ไลฟ์สไตล์

เที่ยวนี้ขอเล่า : 'เดลลี' ในสายหมอก

เที่ยวนี้ขอเล่า : 'เดลลี' ในสายหมอก

17 ม.ค. 2559

เที่ยวนี้ขอเล่า : 'เดลลี' ในสายหมอก : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong

 
                      จวนใกล้เที่ยงเต็มที แต่นครหลวงของ อินเดีย (India) อย่าง นิวเดลี (New Delhi) ยังคงถูกห่มไว้ด้วยไอหมอกที่คละคลุ้ง เดลีช่วงฤดูหนาวเป็นแบบนี้เสมอ นอกจากอุณหภูมิจะร่วงลงอย่างรวดเร็วแล้ว ยังกลายเป็นเมืองในหมอกเช้ายันค่ำ
 
                      ไม่ใช่เดลีครั้งแรกของฉันหรอก อินเดีย เลิฟเวอร์อย่างฉัน นี่เป็นอินเดียรอบที่ 8 แล้ว อาจจะไม่ได้เจอกันทุกปี แต่ระหว่างฉันกับเดลีจึงไม่มีอะไรให้ต้องทำความคุ้นเคยกันอีก
 
                      เป็นเที่ยวที่บินไปเดลี โดยสายการบินไทย (www.thaiairways.co.th) รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก สายการบินแห่งชาติของไทย นอกจากจะมีรสชาติอาหารอันคุ้นเคย ยังมอบบริการอันนุ่มนวลแก่ผู้โดยสารเสมอ ใครจะบินไปเดลีกับการบินไทยสบายเลย เพราะเขามีเที่ยวบินบินตรงไปกลับทุกวัน บางวันมี 2-3 ไฟลท์ อีกต่างหาก
 
                      จัดว่าเป็นเดลีเที่ยวที่ดีและน่าประทับใจเหลือเกิน เพราะเที่ยวนี้มีสารถีแสนดีอย่าง "มูเคช” มาคอยรับตั้งแต่สนามบินเลย ใครอยากเช่ารถเที่ยวในอินเดียแบบรถใหม่และมีคนขับรถให้ด้วย โปรดใช้บริการบริษัทอินเดีย บายคาร์ แอนด์ ไดรเวอร์ (www.indiabycaranddriver.com) มีรถให้เลือกทุกแบบ ทุกขนาด และจะไปเหนือใต้ออกตกของอินเดีย ก็มีบริการครอบคลุมทั่วประเทศ
 
                      มูเคชพาฉันมุ่งหน้าไปหาเรือนพักห้าดาวอย่าง The Park New Delhi (www.theparkhotels.com) เรียกว่าหรูหราพาราไดซ์มาก ใครอยากเอนหลังแบบสบายๆ ในเดลี ตกแต่งมีดีไซน์ทันสมัย อาหารเช้าอลังการ และข้อสำคัญอยู่ใจกลางเมือง ใกล้กับแหล่งช็อปอย่างตลาดจันปัท
 
                      แต่ถ้าใครอยากจะมองหาที่พักอื่นๆ ในเดลีก็ลองคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์จองที่พักอย่างอโกดา (www.agoda.com) เพราะเดลียังมีที่พักระดับต่างๆ ให้เลือกอีกมากมาย
 
                      ไม่พูดพร่ำทำเพลง ฉันออกไปสำรวจเดลีอย่างเร็วพลัน พูดก็พูดเถอะ เดลีบางมุมก็ดูเปลี่ยนไป ทันสมัยโฉบเฉี่ยวขึ้น บางมุมจะมากี่ปีก็ไม่มีเปลี่ยน
 
                      เดลียังคงเป็นเมืองที่การผสมผสานกันระหว่างตะวันออกและตะวันตก มีถนนสองข้างทางที่กว้างใหญ่ มีอนุสาวรีย์อยู่มากมาย อังกฤษได้เนรมิตเมืองนิวเดลีเอาไว้อย่างดี วางผังเมืองสวยงามด้วยศิลปะอินเดียกับอาหรับ
 
                      ขณะที่ เดลีเก่า เป็นเมืองหลวงที่มุสลิมปกครองในสมัยศตวรรษที่ 17-19 ย่านนี้เป็นแหล่งของอนุสาวรีย์ ป้อมปราการและสุเหร่าหลายแห่ง มีถนนค่อนข้างแคบ คับคั่งไปด้วยผู้คน
 
                      คนอินเดียส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ในย่านเดลีเก่า แต่เรื่องน่าเศร้าคือปัจจุบันเดลีเก่าอยู่ในสภาวะที่เต็มไปด้วยมลพิษเกินกว่าเกณฑ์ปกติ จนทำให้เกิดผลกระทบต่อโบราณวัตถุในเดลี
 
                      พูดถึงคนที่นี่ เขามีกันหลากหลายเชื้อชาติเผ่าพันธ์ุ แต่ส่วนใหญ่นับถือฮินดูมากสุดกว่า 80% ที่เหลือนับถืออิสลาม ซิกข์ และคริสต์ แต่ก็มีอีกไม่น้อยเหมือนกันที่นับถือเทพเจ้า พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ และพระกฤษณะ
 
                      บางมุมเดลีก็ดูหลวมๆ บางมุมนี่อยู่ประเดี๋ยวเดียวก็ชวนอึดอัด เพราะประชากรของเดลีเลย 18 ล้านคนไปแล้ว เรื่องรถราไม่ต้องพูดถึง ปัญหาเดียวกันของเมืองหลวงเกือบทั่วโลกคือ พื้นผิวถนนโตไม่พอจำนวนรถ
 
