกลัวไม่รู้จัก เพราะเขาจะมีป้ายชื่อติดไว้ให้ด้วย การเดินศึกษาธรรมชาติมันสนุกตรงนี้แหละ คือ เดินไปเรียนรู้จักสถานที่ไป
แล้ว.... เจ้าไดโนเสาร์ล่ะ อยู่ไหน???
ไม่แปลกใจหรอก ถ้าเดินๆ อยู่ แล้วพื้นดินจะสะเทือน เสียงลงเท้าอันหนักหน่วงแว่วเข้าหู แต่มันเป็นอารมณ์ล้วนๆ เมื่อเดินอยู่ในดินแดนหุบเขาแห่งนี้ หากสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าไดโนเสาร์ คือการค้นพบ “กิ้งกือมังกรสีชมพู” ในหุบเขาแห่งนี้ต่างหาก ทำให้ชื่อเสียงระบือไปไกลถึงอีกฟากฝั่งของโลก เมื่อ ศ.เฮนริค อิงฮอฟ (Henrik Enghoff) ผู้เชี่ยวชาญด้านกิ้งกือชาวเดนมาร์ก ได้มาเจอเข้าถึงกับตะลึง เพราะนี่มันคือกิ้งกือชนิดใหม่ของโลก โดยให้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Desmoxytes purpurosea พอนำไปเผยแพร่ มหาวิทยาลัยรัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา ก็ประกาศว่า การค้นพบเจ้ากิ้งกือมังกรสีชมพูนี่เป็นสุดยอดการค้นพบอันดับ 3 ของโลก รองจากการค้นพบกระเบนไฟฟ้าในแอฟริกา และซากฟอสซิลไดโนเสาร์ปากเป็ดอายุ 75 ล้านปี ในสหรัฐอเมริกา
จากข้อมูลพบว่า เจ้ากิ้งกือมังกรสีชมพู อยู่ในวงศ์กิ้งกือมังกร หรือ พาราดอกโซโซมาติดี ตัวมีสีชมพูเข้มสดใส มีลักษณะโดดเด่นด้วยลวดลายและปุ่มหนาคล้ายมังกร ตัวเต็มวัยมีขนาดยาวประมาณ 7 เซนติเมตร มีจำนวนปล้องราว 20-40 ปล้อง พบได้ที่หุบป่าตาด แล้วยังมีในแถบภาคเหนือตอนกลาง ภาคกลางตอนบน เช่น ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์
ทำให้นึกไปถึงเส้นทางเดินป่าเข้าไปยังน้ำตกคลองโป่ง อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ที่ครอบคลุมพื้นที่ ตาก-กำแพงเพชร ที่ป่านั่นมีช่วงหนึ่งของทางเดินเป็นดงเฟิร์นต้น ต้นเต่าร้าง และต้นตาด เยอะแยะไปหมด ให้อารมณ์ป่าดึกดำบรรพ์คล้ายๆ กัน
ตลอดทางเดิน ฉันพยายามสอดส่ายสายตามองหา เผื่อจะโชคดีเจอเจ้ากิ้งกือมังกรสีชมพูกับเขาบ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอ ดันไปเจอแต่ขี้เลียงผาบริเวณโถงถ้ำ ที่เชื่อมต่อไปอีกหุบหนึ่ง ตรงนี้เหมือนเป็นแลนด์มาร์ก เพราะจะถ่ายรูปทะลุไปอีกด้านหนึ่งของถ้ำได้สวยงาม หุบด้านใน มีเพิงผา ที่ว่ากันว่าเป็นที่อยู่ของเลียงผา ต้นตาดมีเยอะไม่ต้องพูดถึงทีเดียว หุบนี้ลานดินพื้นเรียบราวกับมีใครมาทำไว้ ช่วงเป็นอัศจรรย์ธรรมชาติซะจริงๆ
ระหว่างทางกลับ เจอกับคณะสว.มาเที่ยวกันชุดใหญ่ บางคนลูกหลายจูงมา บางคนมากับเพื่อนๆ ดูแล้ว ครื้นเครงทีเดียว คงมีป่าดิบผืนเล็กๆ แห่งนี้ ที่พร้อมรองรับผู้คนหลากหลายกลุ่ม
แสงสว่างปลายทางถ้ำสู่ด้านนอก บอกให้รู้ว่าเรากลับออกมาสู่โลกปัจจุบัน ทิ้งห้วงเวลาแห่งอดีตไว้เบื้องหลังความมืดและโถงถ้ำ...เพียงเท่านั้น
-----------------------
- การเดินทาง : จากตัวจังหวัดอุทัยธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 333 (อุทัยธานี-หนองฉาง) และเข้าทางหลวงหมายเลข 3438 (หนองฉาง-ลานสัก) ไปอีกประมาณ 90 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดหมาย หุบป่าตาดอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน - ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
- ติดต่อ-สอบถาม : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน โทร. 0-5698-9128 ททท. สำนักงานอุทัยธานี โทร. 0-5651-4651-2
-----------------------
(ชวนเที่ยว : ตามหาไดโนเสาร์ 'หุบป่าตาด' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)