                      ตอนนี้เดลีกำลังจัดระบบรถทะเบียนเลขคู่และเลขคี่ สลับกันออกมาวิ่ง ปัญหาคือบางบ้านมีรถหลายคัน คราวนี้สบายเลย ไม่ว่าวันไหนฉันก็ขับรถออกมาใช้ได้ ปัญหาจราจรและมลพิษจึงเป็นเรื่องใหญ่ของเดลีในเวลานี้
 
 
เที่ยวนี้ขอเล่า : 'เดลลี' ในสายหมอก
 
 
                      มูเคชพาฉันไปวนรอบๆ India Gate ที่เวลานี้ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอก แต่ถึงยังไงก็ยังพอมองเห็นภาพ India Gate ตั้งตระหง่านทอดตัวไปตามถนนราชตราปติ พาวัน
 
                      ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1941 เพื่อเป็นอนุสรณ์และรำลึกถึงการสละชีพของเหล่าทหารประมาณ 9 หมื่นคน ที่พลีชีพในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
 
                      ฉันขยับตัวเข้าใกล้ประตูชัยแห่งนี้ จึงพบว่า ไม่ว่าจะเป็นวันไหนๆ หรือพ.ศ.ไหน มุมนี้ยังเป็นเหมือนห้องรับแขกของเดลีเสมอ ใครไปใครมา เป็นต้องแวะมาแหงนมองสถานที่แห่งนี้ แม้แต่ชาวอินเดียเอง ก็แวะมานั่งเล่นกันในมุมนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน
 
                      และถึงแม้จะเป็นย่านใจกลางเมือง สิ่งที่ฉันสัมผัสได้ตลอดคือเสียงแตร ไม่ว่าจะถนนไหนๆ ในเดลีและทั่วอินเดีย ขาดไม่ได้คือเสียงแตร เหมือนเป็นวัฒนธรรมของคนที่นี่ มารยาทในการขับรถคือต้องบีบแตรให้ดังเข้าไว้เพื่อขอทาง ฉะนั้นทุกคนจะไม่มีการโกรธหรือจอดรถลงมาเอาเรื่องกัน
 
                      ใครมาอินเดียวันแรกๆ อาจยังไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ ฉันมาอินเดียครั้งแรกเล่นเอาเกือบประสาทเสีย จากนั้น 3 วันผ่านไป ทุกอย่างจะชินชาจนถ้าวันไหนไม่ได้ยินเสียงแตร รู้สึกชีวิตขาดอะไรไปอย่าง
 
                      มูเคชยังคงพาฉันฝ่าการจราจรอันติดหนึบ มุ่งหน้าไปหาสถานที่สำคัญของเมืองอย่าง สุสานฮูมายุน (Humayun’s Tomb)
 
                      เดลีเป็นเมืองโบราณของโลกอีกเมืองหนึ่ง ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายยุคหลายสมัย ทำให้มีโบราณสถานที่น่าเดินทางไปหาอีกมากมาย และล้วนแต่ได้รับสายสะพายจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกแทบทั้งสิ้น รวมถึงที่สุสานฮูมายุนด้วยเช่นกัน
 
                      ด้านในของสุสานมีหลายโซน วันนี้ไม่เหลือเค้าลางของความเศร้า มีเพียงคราบไคลแห่งความงาม เหลือไว้ให้ผู้มาเยือนได้เยี่ยมชม
 
                      เราฝ่าการจราจรไปหา กุตัป คอมเพล็กซ์ (Qutub Complex) ที่จัดว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดสถาปัตยกรรมชิ้นโบแดงของเดลี มีทั้งส่วนที่เป็นเสาสูง จัตุรัส มัสยิด สุสาน ไปยันรายละเอียดของลวดลายการแกะสลักที่ฝีมือประณีตจนนึกอยากเห็นคนทำ
 
                      ด้านในเป็นเหมือนที่พักผ่อนหย่อนอารมณ์ของชาวเมือง ชาวอินเดียหอบลูกจูงหลานมานั่งเล่นนอนเล่นกันที่นี่ นักศึกษาบางคนก็มาล้อมวงติวหนังสือกัน แน่นอนว่าหนุ่มสาวก็จูงมือกันมาเที่ยวโบราณสถานแห่งนี้หลายคู่
 
                      แต่ที่หลายคนยกให้เป็นไฮไลท์ของเมืองคือ ป้อมแดง (Red Fort) ปราการอันบึกบึน ทว่าซ่อนความอ่อนหวานอยู่ในตัว นี่คือมุมที่แออัดไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและอินเดียเอง
 
                      ฉันว่าสนุกที่สุดของเดลีคือเวลาได้ชายตาดูสีสันของผู้คนชาวอินเดีย ทั้งโซนเมืองเก่าและเมืองใหม่ เพราะกับประเทศฉ่ำสีสันอย่างอินเดีย แค่นั่งดูอิริยาบถของผู้คนตามสถานีรถไฟ สวนสาธารณะ ตลาด หรือแม้แต่ทุกหัวมุมถนน ก็เพลินอารมณ์จะแย่แล้ว
 
                      จะบอกลาเดลีได้อย่างไรกัน ถ้าไม่เดินไประบายเงินรูปีที่ตลาดจันปัท ในฐานะคนรักตลาด ฉันต้องอัพเดทข้าวของที่จันปัทอยู่แล้ว
 
                      มากกว่าประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่ทับถมกันในเมืองอายุ 5,000 ปีแห่งนี้ เดลียังมีโหมดทันสมัย ไฮเทค และผู้คนที่ติดพันโลกไซเบอร์ติดอันดันดับโลก นี่แหละ เดลีในปี 2016
 
 
 
-----------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : 'เดลลี' ในสายหมอก : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong)